ประเด็นนี้กำลังเป็นข่าวดังในฝรั่งเศสและเป็นกระแสไปทั่วโลก ในช่วงคลื่นความร้อน (Heatwave) ที่กำลังถล่มยุโรปอย่างหนักในขณะนี้
นางออเดรย์ พุลวาร์ (Audrey Pulvar) รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส ได้ออกมาโพสต์ตอบโต้นักท่องเที่ยวและนักข่าวชาวอเมริกันบนโซเชียลมีเดีย หลังจากที่คนอเมริกันพากันล้อเลียนและบ่นเรื่องที่ปารีสรวมถึงบ้านเรือนในฝรั่งเศสส่วนใหญ่ “ไม่มีแอร์ (เครื่องปรับอากาศ)” จนใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบากในหน้าร้อน
รองนายกฯ ปารีส สวนกลับอย่างดุเดือด ว่า สหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ดังนั้นคนอเมริกันควรตระหนักได้แล้วว่าตัวเองมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤตสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง จนทำให้ฝรั่งเศสต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนที่รุนแรงขนาดนี้
เธอยังพูดเหน็บอีกด้วยว่า เมืองในอเมริกาใช้แอร์กันอย่างบ้าคลั่งถึง 90% ซึ่งนั่นก็ยิ่งเป็นตัวการทำให้โลกยิ่งร้อนขึ้นไปอีก พร้อมทิ้งท้ายว่า “เลิกมาสั่งสอนคนอื่น แล้วหันไปทำหน้าที่ของตัวเองซะเถอะ”
ส่วนข้อเท็จจริงที่คนฝรั่งเศสไม่นิยมติดเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากโดยปกติแล้ว ประเทศแถบยุโรป รวมถึงฝรั่งเศส (ซึ่งมีบ้านเรือนที่ติดแอร์เพียงประมาณ 25% เท่านั้น) มักจะมองว่าการเปิดเครื่องปรับอากาศเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมและยิ่งกระตุ้นให้โลกร้อนขึ้น จึงเน้นการเปิดหน้าต่างหรือใช้พัดลมแทน
แต่ด้วยอุณหภูมิในปารีสที่พุ่งทะลุเกิน 40 องศาเซลเซียสในรอบนี้ จนถึงขั้นที่ผู้บริหารเมืองในบางเขตของปารีสทนไม่ไหว ต้องควักเงินส่วนตัวรีบไปกว้านซื้อแอร์เคลื่อนที่มาติดตั้งตามโรงเรียนประถมเป็นการด่วน ทำให้ตอนนี้ทัศนคติเรื่องการติดแอร์ของคนปารีสเริ่มเกิดการถกเถียงอย่างหนักและอาจจะต้องยอมเปลี่ยนตามสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ



