กกต. ส่งศาล รธน. วินิจฉัย อำนาจศาลฏีกา
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569
กกต. มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยชี้ขาดอำนาจรับรอง ส.ว. และขอบเขตอำนาจศาลฎีกา
ซึ่งเรื่องนี้ นับเป็นกรณีศึกษา ที่มีความเชื่อมโยง ระหว่าง การเมือง กับ กระบวนการยุติธรรม
ที่มาและปมประเด็นความขัดแย้ง :
ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นการด่วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต. ในกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส .ว.)
ชนวนเหตุสำคัญสืบเนื่องมาจากกรณีที่ ศาลฎีกาได้มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาไต่สวนรวม 3 คดี ซึ่งเป็นการร้องขอจากอดีตผู้สมัคร ส.ว. เพื่อให้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ได้รับเลือกเป็น ส.ว. รวมถึงผู้ดำรงตำแหน่ง ส.ว. ในพื้นที่จ.อำนาจเจริญ
แม้ว่า กกต. จะเคยมีคำวินิจฉัยยกคำร้องเรื่องคุณสมบัติของบุคคลดังกล่าวไปแล้วก็ตาม
สาระสำคัญ 2 ประเด็นหลักที่ กกต. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด :
กกต. ได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยข้อกฎหมายเร่งด่วนใน 2 ประเด็น ดังนี้
* ความเป็นที่สุดของประกาศรายชื่อผู้สมัคร : กรณีที่ผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ มีคำสั่งรับสมัครและประกาศรายชื่อผู้สมัครที่มีคุณสมบัติถูกต้อง ถือว่าคำสั่งดังกล่าวมีความเป็นที่สุดและไม่อาจถูกตรวจสอบได้อีกหรือไม่ (เว้นแต่การดำเนินการตามบทบัญญัติเฉพาะในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ)
* ขอบเขตอำนาจการตรวจสอบมติ กกต. : คำวินิจฉัยของ กกต. (ตามมาตรา 60 วรรคสอง และมาตรา 62 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2561) ถือเป็นที่สุดหรือไม่ และคู่กรณีไม่อาจยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้ทบทวนคำวินิจฉัยยกคำร้องของ กกต. ซ้ำอีกใช่หรือไม่
ข้อโต้แย้งทางข้อกฎหมายของ กกต.
* เจตนารมณ์ของกฎหมาย : กกต. มองว่าศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาเพิกถอนสิทธิสมัครหรือสิทธิเลือกตั้งเฉพาะในกรณีที่ กกต. เป็นผู้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเท่านั้น
* ไม่มีอำนาจริเริ่มไต่สวนเอง : ศาลฎีกาไม่มีอำนาจเชิงรุกในการริเริ่มไต่สวนความทุจริตเอง หรือทบทวนคำวินิจฉัยของ กกต. ที่ได้ยกคำร้องไปแล้ว
* การกระทบกระเทือนการทำงาน : กกต. ระบุว่าการที่ศาลฎีการับคำร้องทั้ง 3 คดีไว้พิจารณา เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต ก้าวล่วงอำนาจองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และกระทบต่อกระบวนการจัดเลือก สว. อย่างร้ายแรง
ผลกระทบและแนวทางที่ต้องจับตา
* คดีความในศาลฎีกา : หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องและมีคำวินิจฉัยตามที่ กกต. ร้องขอ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อคดีตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ว. ที่ค้างการพิจารณาอยู่ในศาลฎีกา
* ดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ : ต้องติดตามว่าศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งรับคำร้องไว้วินิจฉัยหรือไม่ เนื่องจากในอดีตศาลรัฐธรรมนูญเคยมีแนวทางไม่รับคำร้องในลักษณะการเข้าไปก้าวล่วงดุลพินิจของผู้พิพากษาในระบบศาลอื่น หรือจะรับไว้เพื่อวางบรรทัดฐานขอบเขตอำนาจระหว่างองค์กรอิสระกับฝ่ายตุลาการต่อไป


