วันจันทร์, มีนาคม 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงิน“พาณิชย์" ประเมินท่าทีสหรัฐฯ พร้อมดูแลผลกระทบผู้ประกอบการไทย

“พาณิชย์” ประเมินท่าทีสหรัฐฯ พร้อมดูแลผลกระทบผู้ประกอบการไทย

เผยแพร่

spot_img

“รมว.พาณิชย์” ระบุ ไทยยังคงเดินหน้าเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ วินิจฉัยการใช้ IEEPA ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมมอบหมายหน่วยงานประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน รวมถึงผลกระทบต่อภาคธุรกิจไทย

เมื่อวันที่ 21 ก.พ.2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ไทยยังคงเดินหน้าเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุน ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของมาตรการทางการค้า และดูแลผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการไทย โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามพัฒนาการด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า แม้ล่าสุดจะมีคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลต่อแนวทางการดำเนินมาตรการภาษีของสหรัฐฯ แต่ยังมีหลายประเด็นที่ต้องรอความชัดเจน ทั้งในเชิงกฎหมายและแนวปฏิบัติ กระทรวงพาณิชย์จึงได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน รวมถึงผลกระทบต่อภาคธุรกิจไทย  

ทั้งนี้ คำวินิจฉัยดังกล่าวมีขึ้นภายหลังจากที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้อำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ในการจัดเก็บภาษีศุลกากรต่างตอบแทนกับประเทศต่าง ๆ โดยเมื่อวันที่ 20 ก.พ.2569 ตามเวลาสหรัฐฯ ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีมติ 6 ต่อ 3 ยืนตามคำตัดสินของศาลชั้นต้นว่า การใช้อำนาจของประธานาธิบดีภายใต้ IEEPA เพื่อกำหนดภาษีต่างตอบแทนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจาก IEEPA มิได้ให้อำนาจในการเรียกเก็บภาษี ซึ่งเป็นอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ

นางศุภจี กล่าวว่า สาระสำคัญของคำวินิจฉัยครั้งนี้ สะท้อนหลักการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ โดยศาลชี้ว่า แม้ IEEPA จะให้อำนาจฝ่ายบริหารอย่างกว้างขวางในการควบคุมธุรกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในภาวะฉุกเฉิน แต่การกำหนดภาษีศุลกากรต้องได้รับมอบหมายอำนาจอย่างชัดเจนจากฝ่ายนิติบัญญัติ

สำหรับประเด็นการขอคืนภาษี ผู้นำเข้าที่เป็นคู่ความในคดีมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนภาษี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเกี่ยวข้องกับวงเงินภาษีจำนวนมากและหลายฝ่าย ดังนั้น กระบวนการจึงมีแนวโน้มซับซ้อน และยังต้องรอแนวทางที่ชัดเจนจากรัฐบาลสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน ไทยยังจำเป็นต้องติดตามท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าทั่วโลกเพิ่มเติมในอัตราร้อยละ 10 เป็นระยะเวลา 150 วัน ภายใต้มาตรา 122 ของ Trade Act 1974 เพื่อแก้ไขปัญหาดุลการชำระเงิน ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 24 ก.พ.2569 แทนการเรียกเก็บภาษีต่างตอบแทนที่ไม่สามารถดำเนินการได้แล้ว

นางศุภจี กล่าวอีกว่า อัตราภาษีร้อยละ 10 ภายใต้มาตรา 122 เป็นอัตราที่ต่ำกว่ามาตรการภาษีต่างตอบแทนเดิมที่เคยกำหนดไว้สำหรับไทยที่ร้อยละ 19 โดยกระทรวงพาณิชย์จะยังคงติดตามแนวโน้มและพัฒนาการของมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะใช้มาตรการอื่น เช่น มาตรา 232 ภายใต้ Trade Expansion Act 1962 ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ ดังที่สหรัฐฯ ได้ประกาศเก็บภาษีเพิ่มเติมกับสินค้าบางกลุ่มไปก่อนหน้านี้แล้ว เช่น เหล็กและอลูมิเนียม (50 %) ทองแดง (50 %) ยานยนต์และชิ้นส่วน (25 %) เซมิคอนดักเตอร์บางรายการ (25 %) แม้แต่การใช้มาตรา 301 ภายใต้ Trade Act 1974 ซึ่งสหรัฐฯ ได้เคยประกาศใช้กับบางประเทศเพื่อตอบโต้กับมาตรการทางการค้าที่สหรัฐฯ มองว่าไม่เป็นธรรมจากประเทศคู่ค้า รวมไปถึงมาตรา 338 ภายใต้ Trade Act 1930 ที่สหรัฐฯ สามารถกำหนดภาษีนำเข้าเพิ่มเติมต่อประเทศที่เลือกปฏิบัติต่อการค้าของสหรัฐฯ เป็นต้น

ทั้งนี้ เบื้องต้นหลังจากที่ไม่มีการเก็บภาษีต่างตอบแทนภายใต้ IEEPA แต่สหรัฐฯ จะเก็บภาษีตามมาตรา 122 ที่อัตรา 10 % ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ จะต้องจ่ายภาษีในอัตราภาษีปกติ (MFN) ของสินค้านั้น บวกกับอัตราภาษี 10% ตามมาตรา 122 บวกกับค่าธรรมเนียมอื่นใด หรือภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด/ภาษีตอบโต้การอุดหนุน (AD/CVD) ของสินค้านั้น (หากมี) โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 24 ก.พ.2569 สำหรับสินค้าที่จะนำไปบริโภค หรือนำออกจากคลังสินค้าในสหรัฐฯ เพื่อการบริโภค และจะมีผลเป็นระยะเวลา 150 วัน หรือ ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 23 ก.ค.2569 หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอื่น หรือขยายระยะเวลาโดยรัฐสภาสหรัฐฯ

