วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวหน้าหนึ่งย้อนที่มาโครงการ ‘คนละครึ่ง’ จากไอเดียสู้โควิด สู่ก้าวแรกสร้าง 'รัฐสวัสดิการไทยที่ยั่งยืน"

ย้อนที่มาโครงการ ‘คนละครึ่ง’ จากไอเดียสู้โควิด สู่ก้าวแรกสร้าง ‘รัฐสวัสดิการไทยที่ยั่งยืน”

เผยแพร่

spot_img

10 กันยายน 2568 กระแสการพูดถึงโครงการ #คนละครึ่ง กลับมาอีกครั้ง เมื่อ นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) ออกมาเล่าผ่านเฟซบุ๊กว่า จุดกำเนิดและเจตนารมณ์ของโครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียง #มาตรการแจกเงินชั่วคราว ในช่วง #โควิด-19 แต่คือ ก้าวแรกของ #การปฏิรูประบบสวัสดิการ สังคมไทยให้ยั่งยืนและตรงจุด

จุดเริ่มต้น : “คนละครึ่ง” ไม่ใช่แค่ประชานิยม

ย้อนกลับไปปี 2563 ท่ามกลางวิกฤตโควิดที่ทำให้เศรษฐกิจไทยหยุดชะงัก รัฐบาลต้องหามาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะ #กลุ่มรายได้น้อย และ #ร้านค้าธุรกิจเล็ก ที่เป็น “เส้นเลือดฝอยของเศรษฐกิจในท้องถิ่น”

โครงการ “คนละครึ่ง” จึงถูกออกแบบขึ้นภายใต้แนวคิด “ประชาชนลดภาระ ร้านค้าเพิ่มรายได้ รัฐสร้างฐานภาษี” โดยอาศัย #เทคโนโลยีดิจิทัล ผ่าน แอปพลิเคชันเป๋าตัง ของธนาคารกรุงไทย เพื่อให้ทุกการใช้สิทธิ์ถูกบันทึก โปร่งใส และตรวจสอบได้

ความเข้าใจเบื้องหลังการออกแบบ โครงการไม่ได้หยุดแค่การ “ช่วยจ่ายแทนครึ่งหนึ่ง” แต่มีการวางโครงสร้างที่ชัดเจนเพื่อให้ตรงกับสภาพสังคมไทย

** ประชาชน – แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

#รายได้น้อย : ช่วยตรงจุด เช่น ค่าเดินทางสาธารณะ ปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์เกษตร

#คนชั้นกลาง : ใช้ระบบ co-payment ไม่ถึง 50:50 แต่ยังช่วยลดภาระรายจ่ายจำเป็น

#ผู้มีรายได้สูง : ได้สิทธิ์คืนภาษี เพื่อจูงใจให้ใช้กับสินค้าไทยหรือ #SME

#ร้านค้า : เปิดโอกาสธุรกิจเล็กเข้าสู่ระบบ เพิ่มแต้มต่อในการแข่งขันกับรายใหญ่ พร้อมเงื่อนไขให้เข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพื่อลดเศรษฐกิจนอกระบบ

#รัฐ : ใช้โครงการเป็นเครื่องมือ #เก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่าย ปรับระบบภาษีในอนาคต และสร้างฐานรายได้การคลังที่มั่นคง

** ใครมีส่วนผลักดัน?

ความสำเร็จของโครงการ “คนละครึ่ง” เกิดจากการร่วมแรงหลายฝ่าย

– รัฐบาลและกระทรวงการคลัง : กำหนดนโยบายและงบประมาณ

– สภาพัฒน์ (สศช.) : วางกรอบเชิงเศรษฐกิจและประเมินผลกระทบ

– ธนาคารกรุงไทย : พัฒนาและดูแลระบบ “เป๋าตัง” ที่เป็นหัวใจสำคัญ

– ภาคเอกชน : เช่น กลุ่มธนาคาร นักเศรษฐศาสตร์ รวมถึง “ปิติ ตัณฑเกษม” ที่เป็นหนึ่งในผู้ผลักดันแนวคิดรัฐสวัสดิการรูปแบบใหม่

– ประชาชนและร้านค้า : ผู้เข้าร่วมจริงที่ทำให้โครงการเดินหน้าและพิสูจน์ผลลัพธ์

** ขั้นตอนจากไอเดียสู่การประเมินผล

– ออกแบบมาตรการ – วางแนวคิด co-payment ไม่ใช่การแจกตรง

– ทดลองใช้จริง – เริ่มเฟสแรกในปี 2563 ครอบคลุมประชาชนหลักสิบล้านคน

– ขยายผล – ปรับเงื่อนไขในเฟสต่อ ๆ มา เพิ่มวงเงิน-จำนวนสิทธิ

– เก็บข้อมูลและวิเคราะห์ – ใช้ฐานข้อมูลดิจิทัลเพื่อประเมินพฤติกรรมการใช้จ่าย

– ประเมินผล – พบว่าเม็ดเงินกระจายถึงร้านค้าเล็กกว่า 60% ลดการพึ่งพาเงินสด และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น

** ไปทางไหนต่อ?

นายปิติ กล่าวว่า หากโครงการนี้กลับมาอีกครั้งในอนาคต ไม่ควรจำกัดแค่การกระตุ้นเศรษฐกิจชั่วคราว แต่ต้องพัฒนาเป็น #ระบบสวัสดิการถาวร เช่น

– การต่อยอดสู่ Negative Income Tax

– การปฏิรูป VAT ให้หลายอัตราเหมือนต่างประเทศ

– การสร้างระบบลงทะเบียนที่รัดกุม เพื่อให้การช่วยเหลือตรงกลุ่มเป้าหมาย

เป้าหมายระยะยาว คือ #ลดความเหลื่อมล้ำ ดัน SME ให้เข้มแข็ง ดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบภาษี และสร้างสวัสดิการที่ยั่งยืน โดยไม่ทิ้งภาระการคลังให้คนรุ่นหลัง

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

เวียดนามปฏิรูปการเงินครั้งใหญ่ หนุนตั้งศูนย์การเงินนานาชาติดึงทุนโลก

รัฐบาลเวียดนาม ออกคำสั่งเร่งด่วนให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเปิดตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยน สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets), ทองคำ (Gold) และ อสังหาริมทรัพย์ (Real Estate) ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้

ลำพูน จังหวัดเล็กสุดของภาคเหนือ แต่มีรายได้ต่อหัวสูงสุด ในภาคเหนือ

“ลำพูน” จังหวัดนี้ มี GPP per capita หรือรายได้เฉลี่ยต่อหัวเกือบ 20,000 บาทต่อเดือน ซึ่งสูงสุดในภาคเหนือ และมากกว่าจังหวัดเชียงใหม่ อย่างที่หลายคนคิดเสียอีก

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ฉลองครบรอบ 71 ปี  

ในวันนักข่าว 5 มีนาคมนี้ ระดมขุนพลทางความคิดจากภาครัฐและเอกชนร่วมวงเสวนาหาทางออกให้ประเทศภายใต้หัวข้อ “โจทย์ใหญ่ประเทศไทย ความท้าทายของรัฐบาลใหม่” พร้อมเชิดชูเกียรติวิชาชีพสื่อมวลชนด้วยการประกาศผลรางวัลอิศรา อมันตกุล ประจำปี 2568