ในเส้นทางชีวิตของคนเรา มีสักกี่ครั้งที่เราจะได้หวนกลับไปพบกับ “ความฝันในวัยเยาว์” ที่เคยหล่นหายไประหว่างทาง นิทรรศการศิลปะล่าสุดจาก สิทธิธรรม โรหิตะสุข (หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อเดิม สิทธิเดช โรหิตะสุข) ณ VS Gallery จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะทั่วไป หากแต่เป็นห้วงเวลาอันทรงคุณค่าที่พาทุกคนย้อนกลับไปสำรวจความงดงาม ความเจ็บปวด และร่องรอยของความฝันอันร้อนแรงเมื่อเกือบ 20 หรือย้อนไปถึง 24 ปีก่อน สมัยที่พวกเขายังเป็นคนหนุ่มผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยแพสชันในศิลปะแนว Conceptual Art
จากความฝันอันล้ำสมัย สู่บทสะท้อนชีวิตของผู้คนนับหมื่น
ย้อนกลับไปเมื่อ 24 ปีก่อน สิทธิเดชในวัยหนุ่มคือคนรุ่นใหม่ที่กล้าแสดงออกและมุ่งมั่นจะใช้ศิลปะแนวคอนเซปชวลเพื่อขับเคลื่อนสังคม แม้ว่าในยุคสมัยนั้นแนวทางดังกล่าวจะก้าวล้ำหน้าจนยากที่จะประสบผลสำเร็จในประเทศไทย จนทำให้เขาต้องพับเก็บความฝันนี้ไว้เบื้องหลัง ปรับทิศทางชีวิต ก้าวเดินต่อในบทบาทของนักวิชาการศิลปะผู้เป็นที่ยอมรับ อาจารย์มหาวิทยาลัยที่ลูกศิษย์รัก และจิตรกรผู้สร้างสรรค์ผลงานด้วยความตั้งใจ
การเปลี่ยนผ่านจากสิทธิเดชมาสู่สิทธิธรรม เนื่องด้วยปัญหาด้านสุขภาพที่ต้องใช้เวลาเยียวยานานหลายปี กลายมาเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจกลับมาทักทายกับ “สิทธิเดช” ตัวตนในอดีตอีกครั้ง ผ่านนิทรรศการที่มีชื่อยาวเหยียดแต่วลีทุกคำอัดแน่นด้วยความรู้สึก: “ว่าด้วยนักศึกษาศิลปะคนหนึ่งซึ่งมีความฝันอยากเป็นศิลปินคอนเซปชวลแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ : กรณี สิทธิเดช โรหิตะสุข”


เสียงสะท้อนแห่งยุคสมัยและจดหมายรักแด่ความเยาว์วัย
นิทรรศการครั้งนี้ไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวส่วนตัวของศิลปินเพียงลำพัง แต่มันทำหน้าที่เป็น “กระจกสะท้อน” ชีวิตของนักเรียนนักศึกษาและผู้คนนับหมื่นในประเทศไทยตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา ผู้ซึ่งมีความรักในศิลปะล้ำสมัย แต่ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอันโหดร้ายจนไม่ได้ทำงานศิลปะในแบบที่หัวใจใฝ่ฝันในหนแรก
นี่คือพื้นที่แห่งความเข้าใจ การโอบกอดความล้มเหลว และการให้อภัยตัวเองในวันที่กาลเวลาเปลี่ยนผ่าน ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะ สิทธิเดช โรหิตะสุข ได้กระซิบบอกกับสิทธิธรรมว่า การกลับมาในร่างนี้จะเป็น “การกลับมาเฉพาะกิจเพียง 3 ครั้งเท่านั้น” โดยนิทรรศการนี้คือครั้งแรก และเมื่อครบ 3 ครั้ง สิทธิเดชจะหายลับไปตลอดกาล ปล่อยให้สิทธิธรรมเผชิญชะตาชีวิตที่เหลือต่อไป นี่จึงเป็นโอกาสทองและหายากยิ่งที่คุณจะได้ร่วมเป็นสักขีพยานในวาระพิเศษนี้
ขอเรียนเชิญร่วมสัมผัสความหมายของความฝัน
สำหรับใครที่กำลังรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างหล่นหายระหว่างทางเดินของชีวิต หรือกำลังมองหาแรงบันดาลใจที่ขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งความรักในศิลปะอย่างแท้จริง นิทรรศการนี้เปรียบเสมือน “จดหมายรักต่อศิลปะ ต่อความเยาว์วัย และต่อ pure passion” ที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
- พิธีเปิดนิทรรศการ: วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00 น.
- สถานที่: VS Gallery, N22 ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 22 ช่องนนทรีย์ กรุงเทพมหานคร
มาร่วมกอบเก็บความฝันที่เคยหล่นหาย และร่วมเดินทางย้อนวันวานไปกับผลงานและการสนทนาระหว่างพวกเขาทั้งสองคนด้วยกัน ณ VS Gallery ครับ



