อาการที่มหาอำนาจอย่างจีน รัสเซีย หรือแม้แต่ไทยเอง “แห่ตุนทอง” ผิดปกติแบบนี้ คือสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าว่า “พายุใหญ่ทางการเงินโลกกำลังจะมา”
#เหตุผลที่ยืนยันว่าเงินโลกกำลังจะผันผวนหนัก และทำไมทองคำถึงกลายเป็นพระเอก
-ยุค “ดอลลาร์เสื่อมมนต์ขลัง”
ตลอด 80 ปีที่ผ่านมา โลกใช้ดอลลาร์เป็นหลัก แต่ตอนนี้หลายประเทศเริ่ม “กลัว” เพราะสหรัฐฯ ใช้ดอลลาร์เป็นอาวุธในการคว่ำบาตร
-เมื่อคนเลิกใช้ดอลลาร์ เงินดอลลาร์จะล้นตลาดและด้อยค่าลง ระบบการเงินที่เคยนิ่งมานานจะสั่นคลอนอย่างรุนแรง
-วิกฤตหนี้สาธารณะ “ระเบิดเวลา” ลูกใหญ่ สหรัฐฯ และหลายประเทศมหาอำนาจมีหนี้ท่วมหัวจนไม่สามารถจ่ายคืนได้จริง สิ่งที่พวกเขาทำคือ “พิมพ์เงินเพิ่ม” ออกมาแก้ปัญหา
-การพิมพ์เงินแบบไม่มีอะไรหนุนหลังทำให้เกิดเงินเฟ้อรุนแรง เงินกระดาษในมือเราจะซื้อของได้น้อยลงเรื่อยๆ แต่ทองคำพิมพ์เพิ่มไม่ได้ มูลค่าจึงมีแต่จะเพิ่มขึ้น
-การแบ่งขั้วอำนาจเศรษฐกิจ โลกกำลังแยกเป็น 2 ฝั่งชัดเจน ฝั่งตะวันตก (G7) และ ฝั่งตะวันออก (BRICS)
-ต่อไปเราอาจเห็นระบบการเงิน 2 ระบบที่คุยกันไม่รู้เรื่อง การโอนเงินระหว่างประเทศจะยากขึ้นและผันผวนสุดๆ ทองคำจึงถูกใช้เป็น “ภาษากลาง” ที่ทุกฝ่ายยอมรับในการชำระหนี้ระหว่างกัน
-สงครามและภูมิรัฐศาสตร์ เมื่อมีความขัดแย้ง ความเชื่อใจในระบบดิจิทัลหรือพันธบัตรจะหายไปทันที
ทุกประเทศจะดึงทรัพย์สินกลับบ้าน “ทองคำแท่ง” คือทรัพย์สินเดียวที่ปลอดภัยที่สุดเพราะไม่ต้องฝากไว้ในธนาคารของศัตรู
#การที่โลกผันผวนหนัก ไม่ได้แปลว่าเงินจะหายไป แต่มันจะ “เปลี่ยนที่อยู่” จากเงินกระดาษและตัวเลขดิจิทัลที่เสี่ยงล่มสลาย ไปอยู่ในสินทรัพย์ที่มีเนื้อหนังจับต้องได้อย่างทองคำ
#ข้อมูลอัปเดตล่าสุด ปลายปี 2025ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็น “เบอร์ 1 ของอาเซียน” ในการถือครองทองคำสำรองอย่างเป็นทางการ โดยเบียดแซงสิงคโปร์ขึ้นมาได้สำเร็จ/ตัน
1 ไทย 244.2
2 สิงคโปร์ 230
3 ฟิลิปปินส์ 165
4 อินโดนีเซีย 78.6
5 กัมพูชา 54.4
6 มาเลเซีย 38.9
7 ลาว 8.1
8 พม่า 7.3
“บาทแข็ง-ทองพุ่ง”
#ในไทยเราเกิดปรากฏการณ์แปลกที่ยิ่งทำให้ทองดูหอมหวาน
