หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิตถนนจุฬาลงกรณ์กลางป่าสวีเดน: รอยพระบาทรัชกาลที่ 5 ที่ชาวยุโรปเหนือยังไม่ลืม

ถนนจุฬาลงกรณ์กลางป่าสวีเดน: รอยพระบาทรัชกาลที่ 5 ที่ชาวยุโรปเหนือยังไม่ลืม

เผยแพร่

spot_img

กลางผืนป่าหนาวของมณฑลเยมต์ลันด์ ทางตอนเหนือของประเทศสวีเดน มีถนนสายเล็กสายหนึ่งซ่อนอยู่ระหว่างแนวไม้สนและหิมะ ถนนสายนี้ไม่ได้มีชื่อเป็นภาษาสวีเดนธรรมดา ๆ หากแต่มีชื่อว่า “Kung Chulalongkorns väg” แปลเป็นไทยได้ว่า “ถนนพระเจ้าจุฬาลงกรณ์” หรือที่ป้ายภาษาไทยเขียนไว้ตรง ๆ ว่า “ถนนจุฬาลงกรณ์” นี่ไม่ใช่ชื่อที่ตั้งขึ้นเล่น ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่เป็นชื่อที่ชาวสวีเดนในท้องถิ่นตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งสยาม ผู้เคยเสด็จผ่านเส้นทางนี้เมื่อกว่าหนึ่งศตวรรษมาแล้ว

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2440 หรือ ค.ศ. 1897 รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก ท่ามกลางยุคสมัยที่สยามกำลังเผชิญแรงกดดันจากจักรวรรดินิยมตะวันตก พระราชภารกิจครั้งนั้นจึงมิใช่เพียงการเสด็จเยือนต่างประเทศตามธรรมเนียม หากเป็นยุทธศาสตร์ทางการทูตของกษัตริย์นักปฏิรูป ผู้ต้องการให้ชาติตะวันตกเห็นว่าสยามมิใช่บ้านเมืองล้าหลัง แต่เป็นรัฐเอกราชที่มีพระมหากษัตริย์ผู้ทันโลก เข้าใจวิทยาการสมัยใหม่ และพร้อมนำประเทศเข้าสู่ระเบียบสากลด้วยตนเอง

ในการเสด็จเยือนสวีเดน พระองค์ได้รับการถวายการต้อนรับจากสมเด็จพระราชาธิบดีออสการ์ที่ 2 แห่งสวีเดนและนอร์เวย์ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ รัชกาลที่ 5 มิได้เสด็จเฉพาะราชสำนักในกรุงสตอกโฮล์มเท่านั้น พระองค์ยังเสด็จขึ้นไปยังดินแดนทางเหนือของสวีเดน เพื่อทอดพระเนตรระบบคมนาคม อุตสาหกรรมป่าไม้ โรงเลื่อย การลำเลียงไม้ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่สยามในขณะนั้นกำลังต้องการเรียนรู้ เพื่อนำมาปรับใช้กับการพัฒนาบ้านเมือง

วันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 1897 จึงกลายเป็นวันที่ชุมชนเล็ก ๆ ในแถบ Bispgården และ Utanede จดจำไว้ เมื่อขบวนเสด็จของกษัตริย์จากแดนไกลเดินทางผ่านพื้นที่ชนบทของสวีเดน เส้นทางที่พระองค์เสด็จโดยรถม้า ผ่านป่า ผ่านหมู่บ้าน และริมแม่น้ำ Indalsälven ต่อมากลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำท้องถิ่น ชาวบ้านในพื้นที่เล่าต่อกันมาว่า ครั้งหนึ่งกษัตริย์แห่งสยามเคยเสด็จผ่านเส้นทางนี้ และการเสด็จครั้งนั้นได้ทิ้งความประทับใจไว้กับผู้คนในดินแดนอันห่างไกลจากกรุงเทพฯ อย่างไม่น่าเชื่อ

หลายสิบปีต่อมา เมื่อมีการปรับปรุงถนนในพื้นที่ช่วงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Hölleforsen ราวทศวรรษ 1940 ชาวสวีเดนในท้องถิ่นจึงตั้งชื่อถนนสายนี้ว่า Kung Chulalongkorns väg เพื่อเป็นเกียรติแก่พระมหากษัตริย์แห่งสยาม ผู้เคยเสด็จผ่านมาในอดีต ชื่อนี้สะท้อนสิ่งที่สำคัญมาก นั่นคือการรำลึกไม่ได้เกิดจากคำสั่งของรัฐสยาม ไม่ได้เกิดจากการประชาสัมพันธ์สมัยใหม่ แต่เกิดจากความทรงจำของชุมชนสวีเดนเอง

ต่อมาเมื่อชาวไทยได้ค้นพบว่ากลางป่าทางตอนเหนือของสวีเดนมีถนนที่ตั้งชื่อตามรัชกาลที่ 5 เรื่องราวนี้จึงค่อย ๆ กลายเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสวีเดน มีการติดป้ายภาษาไทยว่า “ถนนจุฬาลงกรณ์” ควบคู่กับป้ายภาษาสวีเดน และในที่สุดได้นำไปสู่แนวคิดการสร้าง ศาลาไทย หรือ King Chulalongkorn Memorial Pavilion ที่เมือง Utanede เทศบาล Ragunda เพื่อถวายเป็นอนุสรณ์แด่พระองค์ในวาระครบรอบ 100 ปีแห่งการเสด็จเยือน

