หน้าแรกINSIDE - INSIGHTทุเรียนไทยขายมาก…แต่เงินได้น้อย  “ล้ง” จุดตัดสำคัญของราคา จากสวนถึงตลาดจีน  เงินอยู่ที่ใคร?

ทุเรียนไทยขายมาก…แต่เงินได้น้อย  “ล้ง” จุดตัดสำคัญของราคา จากสวนถึงตลาดจีน  เงินอยู่ที่ใคร?

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”

ประจำวันที่  6 ตุลาคม  2569

ทุเรียนไทยยังส่งออกเกือบล้านตัน แต่ปี 2568 มูลค่ากลับลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่จีนยังเป็นตลาดหลักกว่า 97% ของมูลค่าทุเรียนสดไทย ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ “ขายไม่ได้” แต่อยู่ที่โครงสร้างราคาตั้งแต่สวนถึงปลายทาง และ “ล้ง” คือจุดสำคัญที่ต้องตรวจสอบ

                             ตัวเลขสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ซึ่งอ้างอิงข้อมูลกรมศุลกากร ชี้ว่า ปี 2566 ไทยส่งออกทุเรียนสด 991,577 ตัน มูลค่า 141,055 ล้านบาท ปี 2567 ปริมาณลดลงเหลือ 859,157 ตัน มูลค่า 134,852 ล้านบาท และปี 2568 ปริมาณฟื้นกลับมาเป็น 982,016 ตัน ใกล้เคียงกับปี 2566 แต่มีมูลค่าเพียง 125,868 ล้านบาท หรือต่ำกว่าปี 2566 ประมาณ 15,187 ล้านบาท ทั้งที่ปริมาณส่งออกต่างกันไม่ถึง 1% 

                           เมื่อปริมาณทุเรียนปี 2568 กลับมาใกล้ระดับปี 2566 แต่รายได้จากการส่งออกกลับลดลง สิ่งที่ต้องพิจารณาจึงไม่ใช่เพียงผลผลิตหรือความต้องการของตลาด แต่คือ ราคาที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงของห่วงโซ่ ตั้งแต่หน้าสวน การรวบรวม การคัดเกรด การบรรจุ การขนส่ง จนถึงราคาส่งออก เพราะราคาส่งออกที่ลดลงย่อมสะท้อนว่ามูลค่าต่อหน่วยของทุเรียนไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อย้อนกลับมาดูต้นทาง คำถามสำคัญคือ ชาวสวนได้รับผลกระทบจากราคาที่ลดลงมากเพียงใด

                            ในโครงสร้างการค้าทุเรียน ”ล้ง“  หรือผู้รวบรวมผลผลิตและโรงคัดบรรจุ (Packing House) มีบทบาทสำคัญ เพราะเป็นจุดที่ทุเรียนจากสวนถูกซื้อ รวบรวม คัดคุณภาพ ชั่งน้ำหนัก บรรจุ และส่งต่อเข้าสู่ระบบส่งออก โดยเฉพาะตลาดจีนซึ่งในปี 2567 คิดเป็น 97.4% ของมูลค่าการส่งออกทุเรียนสดไทย  เมื่อเกษตรกรจำนวนหนึ่งต้องพึ่งพา  “ล้ง“ในการระบายผลผลิตและขาดอำนาจต่อรองด้านเงินทุนหรือช่องทางตลาดโดยตรง จุดรับซื้อจึงกลายเป็นจุดสำคัญของการกำหนดราคาที่รัฐต้องจับตา และนี่คือเหตุผลที่ประเด็น “ล้ง” ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเรื่องของคนกลาง แต่เป็นเรื่องของโครงสร้างตลาดและรายได้ของเกษตรกร

                            การที่กรมการค้าภายในลงพื้นที่ตรวจล้งทุเรียนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าความโปร่งใส ณ จุดรับซื้อเป็นประเด็นที่ภาครัฐให้ความสำคัญ โดยกำหนดให้ล้งและผู้รวบรวมผลผลิตต้องแสดงราคารับซื้อประจำวันอย่างชัดเจน เพื่อให้เกษตรกรสามารถเปรียบเทียบราคาและตัดสินใจขายได้อย่างเป็นธรรม ขณะที่การตรวจในจังหวัดยะลา ปี 2568 ตรวจผู้ประกอบการ 161 รายและเครื่องชั่งแบบสปริง 558 เครื่อง พบไม่ผ่านมาตรฐาน 1 เครื่อง ซึ่งถูกยึดและดำเนินการตามกฎหมาย ประเด็นจึงอยู่ที่การทำให้ ราคา น้ำหนัก และคุณภาพที่ใช้กำหนดราคาซื้อขาย ตรวจสอบได้จริง ไม่ใช่ปล่อยให้เกษตรกรเป็นฝ่ายรับราคาเพียงฝ่ายเดียว

                             การจะกล่าวว่าล้งจีนทุกแห่งเป็นต้นเหตุของรายได้ที่หายไป ย่อมเกินกว่าหลักฐานที่มีอยู่ แต่ในอีกด้านหนึ่ง การมองข้ามบทบาทของล้งก็ไม่ตอบคำถามว่าทำไมทุเรียนส่งออกเกือบล้านตัน แต่รายได้รวมกลับลดลง สิ่งที่รัฐควรทำจึงไม่ใช่การผลักล้งจีนออกจากระบบ หากเป็นการทำให้ผู้ประกอบการทุกสัญชาติอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน ตั้งแต่การประกาศราคารับซื้อ เครื่องชั่ง การคัดเกรด การหักน้ำหนัก การทำสัญญาซื้อขาย และการเปิดเผยข้อมูลราคาตลอดห่วงโซ่ พร้อมเพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกรผ่านสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร เงินทุนหมุนเวียน และช่องทางขายตรง