นางศุภจี ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการไทย โดยจะดำเนินการเชิงรุก ทั้งด้านการเจรจาการค้า การประเมินความเสี่ยง และการให้ข้อมูลแก่ภาคธุรกิจ เพื่อให้ภาคการส่งออกและการลงทุนของไทยสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสมภายใต้บริบทการค้าระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป

ข่าวล่าสุด

วิกฤตตะวันออกกลางเขย่าราคาดีเซล  จ่อทลายเพดาน 30 บาท

รภูมิตะวันออกกลางกับบทพิสูจน์ "สายป่าน" กองทุนน้ำมัน เมื่อเพดาน 30 บาทเริ่มปริร้าว: วิกฤตพลังงานที่รัฐบาลต้องเลือกระหว่าง "วินัยการคลัง" หรือ "ความพึงพอใจของมหาชน"

ขอมอบให้แก่เพื่อนรัก และผู้ที่กำลังมุ่งสู่…..อายุ 80 ปี

"บันทึกแห่งปัจจุบันกาล" วัยเจ็ดสิบเป็นหมุดหมายสำคัญของชีวิต  มุมมองใดก็ตามที่พิจารณา มนุษย์เมื่อก้าวพ้นเจ็ดสิบย่อมนับว่าเป็นผู้สูงวัยโดยแท้  ณ จุดนี้ พระอาทิตย์อัสดงอันงดงามเริ่มลับขอบฟ้า ชีวิตอันเปี่ยมสีสันก็ร่อยหรอลง  จากข้อมูลทางการเปิดเผย มีเพียง *44%*ของประชากรทั้งหมดที่สามารถก้าวข้ามวัยชราได้ แล้วหันเหชีวิตมุ่งสู่เส้นทางแห่งการ  "มุ่งสู่แปดสิบ"   **ทศวรรษแห่งความยากลำบากที่สุด:**   ช่วงอายุ 70 ถึง 80ปี เป็นสิบปีที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต  เป็นห้วงยามเต็มไปด้วยเรื่องราววุ่นวายแห่งวัยชรา   1.ความเสื่อมถอยเร่งรุด     อวัยวะทุกส่วนเสื่อมสลายและสึกหรออย่างไม่อาจย้อนคืน เปรียบดังเครื่องจักรเก่าที่ใกล้หมดอายุการใช้งาน ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเชื่องช้า   2.ยุคทองของโรคภัย     ภูมิต้านทานร่างกายที่อ่อนแอและแปรปรวน ทำให้ต่อต้านเชื้อโรคได้ยาก ...

FBI เตือนชาว L.A.ให้ระวังการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่าน

ที่รัฐมิชิแกนเกิดกราดยิงที่อาคารเรือนนอนในมหาวิทยาลัย เวอร์จิเนีย มีผู้เสียชีวิต 1 คนบาดเจ็บ 2 คน ก่อเหตุโดยทหารผ่านศึกที่เคยถูกตัดสินว่ามีความสนับสนุนกลุ่ม ISIS

สธ.เล็งออก ‘พ.ร.บ.โรคมะเร็ง’ บังคับใช้ครั้งแรก

กระทรวงสาธารณสุขเตรียมยกร่าง "พ.ร.บ.โรคมะเร็ง" เป็นครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อรับมือกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึงปีละ 140,000 ราย

ข่าวอื่นๆ

ตาต่อตา! ฟันต่อฟัน!! 239 ล้ง ขู่!ประกาศจะงดซื้อมะพร้าว 2วัน 

คำขู่จากล้ง กลุ่มล้งประกาศจะ "งดซื้อ"มะพร้าว เป็นเวลา 2 วัน เพื่อดูว่ากระทรวงพาณิชย์ จะจัดการอย่างไร

ทุนอาหรับหนีสงครามเข้าเอเชียตะวันออก–ไทยโดดเด่น

‘จาง เว่ยเว่ย’ ฟันธงสงครามรุกรานอิหร่านคือจุดจบของอเมริกา คลื่นเงินทุนมหาศาลไหลออกจากเอเชียตะวันตก มุ่งสู่ประเทศไทย

คนไทยสกัด “แคลเซียมพรีเมียม” จากปลาหมอคางดำ

คุณภาพเทียบชั้นแซลมอน คว้ารางวัลระดับโลก!  . ทิ้งภาพจำปลาไร้ค่าไปได้เลย! ใครจะไปเชื่อว่า "ปลาหมอคางดำ" ที่ก้างเยอะ หัวโต เนื้อน้อย จะถูกนักวิจัยไทยจับมาแปลงโฉมใหม่ สกัดเป็น "Bio-Calcium เกรดพรีเมียม" ที่คุณภาพเบียดตีคู่มากับปลาแซลมอนราคาแพง! งานนี้ไม่ได้เก่งแค่ในประเทศ แต่บินไปคว้า...