หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงิน“เทราฮอป” ผุดโรงงานแห่งที่ 2 หลัง ทุ่ม 3 หมื่นล้าน ปั้นไทยฐานผลิตอุปกรณ์ AI – Data Center

“เทราฮอป” ผุดโรงงานแห่งที่ 2 หลัง ทุ่ม 3 หมื่นล้าน ปั้นไทยฐานผลิตอุปกรณ์ AI – Data Center

เผยแพร่

spot_img

บีโอไอ เผย “เทราฮอป (Terahop)” ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารผ่านใยแก้วนำแสงความเร็วสูงอันดับ 1 ของโลกจากจีน ปักหมุดฐานผลิตหลักในไทย ลงทุนต่อเนื่องกว่า 3 หมื่นล้านบาท เป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในสระบุรี จ้างงานสูงถึง 1 หมื่นคน ขยายตัวรวดเร็วรองรับการเติบโตของ AI และ Data Center หนุนไทยสู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลของภูมิภาค

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยหลังร่วมฉลองครบรอบ 5 ปี และเยี่ยมชมโรงงานของบริษัท เทราฮอป (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งผู้ผลิตอุปกรณ์และระบบสื่อสารผ่านใยแก้วนำแสง (Optical Transceiver) สำหรับอุตสาหกรรม AI และ Data Center อันดับ 1 ของโลกจากประเทศจีน ตั้งโรงงานอยู่ที่เขตอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ( WHA) จังหวัดสระบุรี โดยเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในสระบุรี ว่า ปัจจุบันบริษัทกำลังขึ้นโรงงานแห่งที่ 2 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

บริษัทได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2564 และขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง มูลค่าลงทุนรวมกว่า 30,000 ล้านบาท จ้างงานกว่า 10,000 คน ในจำนวนนี้ เป็นวิศวกรและบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) กว่า 600 คน และใช้วัตถุดิบในประเทศไทยถึงกว่า 50%

นายนฤตม์กล่าว่าประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตหลักของเทราฮอป ครอบคลุมทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา การผลิต การประกอบ และการทดสอบ เพื่อส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาและยุโรปเป็นหลัก โดยลูกค้าจะเป็นกลุ่มบริษัทดิจิทัลรายใหญ่ เช่น Google, AWS, Microsoft, Meta สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฐานการลงทุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

ที้งนี้ บริษัท เทราฮอป เป็นผู้นำโซลูชันด้านการเชื่อมต่อด้วยแสง ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ของโลก และในปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตของรายได้สูงถึงกว่า 60% โดยได้พัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์รองรับการสื่อสารผ่านใยแก้วนำแสง ความเร็วสูงสุด 1,600 Gbps และกำลังพัฒนาให้เร็วขึ้น 2-3 เท่าในอนาคตอันใกล้ อีกทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงาน ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญของการเชื่อมต่อข้อมูลยุคใหม่สำหรับระบบ AI และ Data Center ที่ต้องการประสิทธิภาพการประมวลผลระดับสูง

นอกจากนี้ บริษัทยังมีเครือข่ายในระดับนานาชาติ โดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนาร่วมกับลูกค้าในสหรัฐอเมริกา สำนักงานใหญ่และศูนย์บริหารธุรกิจในสิงคโปร์ และฐานเชื่อมโยงอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในไต้หวัน ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานและการให้บริการในระดับโลก

นอกจากนี้ เทราฮอป ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรไทย โดยได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาหลายแห่งในไทย เช่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยสุรนารี มหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในการสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตร โดยเฉพาะหลักสูตรด้าน Optoelectronics การให้ทุนการศึกษา การพัฒนาห้องทดลอง รวมทั้งการรับนักศึกษาเข้ามาฝึกงาน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมด้วย

“การดำเนินงานของเทราฮอปในประเทศไทยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงศักยภาพของไทยในการเป็นฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง สำหรับรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม AI, Data Center และระบบโทรคมนาคม 

ความพร้อมของประเทศไทยทั้งด้านทำเลที่ตั้งใจกลางภูมิภาคอาเซียน พร้อมระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ เครือข่ายความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง บุคลากรทักษะสูง

และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เทราฮอปตัดสินใจเลือกไทยเป็นฐานการผลิตหลัก รวมถึงจัดตั้งทีม R&D ขนาดใหญ่ในไทย ซึ่งจะช่วยยกระดับบทบาทของไทยสู่ศูนย์กลางการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค”

ข่าวล่าสุด

“มืออาชีพ” บริหารวิกฤติ วัดกันที่ “ทางออก” ไม่ใช่ “ข้ออ้าง”    จาก Ford, Johnson & Johnson และ Delta สู่บทเรียนสากล

เมื่อ“วิกฤติ” เกิดขึ้น ! ความแตกต่างระหว่าง “ผู้ดำรงตำแหน่ง” กับ “ผู้บริหารมืออาชีพ” อาจไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งหรือขนาดองค์กร แต่อยู่ที่วิธีรับมือกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

“5,600 กระเป๋า” ตกค้าง …สะเทือน HUB !

ปัญหา “กระเป๋าล่าช้า” เมื่อสัมภาระจาก 52 เที่ยวบินตกค้างราว 5,600 ใบ ขณะที่เที่ยวบินของการบินไทยที่ออกจากกรุงเทพฯ ในช่วง 2 วันได้รับผลกระทบเกือบทั้งหมด

กระเป๋าตังค์“แบนกว่า” ความรู้สึก !4 สัญญาณเศรษฐกิจฐานราก

จากรายงานระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index CCI) เดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 53.2 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และสูงสุดในรอบ 6 เดือน แต่ยังต่ำกว่าระดับ 100

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

ข่าวอื่นๆ

ลิขสิทธิ์ บอลโลก  JAS ยอมจ่าย 2.3 พันล้าน  คุ้มเกินคุ้ม

**JAS (บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน )** ทุ่มเงิน **70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,300 ล้านบาท** เพื่อคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026

Forbes จัดอันดับ จ. เชียงใหม่ ติด TOP8 เป้าหมายหลักของคนทำงานด้านดิจิทัล (Digital Nomads) และครีเอเตอร์ จากทั่วโลก ย้ายมาปักหลักมากที่สุด ในปี 2026 

นิตยสารธุรกิจชั้นนำระดับโลก Forbesได้จัดอันดับเชียงใหม่ ให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่เหล่านักเดินทาง คนทำงานด้านดิจิทัล (Digital Nomads) และกลุ่มครีเอเตอร์ทั่วโลกหลั่งไหลและย้ายเข้ามาปักหลักมากที่สุดในปี 2026 โดยติดกลุ่ม TOP8 ของโลก

บทเรียนจากศรีลังกา ท่าเรือที่ไม่มีเรือมาจอด

ท่าเรือ Hambantota แทบไม่มีเรือมาใช้บริการ ในปี 2016 ท่าเรือทำรายได้เพียง 11.81 ล้านดอลลาร์ แต่ค่าใช้จ่ายสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ กำไรเพียง 1.81 ล้านดอลลาร์ ไม่พอจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แม้แต่น้อย