ศาลาไทยกลางป่าสวีเดนจึงมิใช่เพียงสถาปัตยกรรมไทยที่ตั้งอยู่ต่างแดน แต่เป็นสัญลักษณ์ของความทรงจำร่วมระหว่างสองประเทศ เป็นหลักฐานว่า พระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 5 มิได้จำกัดอยู่เฉพาะการปฏิรูปสยามภายในประเทศเท่านั้น หากยังปรากฏอยู่ในสายตาของโลกภายนอก พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ใช้การทูต วิทยาการ และพระปรีชาสามารถในการรักษาเอกราชของชาติ ท่ามกลางโลกที่มหาอำนาจกำลังแผ่อิทธิพลเข้าครอบงำเอเชีย

สิ่งที่งดงามของ “ถนนจุฬาลงกรณ์” คือความเรียบง่ายของมัน ถนนสายนี้ไม่ใช่ถนนหลวงใหญ่ ไม่ใช่อนุสาวรีย์อลังการ ไม่ได้ตั้งอยู่กลางเมืองหลวง หากเป็นถนนเล็ก ๆ ท่ามกลางป่า หิมะ และความเงียบสงบของยุโรปเหนือ แต่ความเงียบของถนนสายนี้กลับพูดได้ดังมาก มันบอกเราว่า พระเกียรติยศที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องประกาศด้วยเสียงดังเสมอไป บางครั้งมันปรากฏอยู่ในชื่อถนนเล็ก ๆ ที่ผู้คนต่างแดนยังรักษาไว้ด้วยความเคารพ

สำหรับคนไทย ถนนสายนี้จึงเป็นมากกว่าหลักฐานทางประวัติศาสตร์ หากเป็นเครื่องเตือนใจว่า สยามเคยมีพระมหากษัตริย์ผู้เสด็จออกไปเผชิญโลกกว้างด้วยพระองค์เอง เพื่อเรียนรู้โลก เข้าใจโลก และนำความรู้กลับมาปกป้องบ้านเมือง ในยุคที่ชาติเล็กจำนวนมากถูกกลืนหายไปกับจักรวรรดินิยม สยามยังคงดำรงเอกราชไว้ได้ด้วยพระปรีชาญาณทางการทูตและการปฏิรูปอย่างลึกซึ้ง

ถนน Kung Chulalongkorns väg จึงไม่ใช่เพียงถนนในสวีเดน หากเป็น “รอยพระบาทในความทรงจำของโลก” เป็นถนนสายเล็กที่เชื่อมกรุงเทพฯ กับป่าสวีเดน เชื่อมประวัติศาสตร์สยามกับยุโรปเหนือ และเชื่อมคนไทยในปัจจุบันกับพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 5 อย่างงดงามที่สุดสายหนึ่ง.

ข่าวล่าสุด

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ

จาก “โอเลี้ยง-อเมริกาโน่”  ถึง “ศึกซักฟอก” การเมืองสายบันเทิงของ “อนุทิน

ฉากทัศน์นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล แนะนำเครื่องดื่ม “โอเลี้ยง” ชวนแขกเหรื่อระดับสถาบันการเงินและสื่ออินเตอร์ในงานประชุมระดับโลก อย่าง IMF-World Bank และเวทีเสวนา CNN

ข่าวอื่นๆ

เสิร์ฟความอุดมสมบูรณ์แห่งอู่ข้าวอู่น้ำ เสน่ห์ปลาแม่น้ำแท้แห่งเมืองชุมแสง  ‘ร้านอาหารรุ่งทิพย์’

‘รุ่งทิพย์’ ร้านรับแขกประจำเมือง กับปรัชญาวัตถุดิบธรรมชาติ 100% หนึ่งในพิกัดความอร่อยที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเสมือน "ร้านรับแขกประจำอำเภอชุมแสง" คือ ร้านอาหารรุ่งทิพย์

ชุบชีวิตเศรษฐกิจชุมชน ‘น่านมุมแมลง’ และ ‘น่านปลาย่าง’ ยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นสู่แหล่งโปรตีนคุณภาพแห่งชุมแสง

‘น่านปลาย่าง’ จากความอุดมสมบูรณ์ของสายน้ำสู่สินค้า OTOP หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาอันโดดเด่นของชุมแสงคือ “น่านปลาย่าง” ภายใต้การดูแลของคุณสมบัติ สงวนวงศ์

เรียนรู้วิถีเกษตรพลิกชีวิต ตามรอยโอเอซิสแห่งชุมแสง บุกสวน ‘อินทผลัมบ้านวังหงส์’

"อินทผลัม" (Date Palm) ผลไม้แห่งทะเลทรายที่เคยถูกมองว่าเป็นพืชที่เติบโตได้ยากในสภาพอากาศแบบเมืองไทย ปัจจุบันได้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ที่เกษตรกรไทยให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ด้วยมูลค่าทางการตลาดที่สูง รสชาติที่หวานกรอบอร่อย และสามารถปลูกให้ผลผลิตได้ดีเยี่ยมในหลายพื้นที่ของประเทศไทย สายพันธุ์ยอดฮิตและการปลูกเชิงพาณิชย์ การปลูกอินทผลัมในประเทศไทยเพื่อการค้านั้น นิยมใช้ "ต้นกล้าเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ" เป็นหลัก เนื่องจากเป็นการการันตีว่าจะได้ต้นตัวเมีย 100%...