หน้าแรกINSIDE - INSIGHTบัณทิตใหม่…ไปต่อ…ลำบาก !

บัณทิตใหม่…ไปต่อ…ลำบาก !

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”

ประจำวันที่ 7 กันยายน 2569

                                ประเทศไทยกำลังเผชิญกับโจทย์สำคัญด้านการพัฒนากำลังคนว่า ระบบการศึกษาสามารถผลิตบุคลากรได้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศมากน้อยเพียงใด ข้อมูลของกรมการจัดหางานระบุว่า ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีมีจำนวน 294,864 คน ในปี 2565 จำนวน 297,241 คน ในปี 2566 และจำนวน 277,627 คน ในปี 2567 ขณะที่การประมาณการล่าสุดระบุว่า ในปี 2569 จะมีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีเข้าสู่ตลาดแรงงานประมาณ 297,654 คน

                              ในอีกด้านหนึ่ง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานว่า ในไตรมาส 2 ปี 2569 ประเทศไทยมีผู้ว่างงานประมาณ 400,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตราการว่างงานร้อยละ 0.95 ขณะที่กลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษามีอัตราการว่างงานร้อยละ 1.70 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลด้านสถานการณ์การว่างงานจากคนละฐานข้อมูลกับจำนวนผู้สำเร็จการศึกษา จึงไม่ควรนำมาใช้ตีความโดยตรงว่าเป็นจำนวน “บัณฑิตที่ตกงาน”

                              ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การพิจารณา โครงสร้างสาขาวิชาของผู้สำเร็จการศึกษา ควบคู่กับทิศทางความต้องการกำลังคนของประเทศ ข้อมูลกรมการจัดหางานระบุว่า ในปี 2567 มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวน 277,627 คน โดย 93,740 คน อยู่ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ขณะที่ 183,887 คน หรือร้อยละ 66.24 อยู่ในสาขาที่ไม่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายตามการจำแนกของกรมการจัดหางาน

                            ทั้งนี้ จำนวน 183,887 คนดังกล่าว มิได้หมายความว่าเป็นจำนวนผู้ว่างงาน แต่เป็นข้อมูลที่สะท้อนโครงสร้างการผลิตกำลังคนของระบบการศึกษาว่า ผู้สำเร็จการศึกษาจำนวนมากยังอยู่ในสาขาที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายตามกรอบการจำแนกดังกล่าว ประเด็นนี้จึงควรพิจารณาในมิติของความสอดคล้องระหว่างการผลิตกำลังคนกับความต้องการของภาคเศรษฐกิจ มากกว่าการตีความว่าเป็นปัญหาการว่างงานโดยตรง

                            เมื่อพิจารณาข้อมูลย้อนหลัง พบว่า ในปี 2566 ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีมีจำนวน 297,241 คน โดยเป็นผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาที่ไม่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายจำนวน 225,303 คน หรือร้อยละ 75.80 ขณะที่ในปี 2567 สัดส่วนดังกล่าวลดลงเหลือร้อยละ 66.24 ซึ่งถือเป็นทิศทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม สัดส่วนดังกล่าวยังสะท้อนว่า ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีประมาณสองในสามยังอยู่นอกกลุ่มสาขาที่กรมการจัดหางานใช้เป็นกรอบในการพิจารณาอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ

                               ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับข้อสังเกตของ สศช. เกี่ยวกับปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างสาขาการศึกษาของแรงงานกับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ดังนั้น แนวทางการแก้ไขจึงไม่ควรมุ่งเพียงการลดหรือเพิ่มจำนวนผู้เข้าสู่ระบบอุดมศึกษา แต่ควรให้ความสำคัญกับการนำข้อมูลความต้องการกำลังคนของตลาดแรงงานมาใช้ประกอบการวางแผนการผลิตบัณฑิต การพัฒนาหลักสูตร และการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพอย่างเป็นระบบ

