หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงินธปท. คุมร้านทอง เข้มธุรกรรม 5 ล้านล้าน สกัดบาทแข็ง-ทุนเทา

ธปท. คุมร้านทอง เข้มธุรกรรม 5 ล้านล้าน สกัดบาทแข็ง-ทุนเทา

เผยแพร่

spot_img

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบธุรกรรมทองคำพบว่า การซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์ม มีผลต่อค่าเงินบาท 

-ซื้อขายหน้าร้าน (Physical) มีอยู่ 15% 

-ซื้อขายทองบนแพลตฟอร์มด้วยสกุลเงินดอลลาร์มี 15% 

-ซื้อขายบนแพลตฟอร์มด้วยสกุลเงินบาท 35% 

ทั้งนี้หากดูการซื้อขายที่มีผลต่อค่าเงินบาท จะเป็นร้านค้า และเทรดด้วยเงินบาท โดยในส่วนของร้านค้าอาจจะไม่สามารถทำได้มาก

หากดูธุรกรรมทองคำค่อนข้างใหญ่ และไม่มีหน่วยงานกำกับ มีการซื้อขายทองคำสูงถึง 50-60% ของจีดีพี โดยธุรกรรมร้านทองคำรายใหญ่เฉลี่ยสูงถึง 5 ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับมูลค่าหนี้ครัวเรือน 16 ล้านล้านบาท และหากดูธุรกรรมการเทรดทองคำต่อวันเฉลี่ย 6 หมื่นล้านบาท และเคยสูงสุดถึง 2.5 แสนล้านบาท ทำให้เกิดแรงขายดอลลาร์ ซื้อเงินบาท ทำให้เงินบาทแข็งค่า

นายวิทัย กล่าวว่า ธปท.ได้ขอให้กระทรวงการคลังแก้ประกาศเพื่อขออำนาจให้ ธปท.เข้าไปดูแลธุรกรรมซื้อขายทองคำบนแอพพลิเคชัน หรือบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ ซึ่งการแก้ประกาศและเปิดรับฟังความคิดเห็นจะใช้เวลา 14 วัน คาดว่าการแก้ประกาศจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 23-29 มกราคม 2569 นี้ และธปท.จะมีการกำหนดเพดานการซื้อขาย โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาวงเงินคาดว่าอยู่ที่ 50 ล้านบาท หรือ 100 ล้านบาท

นอกจากนี้ ธปท.ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้มีการรายงานข้อมูล หากพบว่ามีการซื้อขาย USDT ที่มีปริมาณสูงผิดปกติจะขอให้รายงานธุรกรรมมายัง ธปท. 

ขณะเดียวกัน ธปท.จะขยายบทบาท โดยเฉพาะในเรื่องของทุนเทามากขึ้น ซึ่งจะร่วมมือกับหลายหน่วยงาน เพื่อดูแลป้องปราบมากขึ้น เช่น การซื้อขายทองคำบนแอปพลิเคชัน หรือการซื้อขาย USDT ที่มากผิดปกติ…

ข่าวล่าสุด

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ

จาก “โอเลี้ยง-อเมริกาโน่”  ถึง “ศึกซักฟอก” การเมืองสายบันเทิงของ “อนุทิน

ฉากทัศน์นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล แนะนำเครื่องดื่ม “โอเลี้ยง” ชวนแขกเหรื่อระดับสถาบันการเงินและสื่ออินเตอร์ในงานประชุมระดับโลก อย่าง IMF-World Bank และเวทีเสวนา CNN

เมื่ออำนาจตัดสินใจเดินหน้า…ความเชื่อมั่นต้องมีคำตอบ

กรณี อดีตนายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ถูกโยกย้ายท่ามกลางข้อวิจารณ์เรื่องการประสานงานและการรับมืออุทกภัย กำลังกลายเป็นประเด็นที่ใหญ่กว่าการเปลี่ยนตัวข้าราชการในพื้นที่

ข่าวอื่นๆ

ลิขสิทธิ์ บอลโลก  JAS ยอมจ่าย 2.3 พันล้าน  คุ้มเกินคุ้ม

**JAS (บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน )** ทุ่มเงิน **70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,300 ล้านบาท** เพื่อคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026

Forbes จัดอันดับ จ. เชียงใหม่ ติด TOP8 เป้าหมายหลักของคนทำงานด้านดิจิทัล (Digital Nomads) และครีเอเตอร์ จากทั่วโลก ย้ายมาปักหลักมากที่สุด ในปี 2026 

นิตยสารธุรกิจชั้นนำระดับโลก Forbesได้จัดอันดับเชียงใหม่ ให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่เหล่านักเดินทาง คนทำงานด้านดิจิทัล (Digital Nomads) และกลุ่มครีเอเตอร์ทั่วโลกหลั่งไหลและย้ายเข้ามาปักหลักมากที่สุดในปี 2026 โดยติดกลุ่ม TOP8 ของโลก

บทเรียนจากศรีลังกา ท่าเรือที่ไม่มีเรือมาจอด

ท่าเรือ Hambantota แทบไม่มีเรือมาใช้บริการ ในปี 2016 ท่าเรือทำรายได้เพียง 11.81 ล้านดอลลาร์ แต่ค่าใช้จ่ายสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ กำไรเพียง 1.81 ล้านดอลลาร์ ไม่พอจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แม้แต่น้อย