หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยด้วยมติ 6 ต่อ 3 ให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลง

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยด้วยมติ 6 ต่อ 3 ให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลง

เผยแพร่

spot_img

 เนื่องจากฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคลิปเสียงสนทนากับอดีตนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่ศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว 

                       การวินิจฉัยครั้งนี้ทำให้คณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งหมด และส่งผลให้เกิด สุญญากาศทางการเมือง ขึ้นทันที

                        หลังการอ่านคำวินิจฉัย นางสาวแพทองธารให้สัมภาษณ์ยอมรับคำวินิจฉัยของศาล และยืนยันว่าเธอจะคงอยู่เป็นกำลังสนับสนุนและเป็นพลังให้กับ พรรคเพื่อไทย ต่อไป แม้ว่าตัวเองจะพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

                       การพ้นตำแหน่งของนางสาวแพทองธารทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ สุญญากาศทางการเมือง พรรคเพื่อไทยยังมีโอกาสเป็นแกนนำ แต่ต้องเผชิญแรงกดดันทั้งจากพรรคร่วมและฝ่ายค้าน การเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่จึงเป็นจุดชี้ขาดสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการเมืองและเสถียรภาพของรัฐบาลในระยะต่อไ

                         ขณะเดียวกัน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันเพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุนและเสริมความแข็งแกร่งให้พรรค ในสภาวะที่ยังไม่มีนายกรัฐมนตรี คนทำงานจริงในสนามการเมืองจึงเห็นได้ชัดว่าการเจรจาต่อรองเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่กำลังเข้มข้น

                           พรรคเพื่อไทยยังคงมีโอกาสเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ความท้าทายอยู่ที่การเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่จะต้องได้รับการยอมรับจากพรรคร่วมรัฐบาลเดิมและปราศจากปัญหาสุ่มเสี่ยงที่จะถูกตรวจสอบ ขณะเดียวกัน พรรคเล็กและพรรคที่มี ส.ส. น้อยยังไม่สามารถเคลื่อนไหวอิสระ ต้องรอดูท่าทีของพรรคใหญ่ก่อน

                          การเมืองช่วงนี้เหมือน การแสดงละครเจรจาเสียงในสภา ที่ผู้เล่นหลักยังคงหมุนตัวไล่ตามคะแนนเสียง ขณะที่คนที่ตกจากตำแหน่งยังคงยืนให้กำลังใจอยู่ข้างเวที การเมืองจึงกลายเป็นทั้ง เกมคะแนนเสียงและโชว์พลัง ในเวลาเดียวกัน

ตามรัฐธรรมนูญ การยุบสภาไม่สามารถเกิดขึ้นได้ขณะนี้ เพราะอำนาจอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ทางออกจึงอยู่ที่การเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ให้สำเร็จก่อน หากไม่สามารถหาข้อสรุปได้ทันที ความไม่แน่นอนทางการเมืองจะยืดเยื้อ และอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเสถียรภาพเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ

จาก “โอเลี้ยง-อเมริกาโน่”  ถึง “ศึกซักฟอก” การเมืองสายบันเทิงของ “อนุทิน

ฉากทัศน์นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล แนะนำเครื่องดื่ม “โอเลี้ยง” ชวนแขกเหรื่อระดับสถาบันการเงินและสื่ออินเตอร์ในงานประชุมระดับโลก อย่าง IMF-World Bank และเวทีเสวนา CNN

ข่าวอื่นๆ

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