                              เมื่อพิจารณาประสบการณ์ของประเทศเพื่อนบ้าน พบว่า มาเลเซียให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงระบบอุดมศึกษากับตลาดแรงงานมากขึ้น ผ่าน Malaysia Higher Education Blueprint 2026-2035 ซึ่งให้ความสำคัญกับความสามารถในการมีงานทำ การพัฒนาทักษะ และความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับภาคเศรษฐกิจ ขณะที่เวียดนามยังเผชิญปัญหาความไม่สอดคล้องของทักษะเช่นเดียวกัน โดยมีทั้งความต้องการแรงงานทักษะสูงในบางตำแหน่ง และกรณีแรงงานที่มีคุณวุฒิสูงกว่าลักษณะงานที่ปฏิบัติ สะท้อนว่าปัญหาความไม่สอดคล้องของกำลังคนเป็นโจทย์สำคัญของหลายประเทศในภูมิภาค

                                โจทย์ของประเทศไทยจึงอาจไม่ใช่เพียงการตอบคำถามว่า “มีบัณฑิตจำนวนเท่าใด และมีผู้ว่างงานจำนวนเท่าใด” แต่ควรพิจารณาต่อไปว่า “กำลังคนที่ระบบการศึกษากำลังผลิต สามารถตอบสนองต่อความต้องการของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในอนาคตได้มากน้อยเพียงใด” หากประเทศไทยสามารถพัฒนาระบบข้อมูลที่เชื่อมโยงระหว่างแนวโน้มตลาดแรงงาน ความต้องการของอุตสาหกรรม และการวางแผนการผลิตกำลังคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะช่วยให้สถาบันการศึกษาสามารถปรับหลักสูตรและการพัฒนาทักษะได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และช่วยลดความเสี่ยงของปัญหา “เรียนไม่ตรงกับงานที่ตลาดต้องการ” ในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนญี่ปุ่น   ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านกีฬา 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 14–22 ตุลาคม พุทธศักราช 2569 ในฐานะที่ทรงดำรงตำแหน่งทูตฮอกกี้น้ำแข็งหญิงโลก

13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช    พระราชปณิธานแห่งการพัฒนา รากฐานแห่งความผาสุกของแผ่นดิน

วันที่ 13 ตุลาคม เป็นวัน“นวมินทรมหาราช” วันคล้ายวันสวรรคตแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วาระสำคัญที่ปวงชนชาวไทยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

โลก…กำลังมองไทย !   แต่ “ไทย“ พร้อมหรือยังที่จะมองเห็นปัญหาของตัวเอง ?

วันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026)

จากโบ๊เบ๊-ประตูน้ำ-พาหุรัด-สำเพ็ง ถึงวันที่ “คนซื้อ” ไม่ต้องเดินเข้าตลาด

โบ๊เบ๊,ประตูน้ำ,พาหุรัด,สะพานหัน, และสำเพ็ง เคยเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการค้าส่งไทย แต่วันนี้ร้านค้าที่เคยคึกคักต้องเผชิญยอดขายที่เปลี่ยนไป ลูกค้าเดินทางมาน้อยลง และบางพื้นที่มีร้านปิดหรือประกาศให้เช่าต่อ

ข่าวอื่นๆ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนญี่ปุ่น   ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านกีฬา 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 14–22 ตุลาคม พุทธศักราช 2569 ในฐานะที่ทรงดำรงตำแหน่งทูตฮอกกี้น้ำแข็งหญิงโลก

13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช    พระราชปณิธานแห่งการพัฒนา รากฐานแห่งความผาสุกของแผ่นดิน

วันที่ 13 ตุลาคม เป็นวัน“นวมินทรมหาราช” วันคล้ายวันสวรรคตแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วาระสำคัญที่ปวงชนชาวไทยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

โลก…กำลังมองไทย !   แต่ “ไทย“ พร้อมหรือยังที่จะมองเห็นปัญหาของตัวเอง ?

วันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026)