หน้าแรกINSIDE - INSIGHTสตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”

ประจำวันที่ 17 ตุลาคม  2569

                              การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ หลังมีการเปิดเผยข้อทักท้วงเกี่ยวกับการใช้จ่ายรวมกว่า 230 ล้านบาท ขณะที่ไทยพีบีเอสตั้งคำถามถึงขั้นตอนการตรวจสอบ และข้อเสนอปรับโครงสร้างเงินทุนจากภาษีสุราและยาสูบก็ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียง หลักสำคัญจึงไม่ใช่การเลือกข้าง แต่คือการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและรักษาหลักการที่ทั้งสององค์กรต้องยึดถือ

                               เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 สตง.ชี้แจงว่า การตรวจสอบไทยพีบีเอสเริ่มจากข้อร้องเรียนของบุคลากรภายในองค์กร โดยมีการตรวจสอบด้านผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้าง รายงานที่เปิดเผยระบุประเด็นการจ่ายค่าตอบแทนผู้ดำเนินรายการและแขกรับเชิญประมาณ 214.36 ล้านบาท และการจ้างผลิตรายการข่าวประมาณ 15.84 ล้านบาท รวมเป็น 230.20 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สตง.ระบุว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อค้นพบจากการตรวจสอบ ไม่ใช่คำสั่งลงโทษหรือคำวินิจฉัยความผิดถึงที่สุด จึงต้องแยกข้อบกพร่องด้านระเบียบการเงินออกจากการพิสูจน์ความเสียหายและความรับผิดของบุคคลแต่ละรายอย่างชัดเจน เพราะการตรวจสอบเงินสาธารณะต้องตั้งอยู่บนหลักฐานและฐานกฎหมาย ไม่ใช่การตัดสินจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว

                              ไทยพีบีเอส ยืนยันว่าไม่ได้ปฏิเสธการตรวจสอบ แต่ตั้งคำถามว่าเหตุใดผลตรวจสอบบางประเด็นจึงถูกเผยแพร่ก่อนที่องค์กรจะได้รับแจ้งผลอย่างเป็นทางการและมีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริง โดยเฉพาะประเด็นค่าตอบแทนที่มีข้อทักท้วงถึงหลักเกณฑ์การจ่าย ขณะที่ฝ่ายบริหารชี้ว่าการอนุมัติจ่ายดำเนินการภายใต้อำนาจและหลักเกณฑ์ที่องค์กรใช้ในขณะนั้น ประเด็นนี้ต้องตรวจสอบเอกสาร ระเบียบที่มีผลบังคับใช้ และลำดับขั้นตอนการอนุมัติอย่างรอบคอบ ไม่ควรสรุปว่าการมีระบบตรวจสอบภายในหมายถึงทุกการใช้จ่ายถูกต้อง หรือถือว่าการถูกทักท้วงเท่ากับทุจริตแล้วโดยอัตโนมัติ ในฐานะองค์กรสื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอสต้องเปิดเผยคำชี้แจงและแก้ไขข้อบกพร่องหากพบจริง ส่วน สตง.ก็ต้องรักษามาตรฐานการตรวจสอบและสิทธิของหน่วยรับตรวจอย่างเคร่งครัด

                                กรณีอาคารสำนักงาน สตง.ถล่มเมื่อครั้งเกิดแผ่นดินไหวเป็นบาดแผลสำคัญต่อความเชื่อมั่นของสังคม และทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานถูกจับตามองอย่างเข้มข้น เมื่อเกิดข้อพิพาทกับไทยพีบีเอสซึ่งเคยรายงานข่าวเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว จึงไม่น่าแปลกที่สังคมจะตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยง แต่ความสงสัยไม่ใช่หลักฐาน และการเกิดเหตุการณ์สองเรื่องในช่วงเวลาใกล้กันไม่เพียงพอจะพิสูจน์ว่ามีการตอบโต้หรือแก้แค้น  ซึ่งสตง.ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการกลั่นแกล้งและยืนยันว่าดำเนินการตามหน้าที่ ดังนั้น หากต้องการตรวจสอบว่ากระบวนการมีความผิดปกติหรือไม่ ควรพิจารณาจากเอกสาร ลำดับการดำเนินงาน เหตุผลในการตัดสินใจ และหลักเกณฑ์ที่ใช้จริง ไม่ใช่ตั้งต้นจากสมมติฐานว่าองค์กรใดองค์กรหนึ่งมีเจตนาไม่สุจริต

                                ตามพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 ไทยพีบีเอสได้รับเงินบำรุงองค์การในอัตราร้อยละ 1.5 จากภาษีสุราและยาสูบ โดยมีเพดานไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี เงินส่วนนี้จัดเก็บตามกลไกเฉพาะที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ต้องนำเข้าสู่การพิจารณาจัดสรรแบบเดียวกับหน่วยงานราชการทั่วไป จึงเกิดคำถามเชิงนโยบายว่า ควรปรับระบบเพื่อเพิ่มการตรวจสอบและเปิดให้รัฐสภามีบทบาทมากขึ้นหรือไม่ ฝ่ายสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสามารถให้เหตุผลเรื่องความรับผิดชอบต่อเงินสาธารณะและการจัดสรรทรัพยากร ส่วนฝ่ายที่กังวลย่อมห่วงว่าการผูกเงินทุนกับการตัดสินใจทางการเมืองอาจกระทบความเป็นอิสระของสื่อ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบงบประมาณกับการเปลี่ยนแหล่งเงินทุนเป็นคนละประเด็น การนำผลตรวจสอบมาเป็นเหตุผลเร่งรัดให้เปลี่ยนโครงสร้างทั้งระบบจึงต้องมีเหตุผลรองรับและผ่านกระบวนการพิจารณาที่รอบด้าน 

                                 เมื่อพิจารณาในเชิงสถาบัน สตง.มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของรัฐตามอำนาจกฎหมาย ส่วนไทยพีบีเอสเป็นองค์กรสื่อสาธารณะที่ต้องรักษาความเป็นอิสระในการดำเนินงานและการนำเสนอข่าว ทั้งสองภารกิจไม่ควรถูกนำมาใช้หักล้างกัน การเป็นสื่อสาธารณะไม่ได้ทำให้องค์กรพ้นจากการตรวจสอบ และการมีอำนาจตรวจเงินแผ่นดินก็ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการตรวจสอบจะไม่ต้องถูกตรวจสอบเช่นกัน ไทยพีบีเอสจึงต้องแสดงให้เห็นว่าการใช้เงินมีหลักเกณฑ์ โปร่งใส และคุ้มค่าต่อประชาชน ขณะที่ สตง.ต้องทำให้กระบวนการตรวจสอบมีหลักฐานชัดเจน เปิดโอกาสให้ชี้แจง และรักษามาตรฐานเดียวกันทุกหน่วยงาน ส่วนฝ่ายการเมืองที่เสนอปรับระบบเงินทุนต้องอธิบายให้ชัดว่าการเปลี่ยนแปลงจะเพิ่มความรับผิดชอบได้อย่างไร พร้อมสร้างหลักประกันไม่ให้การจัดสรรเงินกลายเป็นเครื่องมือกดดันบุคลากรขององค์กร

                                 ข้อทักท้วงกว่า 230 ล้านบาทจะนำไปสู่ประโยชน์ต่อสังคมได้ก็ต่อเมื่อมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน ผู้เกี่ยวข้องได้รับสิทธิชี้แจง และมีการดำเนินการตามกฎหมายหากพบความผิดจริง ขณะเดียวกัน ข้อเสนอแก้ระบบเงินทุนไทยพีบีเอสต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงทั้งความคุ้มค่าของเงินสาธารณะ ความรับผิดชอบต่อประชาชน และหลักประกันเสรีภาพสื่อ ไม่ควรนำความผิดพลาดที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบมาใช้ตัดสินความผิดของบุคคลล่วงหน้า และไม่ควรใช้ความเป็นอิสระเป็นข้ออ้างปฏิเสธการตรวจสอบที่ชอบด้วยกฎหมาย ท้ายที่สุด สังคมไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างการตรวจสอบเงินแผ่นดินกับการปกป้องสื่อสาธารณะ เพราะหลักการที่ถูกต้องคือ ตรวจสอบได้โดยไม่กลั่นแกล้ง ชี้แจงได้โดยไม่ปกปิด และเป็นอิสระโดยไม่อยู่เหนือความรับผิดชอบ

ข่าวล่าสุด

จาก “โอเลี้ยง-อเมริกาโน่”  ถึง “ศึกซักฟอก” การเมืองสายบันเทิงของ “อนุทิน

ฉากทัศน์นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล แนะนำเครื่องดื่ม “โอเลี้ยง” ชวนแขกเหรื่อระดับสถาบันการเงินและสื่ออินเตอร์ในงานประชุมระดับโลก อย่าง IMF-World Bank และเวทีเสวนา CNN

เมื่ออำนาจตัดสินใจเดินหน้า…ความเชื่อมั่นต้องมีคำตอบ

กรณี อดีตนายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ถูกโยกย้ายท่ามกลางข้อวิจารณ์เรื่องการประสานงานและการรับมืออุทกภัย กำลังกลายเป็นประเด็นที่ใหญ่กว่าการเปลี่ยนตัวข้าราชการในพื้นที่

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนญี่ปุ่น   ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านกีฬา 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 14–22 ตุลาคม พุทธศักราช 2569 ในฐานะที่ทรงดำรงตำแหน่งทูตฮอกกี้น้ำแข็งหญิงโลก

13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช    พระราชปณิธานแห่งการพัฒนา รากฐานแห่งความผาสุกของแผ่นดิน

วันที่ 13 ตุลาคม เป็นวัน“นวมินทรมหาราช” วันคล้ายวันสวรรคตแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วาระสำคัญที่ปวงชนชาวไทยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ข่าวอื่นๆ

จาก “โอเลี้ยง-อเมริกาโน่”  ถึง “ศึกซักฟอก” การเมืองสายบันเทิงของ “อนุทิน

ฉากทัศน์นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล แนะนำเครื่องดื่ม “โอเลี้ยง” ชวนแขกเหรื่อระดับสถาบันการเงินและสื่ออินเตอร์ในงานประชุมระดับโลก อย่าง IMF-World Bank และเวทีเสวนา CNN

เมื่ออำนาจตัดสินใจเดินหน้า…ความเชื่อมั่นต้องมีคำตอบ

กรณี อดีตนายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ถูกโยกย้ายท่ามกลางข้อวิจารณ์เรื่องการประสานงานและการรับมืออุทกภัย กำลังกลายเป็นประเด็นที่ใหญ่กว่าการเปลี่ยนตัวข้าราชการในพื้นที่

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนญี่ปุ่น   ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านกีฬา 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 14–22 ตุลาคม พุทธศักราช 2569 ในฐานะที่ทรงดำรงตำแหน่งทูตฮอกกี้น้ำแข็งหญิงโลก