-พอทองโลกขึ้น คนไทยเอาทองไปขาย ร้านทองส่งออกทองไปต่างประเทศ ได้ดอลลาร์มาแลกเป็นบาท
-พอเงินบาทแข็ง ราคาทองในประเทศ (ที่คำนวณจากดอลลาร์) ควรจะถูกลง แต่มันถูกแรงหนุนจากราคาทองโลกที่พุ่งแรงกว่ากลบหมด
-พอคนเห็นว่าบาทแข็งแต่ทองก็ยังไม่ลง แถมมีแนวโน้มไปต่อ คนก็ยิ่งมั่นใจว่า “กำไรสองเด้ง” (ได้ทั้งราคาทองที่ขึ้น และถือสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าเงินกระดาษ) ยิ่งทำให้เงินไหลเข้าสู่ระบบทองคำไม่หยุด
-สงครามค่าเงินกำลัง “ไร้ความหมาย”
เมื่อก่อนแต่ละประเทศจะพยายามทำค่าเงินตัวเองให้อ่อนเพื่อส่งออก หรือทำให้แข็งเพื่อดึงดูดการลงทุน แต่ตอนนี้ “ความเชื่อมั่นในกระดาษมันพังทลาย”
#ในโลกหลายขั้ว ดอลลาร์พยายามสู้ หยวนพยายามแทรก รูเบิลพยายามต้าน
แต่สุดท้ายทุกขั้วอำนาจกลับมาตกลงกันที่ “ทองคำ” เพราะมันเป็นกลางที่สุด
เมื่อการสู้กันด้วยค่าเงินดิจิทัลหรือกระดาษมันไม่ได้ผล ทุกคนจึงหันมาใช้ “อาวุธหนัก” คือการกว้านซื้อทองคำแข่งกันแทน
#ประวัติศาสตร์บอกเราว่า เมื่อระบบการเงินโลกถึงจุดทางตัน มักจะจบลงด้วย 2 รูปแบบ
-มหาอำนาจยอมสงบศึกและนั่งโต๊ะตกลงสร้างระบบการเงินใหม่ (เช่น การใช้ทองคำหนุนหลังเงินดิจิทัลของรัฐบาล) เพื่อเริ่มนับหนึ่งใหม่
-หากตกลงกันไม่ได้ สงครามมักถูกใช้เป็นเครื่องมือในการ “ล้างไพ่” หนี้สินและอำนาจเดิม เพื่อตัดสินว่าใครจะได้เป็นเจ้าโลกคนถัดไป
#ในวันที่โลกการเงิน “บ้าคลั่ง” การเก็บทองอาจไม่ได้มองเรื่อง “กำไร” เป็นที่หนึ่ง แต่มองเรื่อง “การรักษาอำนาจซื้อ”
ทันการณ์ไหม? ถ้าเก็บเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น อาจจะเสี่ยงเพราะราคามาไกล
แต่ถ้าเก็บเพื่อ “รอด” ตราบใดที่โลกยังแบ่งขั้วและหนี้โลกยังท่วม ทองคำก็ยังทำหน้าที่เป็น “ชูชีพ” ได้เสมอ ไม่ว่าบาทจะแข็งหรือดอลลาร์จะเน่าก็ตาม
“เมื่อเงินกระดาษสู้กันจนพัง คนที่มีทองแท่งคือคนที่จะยืนระยะได้นานที่สุด”
ในสภาวะแบบนึ้!
sources: De-dollarization,Reuters & Bloomberg,Central Bank Gold Reserves Survey 2025
#ทองคำ #บาทแข็ง #สงครามค่าเงิน #เศรษฐกิจโลก #การออมทอง #WorldFinance #TheGreatReset
( Cr: World Military and Political (การทหารและการเมืองโลก) V2)



