“อินทผลัม” (Date Palm) ผลไม้แห่งทะเลทรายที่เคยถูกมองว่าเป็นพืชที่เติบโตได้ยากในสภาพอากาศแบบเมืองไทย ปัจจุบันได้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ที่เกษตรกรไทยให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ด้วยมูลค่าทางการตลาดที่สูง รสชาติที่หวานกรอบอร่อย และสามารถปลูกให้ผลผลิตได้ดีเยี่ยมในหลายพื้นที่ของประเทศไทย
สายพันธุ์ยอดฮิตและการปลูกเชิงพาณิชย์ การปลูกอินทผลัมในประเทศไทยเพื่อการค้านั้น นิยมใช้ “ต้นกล้าเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ” เป็นหลัก เนื่องจากเป็นการการันตีว่าจะได้ต้นตัวเมีย 100% ซึ่งเป็นต้นที่ให้ผลผลิต และมีคุณภาพรสชาตินิ่ง ไม่กลายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไทย ได้แก่:
- บาฮี (Barhee): ราชินีอินทผลัมทานสด ลักษณะผลอ้วนกลม เมื่อสุกมีสีเหลืองทอง รสชาติหวาน กรอบ ไร้ความฝาด จนได้รับฉายาว่าแอปเปิลแห่งตะวันออกกลาง
- โคไนซี่ (Konaizi) และ อัมเอสดาฮาน (Um ed Dahan): เป็นสายพันธุ์ผลสีแดงที่มีรสชาติหวานโดดเด่นและเป็นที่นิยมปลูกเช่นกัน
การดูแลรักษา: ลบภาพจำ “พืชทนแล้งไม่ต้องรดน้ำ” หลายคนเข้าใจผิดว่าอินทผลัมเป็นพืชทะเลทรายจึงไม่ต้องการน้ำ แต่แท้จริงแล้ว อินทผลัมเป็นพืชที่ “ต้องการน้ำมาก” หากต้องการให้ได้ผลผลิตที่ลูกใหญ่และมีคุณภาพ:
- การให้น้ำและปุ๋ย: ต้องรดน้ำอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง การให้ปุ๋ยจะเริ่มจากสูตรบำรุงต้น (เช่น 20-10-10) และเปลี่ยนเป็นสูตรสะสมอาหาร (เช่น 8-24-24) เมื่อต้นพร้อมออกดอก
- การผสมเกสร: เนื่องจากอินทผลัมมีต้นตัวผู้และตัวเมียแยกกัน การปล่อยให้ผสมตามธรรมชาติจะไม่ค่อยติดผล เกศตรกรจึงต้องทำการ “ผสมเกสรเทียม” โดยนำเกสรตัวผู้มาเคาะใส่จั่นดอกตัวเมียและคลุมถุงไว้
- การแต่งผลและห่อทะลาย: เมื่อติดผลแล้ว ต้องมีการเด็ดผลอ่อนทิ้งบางส่วน (แต่งลูก) เพื่อลดความเบียดเสียด ทำให้ผลที่เหลือมีขนาดใหญ่สมบูรณ์ และต้องใช้ถุงกระดาษคลุมทะลายเพื่อป้องกันแมลง นก และรอยขีดข่วน
‘อินทผาลัมบ้านวังหงส์’ ของดีแห่งอำเภอชุมแสง หากเดินทางมาที่ ตำบลท่าไม้ อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ จะพบกับ “สวนอินทผลัมบ้านวังหงส์” โอเอซิสสีเขียวบนพื้นที่กว่า 10 ไร่ ภายใต้การดูแลของคุณบุญญลักษณ์ ยิ้มสาระ และคุณสุรัตน์ เทียนวัน

คุณบุญญลักษณ์เล่าว่า เดิมทีพื้นที่ตรงนี้เคยใช้เลี้ยงไก่เนื้อแต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงหันมาศึกษาและเริ่มทดลองปลูกอินทผลัมเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ผ่านการลองผิดลองถูกจนปัจจุบันมีต้นอินทผลัมที่ให้ผลผลิตแล้วกว่า 170 ต้น ภายในสวนเน้นปลูกสายพันธุ์ บาฮี, โคไนซี่ และ อัมเอสดาฮาน
จุดเด่นของสวนอินทผาลัมบ้านวังหงส์:
- วิถีปลอดสาร: ทางสวนเน้นการปลูกแบบธรรมชาติ ปลอดสารเคมี 100% ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ในความปลอดภัย
- ท่องเที่ยวเชิงเกษตร: เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชม ถ่ายรูปเช็กอิน และที่สำคัญคือสามารถ “เดินเด็ดชิมผลสดๆ จากต้น” หากถูกใจช่อไหนก็สามารถตัดซื้อกลับบ้านได้เลย

ผลผลิตของสวนจะมีปีละครั้ง (มักอยู่ในช่วงกลางปี) สำหรับผู้ที่สนใจอยากไปสัมผัสบรรยากาศ หรือสั่งซื้ออินทผลัมปลอดสารรสชาติหวานกรอบ
สามารถติดต่อสวนอินทผาลัมบ้านวังหงส์ (หมู่ 6 ต.ท่าไม้ อ.ชุมแสง) ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 087-464-6265/ FB อินทผาลัมบ้านวังหงส์ อำเภอชุมแสง