                               ประเทศไทยยังมีจุดแข็งด้านคุณภาพและตลาดส่งออก แต่การเป็นผู้ส่งออกทุเรียนรายใหญ่ไม่ได้หมายความว่าเกษตรกรจะได้รับประโยชน์สูงสุดโดยอัตโนมัติ หากราคาหน้าสวนต่ำ ขณะที่ราคาปลายทางและมูลค่าการค้าสูงขึ้น ปัญหาก็อยู่ที่การกระจายมูลค่าตลอดห่วงโซ่ ดังนั้นตัวชี้วัดความสำเร็จของทุเรียนไทยจึงไม่ควรมีเพียง “ส่งออกได้กี่ตัน” แต่ต้องตอบให้ได้ด้วยว่า เงินจากทุเรียนหนึ่งกิโลกรัม กลับถึงมือชาวสวนกี่บาท และส่วนต่างที่เหลือเกิดขึ้นจากขั้นตอนใด

                              “ส่งออกเกือบล้านตัน” อาจเป็นตัวเลขที่น่าภูมิใจ

แต่ถ้าเงินไม่ได้กลับถึงคนปลูกในสัดส่วนที่เป็นธรรม ประเทศอาจกำลังวัดความสำเร็จจาก “จำนวนที่ขายได้” มากกว่าจาก “รายได้ที่คนปลูกได้รับ”

                             ราชาผลไม้จึงไม่ได้ต้องการเพียงตลาดใหญ่ แต่ต้องการระบบตลาดที่ยุติธรรมด้วย

ข่าวล่าสุด

เอลนีโญจ่อแรงมาก…ไทย-เพื่อนบ้านต้องรับมือก่อนวิกฤต

เอลนีโญมีโอกาสเกือบ 100% ที่จะต่อเนื่องถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ขณะที่ สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA/ National Oceanic and Atmospheric Administration) ประเมินโอกาสมากกว่า 90% ที่จะพัฒนาเป็นระดับรุนแรงมาก

เปิดศึกรอยแผลองค์กรอิสระ “กสทช.” ประชุมล่ม 12 ครั้ง

เมื่อข้อพิพาทเรื่องสถานะประธานกระทบต่อองค์ประชุม คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าใครมีสิทธิ์นั่งหัวโต๊ะ แต่คือ กสทช. จะกลับมาทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะได้เมื่อใด

2569 ไม่ใช่ 2554  “ท่วม-ไม่ท่วม ?“  กรุงเทพฯ อยู่ที่ “น้ำ”  ไม่ใช่แค่…ระบบ !

ถอดรหัสความต่าง 15 ปี จากการตั้งรับสู่การบริหารมวลน้ำแบบบูรณาการ พร้อมเทียบปริมาณน้ำเหนือปี 2569 กับมหาอุทกภัย 2554 คำตอบยังไม่ใช่ “ไม่ท่วม” แต่คือ “ท่วมที่ไหน และหนักแค่ไหน

“มืออาชีพ” บริหารวิกฤติ วัดกันที่ “ทางออก” ไม่ใช่ “ข้ออ้าง”    จาก Ford, Johnson & Johnson และ Delta สู่บทเรียนสากล

เมื่อ“วิกฤติ” เกิดขึ้น ! ความแตกต่างระหว่าง “ผู้ดำรงตำแหน่ง” กับ “ผู้บริหารมืออาชีพ” อาจไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งหรือขนาดองค์กร แต่อยู่ที่วิธีรับมือกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

ข่าวอื่นๆ

เอลนีโญจ่อแรงมาก…ไทย-เพื่อนบ้านต้องรับมือก่อนวิกฤต

เอลนีโญมีโอกาสเกือบ 100% ที่จะต่อเนื่องถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ขณะที่ สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA/ National Oceanic and Atmospheric Administration) ประเมินโอกาสมากกว่า 90% ที่จะพัฒนาเป็นระดับรุนแรงมาก

เปิดศึกรอยแผลองค์กรอิสระ “กสทช.” ประชุมล่ม 12 ครั้ง

เมื่อข้อพิพาทเรื่องสถานะประธานกระทบต่อองค์ประชุม คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าใครมีสิทธิ์นั่งหัวโต๊ะ แต่คือ กสทช. จะกลับมาทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะได้เมื่อใด

2569 ไม่ใช่ 2554  “ท่วม-ไม่ท่วม ?“  กรุงเทพฯ อยู่ที่ “น้ำ”  ไม่ใช่แค่…ระบบ !

ถอดรหัสความต่าง 15 ปี จากการตั้งรับสู่การบริหารมวลน้ำแบบบูรณาการ พร้อมเทียบปริมาณน้ำเหนือปี 2569 กับมหาอุทกภัย 2554 คำตอบยังไม่ใช่ “ไม่ท่วม” แต่คือ “ท่วมที่ไหน และหนักแค่ไหน