หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงินภาษีสหรัฐฯ สั่นคลอนอนาคตธุรกิจ SMEs ในเอเชีย บางส่วนอาจต้องปิดกิจการ!

ภาษีสหรัฐฯ สั่นคลอนอนาคตธุรกิจ SMEs ในเอเชีย บางส่วนอาจต้องปิดกิจการ!

เผยแพร่

spot_img

ภาษี 19-20% พร้อมภาษีลงโทษ transshipments 40% กระทบห่วงโซ่อุปทาน ผู้เชี่ยวชาญเตือน “หายนะสำหรับหลายกิจการ” เซมิคอนดักเตอร์เผชิญภาษี 100%

ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางทั่วเอเชียเผชิญความท้าทายครั้งใหม่จากมาตรการภาษีของรัฐบาลทรัมป์ ขณะที่ยังไม่ทันฟื้นตัวจากผลกระทบการระบาดโควิด-19 ตามรายงาน SCMP หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเผชิญภาษีนำเข้าสหรัฐฯ อัตรา 19-20% พร้อมภาษีเพิ่มเติมสำหรับอุตสาหกรรมเฉพาะเช่นเหล็กกล้าและเซมิคอนดักเตอร์ ตามรายงานจาก SCMP 

รัฐบาลทรัมป์กำหนดภาษีลงโทษ 40% สำหรับสินค้า transshipments ที่ขนส่งผ่านประเทศที่สาม คาดส่งผลกระทบหนักต่อผู้ส่งออกเอเชียที่ต้องพึ่งพาส่วนประกอบจากจีน 

เฮนริช เกรฟ ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการศูนย์เพื่อการเป็นผู้ประกอบการแห่งสถาบัน INSEAD เตือนว่า “การได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่เกิดจากภาษี ในช่วงเวลาที่เพิ่งฟื้นตัวจากการระบาดใหญ่ จะเป็นหายนะสำหรับหลายกิจการ”

 ธุรกิจ SMEs มีสัดส่วนมากกว่า 90% ของธุรกิจทั้งหมดในเอเชีย แต่เปราะบางต่อผลกระทบจากภาษีมากกว่าบริษัทขนาดใหญ่ เนื่องจากดำเนินงานด้วยอัตรากำไรต่ำและต้องอาศัยกระแสเงินสดคงที่เพื่อความอยู่รอด 

จามัส ลิม รองศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จาก ESSEC Business School เตือนว่า “บริษัทขนาดเล็กจำนวนมากอาจถูกบีบให้ต้องเลิกกิจการ เนื่องจากไม่สามารถจัดหาส่วนประกอบสำคัญจากผู้ผลิตต้นทุนต่ำอย่างจีนได้อีกต่อไป”

 ผลกระทบเริ่มแผ่ขยายไปทั่วภูมิภาค ผู้บริหารอุตสาหกรรมรายงานว่าผู้ซื้อชาวสหรัฐฯ เริ่มเรียกร้องให้ลดราคาหรือมองหาผู้จัดหาสินค้าใหม่ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญความท้าทายรุนแรงเมื่อสหรัฐฯ เตรียมบังคับใช้ภาษี 100% ส่งผลกระทบต่อสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนามที่ลงทุนหนักในภาคส่วนนี้ 

เฮนริช เกรฟ ชี้ว่า “ที่สุดแล้ว บางส่วนจะล้มละลาย หรือถูกขายให้กับกิจการขนาดใหญ่กว่า” ขณะที่ SMEs จำนวนมากมองหาการเลื่อนชำระคืนเงินกู้หรือการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อประคับประคองธุรกิจ 

( #IMCTnews รายงาน)

ข่าวล่าสุด

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ

จาก “โอเลี้ยง-อเมริกาโน่”  ถึง “ศึกซักฟอก” การเมืองสายบันเทิงของ “อนุทิน

ฉากทัศน์นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล แนะนำเครื่องดื่ม “โอเลี้ยง” ชวนแขกเหรื่อระดับสถาบันการเงินและสื่ออินเตอร์ในงานประชุมระดับโลก อย่าง IMF-World Bank และเวทีเสวนา CNN

เมื่ออำนาจตัดสินใจเดินหน้า…ความเชื่อมั่นต้องมีคำตอบ

กรณี อดีตนายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ถูกโยกย้ายท่ามกลางข้อวิจารณ์เรื่องการประสานงานและการรับมืออุทกภัย กำลังกลายเป็นประเด็นที่ใหญ่กว่าการเปลี่ยนตัวข้าราชการในพื้นที่

ข่าวอื่นๆ

ลิขสิทธิ์ บอลโลก  JAS ยอมจ่าย 2.3 พันล้าน  คุ้มเกินคุ้ม

**JAS (บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน )** ทุ่มเงิน **70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,300 ล้านบาท** เพื่อคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026

Forbes จัดอันดับ จ. เชียงใหม่ ติด TOP8 เป้าหมายหลักของคนทำงานด้านดิจิทัล (Digital Nomads) และครีเอเตอร์ จากทั่วโลก ย้ายมาปักหลักมากที่สุด ในปี 2026 

นิตยสารธุรกิจชั้นนำระดับโลก Forbesได้จัดอันดับเชียงใหม่ ให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่เหล่านักเดินทาง คนทำงานด้านดิจิทัล (Digital Nomads) และกลุ่มครีเอเตอร์ทั่วโลกหลั่งไหลและย้ายเข้ามาปักหลักมากที่สุดในปี 2026 โดยติดกลุ่ม TOP8 ของโลก

บทเรียนจากศรีลังกา ท่าเรือที่ไม่มีเรือมาจอด

ท่าเรือ Hambantota แทบไม่มีเรือมาใช้บริการ ในปี 2016 ท่าเรือทำรายได้เพียง 11.81 ล้านดอลลาร์ แต่ค่าใช้จ่ายสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ กำไรเพียง 1.81 ล้านดอลลาร์ ไม่พอจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แม้แต่น้อย