รถไฟฟ้า ดันราคาที่ดินทะยานสูง พระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ พุ่ง 39%
รายงานพิเศษ : โครงการรถไฟฟ้าและระบบขนส่งมวลชนยังคงเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนราคาที่ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลให้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานล่าสุดจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เผยภาพรวมตลาดที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนา ปรากฎว่า
ทำเลเด่นที่ราคาที่ดินพุ่งสูงจากอานิสงส์รถไฟฟ้า
BTS สายสุขุมวิท (ย่านสุขุมวิท – พระโขนง – บางนา)
มีอัตราการเติบโตครองแชมป์ราคาที่ดินเติบโตสูงสุด โดยเฉพาะโซนพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ ที่ราคาปรับขึ้นสูงถึง 39%
โดยมีปัจจัยหนุน คือ การเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายหลัก, โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ (Mega Projects) และศูนย์การค้าใหม่ๆ ที่เกิดตามแนวเส้นทาง ทำให้ทำเลนี้ถูกจับตามองว่าจะกลายเป็น New CBD แห่งใหม่
สายสีชมพู (แคราย – มีนบุรี / ส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานี)
มีอัตราการเติบโต ทำเลชานเมืองฝั่งตะวันออกและกรุงเทพฯ ตอนเหนือมีราคาที่ดินปรับตัวขึ้นแรง รับอานิสงส์จากการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ทำให้อสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมและแนวราบขยายตัวเข้าสู่พื้นที่อย่างรวดเร็ว
สายสีเขียวส่วนต่อขยาย (คูคต – ลำลูกกา)
ส่งผลให้อัตราการเติบโตของ ทำเลช่วงคูคต-ลำลูกกา ราคาที่ดินเติบโตโดดเด่นถึง 17.6%
โดยมีปัจจัยหนุน คือการที่โซนนี้ กลายเป็นจุดยึดหัวหาดใหม่ของดีเวลลอปเปอร์ในการพัฒนาคอนโดมิเนียมระดับราคาจับต้องได้
สายสีม่วงใต้ (เตาปูน – ราษฎร์บูรณะ)
มีอัตราการเติบโตของโซนกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี (ราษฎร์บูรณะ-บางขุนเทียน-ทุ่งครุ) ราคาขยับขึ้นราว 7.5%
มีปัจจัยหนุน คือความคืบหน้าของงานก่อสร้างสายสีม่วงใต้ ประกอบกับโครงการทางด่วน M82 ช่วยร่นเวลาเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจใจกลางเมือง
กรุงเทพฯ ชั้นใน (Core CBD)
ส่วนอัตราการเติบโต มีการปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 12.7%
โดยมีปัจจัยหนุน คือ พื้นที่ติดสถานีรถไฟฟ้าใจกลางเมืองเริ่มเกิดสภาวะ “ที่ดินหายาก” (Land Scarcity) ทำให้ผู้ประกอบการต้องกว้านซื้อตึกเก่าหรืออสังหาริมทรัพย์เดิมมารื้อถอนเพื่อพัฒนาใหม่ ส่งผลให้ราคาที่ดินเปล่าที่เหลืออยู่พุ่งสูงสม่ำเสมอ
สำหรับสาเหตุสำคัญที่ดันราคาที่ดินให้สูงขึ้น
การกระจายตัวของเมือง (Urban Sprawl) เนื่องจาก รถไฟฟ้าช่วยเชื่อมการเดินทางจากปริมณฑลเข้าสู่ใจกลางเมืองได้สะดวก ส่งผลให้ที่ดินชานเมืองตามแนวรถไฟฟ้าถูกยกระดับมูลค่าขึ้น
ประกอบกับการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) ส่งผลให้พื้นที่รอบสถานีเปลี่ยนจากการตั้งอยู่อาศัยเดี่ยวๆ มาเป็นศูนย์การค้า สำนักงาน และคอนโดมิเนียมสูงในที่เดียว
นอกจากนี้ การปลดล็อกกฎหมายทางเข้า-ออกของ รฟม. ซึ่งกฤษฎีกามีแนวทางชัดเจนเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่เวนคืน รฟม. เป็นทางเข้า-ออกโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ทำให้ที่ดินติดสถานีรถไฟฟ้ายิ่งเพิ่มมูลค่าในการพัฒนาเชิงพาณิชย์ อีกด้วย


