หน้าแรกข่าว Short Newsโปรจีนผงาดแชมป์แอลพีจีเอหนที่ 6 หลังดวล เพลย์ออฟ 5 หลุมคว้าชัย

โปรจีนผงาดแชมป์แอลพีจีเอหนที่ 6 หลังดวล เพลย์ออฟ 5 หลุมคว้าชัย

เผยแพร่

spot_img

“โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุล โปรกอล์ฟสาวมือ 1 ของโลก คว้าแชมป์แอลพีจีเอรายการที่ 6 ของตัวเอง และเป็นแชมป์แรกนับตั้งแต่กลับขึ้นไปเป็นมือ 1 ของโลกอีกครั้ง ในศึก “บิวอิค แอลพีจีเอ เซี่ยงไฮ้” ที่ประเทศจีน เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม หลังจบรอบสุดท้ายด้วยสกอร์ 24 อันเดอร์พาร์ 264 ก่อนดวลเพย์ออฟ 5 หลุม เอาชนะมินามิ คัตสึ โปรชาวญี่ปุ่นหวุดหวิด

 นับเป็นแชมป์แอลพีจีเอรายการที่ 6 ของโปรจีนในการเล่นกอล์ฟอาชีพ และเป็นแชมป์ที่ 2 ของปีนี้ต่อจากศึก “มิซูโฮะ อเมริกาส์ คลาสสิก” เมื่อเดือนพฤษภาคม ทำให้โปรจีนเป็นนักกอล์ฟคนแรกที่ได้แชมป์แอลพีจีเอมากกว่า 1 รายการในปีนี้ อีกทั้งเป็นการจบท็อปเท็นรายการที่ 12 ของปีอีกด้วย

การแข่งขันรอบสุดท้ายเป็นไปอย่างสนุกตื่นเต้น โปรจีนออกรอบก๊วนสุดท้ายในอันดับ 2 ร่วม มีสกอร์ตามหลังผู้นำ มินามิ คัตสึ 2 สโตรก ช่วง 9 หลุมแรกทำ 4 เบอร์ดี้ แต่หลังจากจบหลุม 13 ยังตามอยู่ 2 สโตรก

หลังจากนั้น โปรจีนทำ 3 เบอร์ดี้รวดที่หลุม 14-15-16 ไล่ตามมาห่างสโตรกเดียว ซึ่งหลุม 17 โปรจีนทำอีเกิ้ล ส่วนคัตสึได้เบอร์ดี้ ทำให้ทั้งคู่เสมอกันที่ 24 อันเดอร์พาร์ หลังจากเก็บสกอร์เพิ่มไม่ได้ที่หลุมสุดท้าย ทำให้ต้องไปเล่นเพลย์ออฟตัดสินแชมป์ 

การดวลเพลย์ออฟหลุมแรกที่หลุม 18 ต่างฝ่ายต่างเก็บพาร์ ส่วนหลุมสองยังคงเล่นที่หลุม 18 โปรจีนตีตกน้ำ แต่แก้ตัวในช็อตสามจนเก็บพาร์ตีเสมอ การเพลย์ออฟยืดเยื้อถึงหลุมที่ห้า ที่หลุม 10 ซึ่งโปรจีนเก็บเบอร์ดี้ ขณะที่คัตสึได้พาร์ ทำให้คว้าแชมป์ไปครองในที่สุด

ผลงานของสาวไทยคนอื่นๆ

อันดับ 11 ร่วม “โปรเปียโน” อาภิชญา ยุบล 13 อันเดอร์พาร์ 275

อันดับ 40 ร่วม “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล 6 อันเดอร์พาร์ 282

อันดับ 50 ร่วม “โปรเหมียว” ปภังกร ธวัชธนกิจ 4 อันเดอร์พาร์ 284

อันดับ 62 ร่วม “โปรเมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ อีเว่นพาร์ 288

อันดับ 76 ร่วม “โปรแชมเปญ” เฌอมาลย์ สันติวิวัฒนพงศ์ 8 โอเวอร์พาร์ 296.

ข่าวล่าสุด

จม.รักอาม่า  ดังสนั่นแผ่นดินใหญ่ ททท.คาดปลุกคนจีน เที่ยวไทย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำหน้าที่ขยี้หัวใจของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเล เล่าเรื่องราวความผูกพันผ่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันได้อย่างงดงาม ประกอบกับการดึงคนไทยเชื้อสายจีนมาร่วมถ่ายทอด ยิ่งทำให้คนดูชาวจีนอินและตระหนักว่า “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

ประเทศไทย ในรอบสัปดาห์( 13-20 มิ.ย.)

​* สถานการณ์ในประเทศ - ​เหตุผนังอุโมงค์รถไฟดอยหลวงถล่ม: เกิดเหตุสะเทือนขวัญเมื่อผนังอุโมงค์ดอยหลวง (โครงการรถไฟทางคู่สายเหนือ) เกิดพังถล่มลงมาทับคนงาน ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้แสดงความเสียใจและเร่งเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมตรวจสอบหาสาเหตุโครงสร้างถล่มอย่างเร่งด่วน - ​เฝ้าระวังตึกทรุดใกล้วัดไตรมิตรฯ: เจ้าหน้าที่ทำการสั่งปิดกั้นพื้นที่ 5 คูหา...

สถานการณ์ทางการเมือง ของ ไทย ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา 6-13 มิ.ย. 69 

​ ความเคลื่อนไหวระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคง ​เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และดรามาในโลกออนไลน์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีน-กัมพูชา หลังจากมีกระแสข่าวกรณีที่ทางการจีนส่งมอบยุทโธปกรณ์ (อาวุธและรถถัง) ให้แก่ประเทศกัมพูชา ซึ่งทำให้เกิดคำถามในหมู่ประชาชนถึงความขัดแย้งเชิงพื้นที่และดุลยภาพทางทหารในภูมิภาค ​เรื่องนี้ทำให้ฝ่ายความมั่นคงและอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูง เช่น นายนันทิวัฒน์ สามารถ (อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ) ออกมาแสดงทัศนะเตือนสติว่าไทยต้องเน้นการ "ยืนบนขาตัวเอง" และสร้างความมั่นคงภายใน โดยไม่พึ่งพิงหรือคาดหวังจากมหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนเกินไป ​ขณะเดียวกัน...

สรุปข่าวทั่วไปวันที่ 17 เมษายน 2569

รายงานค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) สูงสุดรายวันในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า วันนี้ (17 เม.ย. 69) ค่าดัชนีความร้อนสูงสุด อยู่ในระดับ “อันตราย”