วันอังคาร, มีนาคม 10, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ทักษิณ” พักโทษ พค.69   แล้วจะไปไหน ?  คำประกาศ “วางมือ “ ถูกตั้งคำถาม

“ทักษิณ” พักโทษ พค.69   แล้วจะไปไหน ?  คำประกาศ “วางมือ “ ถูกตั้งคำถาม

เผยแพร่

spot_img

การที่หน่วยงานราชทัณฑ์ยืนยันว่า ทีกษิณ ชินวัตร จะมีสิทธิได้รับการพิจารณาพักโทษในเดือนพฤษภาคม 2569 ได้จุดกระแสถกเถียงอีกครั้งถึงบทบาททางการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้ โดยเฉพาะเมื่อมีการกระจายข่าว กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่เขาจะ “วางมือทางการเมือง” หลังพ้นข้อจำกัดทางกฎหมาย นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่าคำประกาศดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมที่ผ่านมาและสถานการณ์ทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย  ซึ่งยังต้องพึ่งพาอิทธิพลทางการเมืองของเขาอยู่ไม่น้อย

                             ประเด็นแรกที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือเรื่องความน่าเชื่อถือของคำประกาศวางมือ ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยในปี 2566 นายทักษิณ  เคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่าต้องการกลับมาใช้ชีวิตส่วนตัวและไม่ประสงค์ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองโดยตรง และคุ้นเคยกับถ้อยคำ ขอกลับเมืองไทยไปเลี้ยงหลาน 

                            อย่างไรก็ตาม หลังจากเดินทางกลับประเทศ เขายังคงแสดงบทบาทผ่านการให้ความเห็นต่อสถานการณ์การเมืองและการวิพากษ์วิจารณ์ทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้นอยู่เป็นระยะ ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าคำประกาศวางมือครั้งใหม่อาจเป็นเพียงการลดแรงเสียดทานทางการเมืองมากกว่าจะเป็นการถอนตัวจริง

                          อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกตั้งคำถามคือกระบวนการรับโทษที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่ถกเถียงในสังคม เนื่องจากนายทักษิณใช้เวลาส่วนใหญ่ของการรับโทษในสถานพยาบาลภายใต้การควบคุมของรัฐมากกว่าการอยู่ในเรือนจำตามปกติ แม้หน่วยงานรัฐจะชี้แจงว่าเป็นไปตามเหตุผลทางการแพทย์ แต่เสียงวิจารณ์ยังคงมองว่ากระบวนการดังกล่าวสะท้อนถึงความไม่เท่าเทียมในระบบยุติธรรม และยิ่งทำให้คำประกาศวางมือทางการเมืองถูกตั้งข้อสงสัยมากขึ้น

                          ในด้านการเมืองภายใน พรรคฝ่ายค้านและนักวิเคราะห์บางส่วนเห็นว่าอนาคตของพรรคเพื่อไทยยังผูกพันกับบทบาทของนายทักษิณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้พรรคจะยังเป็นกำลังสำคัญในรัฐบาลผสม แต่ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาในหลายพื้นที่สะท้อนว่าฐานเสียงของพรรคไม่ได้มั่นคงเช่นในอดีต ทำให้เกิดข้อวิเคราะห์ว่าอดีตผู้นำรายนี้อาจยังจำเป็นต้องรักษาบทบาททางการเมืองในระดับหนึ่งเพื่อค้ำจุนอิทธิพลของเครือข่ายทางการเมืองเดิม

                            นักวิเคราะห์บางคนเปรียบเทียบบทบาทที่เป็นไปได้ของนายทักษิณกับนักการเมืองอาวุโสคนหนึ่ง ที่เลือกทำหน้าที่อยู่เบื้องหลังมากกว่าปรากฏตัวในแนวหน้า อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์จำนวนไม่น้อยมองว่าลักษณะการเมืองแบบเครือข่ายผู้นำเดี่ยวที่สร้างขึ้นตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้การถอนตัวอย่างสมบูรณ์อาจเกิดขึ้นได้ยาก และบทบาทหลังพ้นเงื่อนไขทางกฎหมายอาจยังคงมีอิทธิพลต่อทิศทางการเมืองไทยต่อไป

                          หลังเดือนพฤษภาคมนี้ คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่ว่าเขาจะ “วางมือ” หรือไม่ หากแต่อยู่ที่ระดับของการวางมือมากกว่า เพราะในทางการเมือง คำว่า “หยุด” มักหมายถึงการเปลี่ยนตำแหน่งที่ยืน มากกว่าการเดินออกจากเวที  และหากวันหนึ่งอดีตนายกรัฐมนตรีปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มคุ้นเคย ก็คงเป็นเพียงหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งว่า การเมืองไทยเป็นสถานที่ที่ผู้เล่นตัวจริงไม่เคยลาจริง เพียงแค่พักฉากเท่านั้น

2569-02-28  “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

วิกฤตฮอมุสพ่นพิษ!สหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน !

โลกเผชิญวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากถล่มอิหร่าน จนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอมุส เส้นเลือดใหญ่ที่ลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก

ซาอุฯ รวบ “สายลับอิสราเอล” จัดฉากป่วน

ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์เพิ่งรวบตัว "สายลับมอสสาด" ของอิสราเอลได้คาหนังคาเขา ขณะกำลังพยายามเข้าไปจัดฉากวางบึ้มป่วนเมือง

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก...ไทยแลนด์คือ 1 ในนั้น โชคดีแล้วที่เกิดมาที่เมืองไทย

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ

ข่าวอื่นๆ

วิกฤตฮอมุสพ่นพิษ!สหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน !

โลกเผชิญวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากถล่มอิหร่าน จนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอมุส เส้นเลือดใหญ่ที่ลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน