หน้าแรกINSIDE - INSIGHT23 ตุลาคม วันปิยมหาราช

23 ตุลาคม วันปิยมหาราช

เผยแพร่

spot_img

น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

THAITRIBUNE
INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”
ประจำวันที่ 23 ตุลาคม 2569

23 ตุลาคม วันปิยมหาราช
น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

วันที่ 23 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันปิยมหาราช วันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ผู้ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “พระปิยมหาราช” อันหมายถึงพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน พระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2453 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต การเสด็จสวรรคตของพระองค์นำมาซึ่งความโศกเศร้าอาลัยอย่างยิ่งแก่พสกนิกรทั่วพระราชอาณาจักร และวันที่ 23 ตุลาคมได้สืบทอดความสำคัญในฐานะวันแห่งการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณตราบจนปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 20 กันยายน พุทธศักราช 2396 และเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 5 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ในห้วงเวลาที่สยามเผชิญแรงกดดันจากการขยายอำนาจของชาติตะวันตก พร้อมความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม พระราชวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและพระราชปณิธานในการธำรงรักษาเอกราช ควบคู่กับการพัฒนาบ้านเมือง จึงเป็นแรงสำคัญในการนำสยามก้าวผ่านหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ และวางรากฐานสู่ประเทศสมัยใหม่

พระราชกรณียกิจด้านการปฏิรูปประเทศ นับเป็นมรดกสำคัญที่ยังปรากฏในโครงสร้างของสังคมไทย พระองค์ทรงปรับปรุงระบบบริหารราชการแผ่นดินและการปกครอง ทรงส่งเสริมการศึกษาและการสาธารณสุข ตลอดจนทรงวางรากฐานการคมนาคมและสาธารณูปโภค โดยเฉพาะกิจการรถไฟซึ่งช่วยเชื่อมโยงผู้คนและหัวเมืองให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น การปฏิรูปเหล่านี้มิใช่เพียงการปรับเปลี่ยนระบบราชการ แต่เป็นการสร้างกลไกของรัฐให้มีความเป็นระบบและสามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการของประเทศในระยะยาว

พระมหากรุณาธิคุณที่ฝังแน่นในความทรงจำของคนไทย คือพระราชกรณียกิจด้านการเลิกทาส ซึ่งทรงดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อลดการผูกพันผู้คนไว้ในระบบทาสและนำไปสู่การสิ้นสุดระบบดังกล่าวในสังคมไทย การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีความสำคัญต่อชีวิตและสถานะของผู้คนจำนวนมาก ทั้งยังสะท้อนแนวทางการปฏิรูปที่มุ่งเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างเป็นลำดับ ควบคู่กับพระราชกรณียกิจด้านการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งมีส่วนวางรากฐานให้ประชาชนเข้าถึงโอกาสและความก้าวหน้าได้มากขึ้น

ในเวทีระหว่างประเทศ พระองค์ทรงใช้พระราชวิเทโศบายและการทูตอย่างรอบคอบ ท่ามกลางการแข่งขันขยายอำนาจของชาติมหาอำนาจ พร้อมเร่งปรับปรุงประเทศให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง การเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศและการสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตมีส่วนช่วยให้สยามเพิ่มพูนความเข้าใจต่อโลกและยกระดับความสัมพันธ์กับนานาประเทศ แม้การรักษาเอกราชในยุคนั้นต้องเผชิญข้อจำกัดและการสูญเสียดินแดนบางส่วน แต่พระราชวิเทโศบายและการปฏิรูปประเทศมีความสำคัญต่อการธำรงความเป็นรัฐเอกราชของสยาม ท่ามกลางสถานการณ์ระหว่างประเทศที่กดดันอย่างยิ่ง

กาลเวลาล่วงเลยมากว่าหนึ่งศตวรรษ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังคงปรากฏเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานการบริหารประเทศ การคมนาคม การศึกษา และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม วันที่ 23 ตุลาคมจึงมิใช่เพียงวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต หากเป็นวันสำคัญที่เปิดโอกาสให้ปวงชนชาวไทยได้น้อมรำลึกถึงพระราชวิสัยทัศน์ พระราชปณิธาน และพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อแผ่นดิน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ข่าวล่าสุด

ฝรั่งเศสเดือด! วิกฤตค่าครองชีพปะทุเป็นจลาจล สะเทือนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจโลก

วินัยการคลังชนความเดือดร้อนประชาชน บทเรียนที่รัฐบาลไทยต้องรอบคอบ ก่อนปัญหาเศรษฐกิจลุกลามเป็นวิกฤตศรัทธาทางการเมือง

แทรกเตอร์ EV งบ 8 พันล้าน ยุทธศาสตร์คาร์บอนต่ำ ต้องไม่ทิ้งบทเรียนการลงทุนภาครัฐ !

แผลเก่า..แอร์บัส A340-500 ถึงรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน คำถามสำคัญไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่เพียงใด แต่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงแค่ไหน ?

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

ข่าวอื่นๆ

ฝรั่งเศสเดือด! วิกฤตค่าครองชีพปะทุเป็นจลาจล สะเทือนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจโลก

วินัยการคลังชนความเดือดร้อนประชาชน บทเรียนที่รัฐบาลไทยต้องรอบคอบ ก่อนปัญหาเศรษฐกิจลุกลามเป็นวิกฤตศรัทธาทางการเมือง

แทรกเตอร์ EV งบ 8 พันล้าน ยุทธศาสตร์คาร์บอนต่ำ ต้องไม่ทิ้งบทเรียนการลงทุนภาครัฐ !

แผลเก่า..แอร์บัส A340-500 ถึงรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน คำถามสำคัญไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่เพียงใด แต่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงแค่ไหน ?