หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ปลาร้าหมื่นล้าน” ไม่ใช่อาชญากร !   เมื่อพบ“พยาธิใบไม้ตับ มมส.”  

“ปลาร้าหมื่นล้าน” ไม่ใช่อาชญากร !   เมื่อพบ“พยาธิใบไม้ตับ มมส.”  

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | THAITRIBUNE

ประจำวันที่ 9 กรกฎาคม 2569

โดย-  “ชัยทัศน์”

                             จากกระแสข่าวการตรวจคัดกรองสุขภาพนิสิตใหม่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ประจำปีการศึกษา 2569 ที่พบผลบวกของเชื้อพยาธิใบไม้ตับสูงถึง 4,233 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 33 ได้ส่งแรงสั่นสะเทือนต่อความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรม “น้ำปลาร้าหมื่นล้าน” และร้านอาหารอีสานอย่างรวดเร็ว

                            อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาแถลงชี้แจงเพื่อลดความตื่นตระหนกว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียง “ผลคัดกรองเบื้องต้น” จากชุดตรวจปัสสาวะวิธีใหม่ที่มีความไวสูง (Urine Antigen Test) ซึ่งเน้นการค้นหาผู้มีความเสี่ยงในกลุ่มประชากรขนาดใหญ่เพื่อนำเข้าสู่ระบบการรักษาเชิงรุกล่วงหน้า มิใช่รายงานวิกฤตการณ์การระบาดรุนแรง และที่สำคัญคือไม่ได้หมายความว่าผู้มีผลบวกทุกคนจะกลายเป็นผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีในอนาคตอันใกล้แต่อย่างใด

                           ในเชิงระบาดวิทยาและเทคนิคทางการแพทย์ ชุดตรวจปัสสาวะที่นำมาใช้ปูพรมในครั้งนี้ มีประสิทธิภาพในการตรวจจับเศษซากโปรตีนของพยาธิใบไม้ตับ ได้ดีแม้ร่างกายจะได้รับเชื้อเพียงเล็กน้อย แต่ด้วยธรรมชาติของชุดตรวจที่มีความไวสูง จึงเปิดโอกาสให้เกิด “ผลบวกปลอม”ได้   การวินิจฉัยขั้นสูงสุดยังจำเป็นต้องรอการยืนยันผ่านการตรวจอุจจาระ  เพื่อค้นหาตัวไข่พยาธิที่แท้จริงเสียก่อน ดังนั้น การด่วนสรุปว่านิสิตทั้งสี่พันกว่าคนกำลังป่วยหนักจึงเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงทางการแพทย์อย่างสิ้นเชิง

                          ประเด็นที่สร้างความกังวลใจให้แก่สังคมมากที่สุดคือความเชื่อมโยงระหว่างพยาธิใบไม้ตับและโรคมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว  ผู้เชี่ยวชาญพยาธิวิทยาระบุว่า วงจรการพัฒนาร่างกายจากจุดที่ได้รับตัวอ่อนพยาธิจนกลายพันธุ์ไปเป็นเซลล์มะเร็งนั้น ต้องอาศัยระยะเวลาการอักเสบเรื้อรังยาวนานถึง 10 ถึง 20 ปี การที่หน่วยงานสาธารณสุขเลือกตรวจคัดกรองในกลุ่มวัยรุ่นและนิสิตนักศึกษาตั้งแต่อายุยังน้อย จึงเป็น “มาตรการเชิงรุกระดับทองคำ” ที่ช่วยให้แพทย์สามารถจ่ายยาถ่ายพยาธิ  เพื่อรักษาให้หายขาดได้ทันท่วงทีตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่พยาธิจะทันได้ทำลายระบบท่อน้ำดี

                               อีกหนึ่งมิติที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจปากท้องคือการเหมาเข่งว่า “ส้มตำปลาร้า” ทุกจานคือแหล่งแพร่เชื้อ จนทำให้ยอดขายร้านค้ารายย่อยซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด    มีข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมและพฤติกรรมผู้บริโภคในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาระบุว่า ปัจจุบันตลาดน้ำปลาร้าไทยเติบโตจนมีมูลค่าทางเศรษฐกิจทะลุ 10,000 ล้านบาท และขับเคลื่อนด้วยระบบอุตสาหกรรมพาสเจอร์ไรซ์บรรจุขวดปรุงสำเร็จเป็นหลัก ซึ่งกระบวนการผ่านความร้อนสูงในโรงงานสามารถฆ่าตัวอ่อนพยาธิได้ 100% ตัวการที่แท้จริงของการแพร่เชื้อจึงไม่ใช่แบรนด์น้ำปลาร้าขวดตามท้องตลาด แต่คือกลุ่ม “ปลาร้าหมักดิบระยะสั้น” หรือปลาจ่อมดิบที่ผลิตเองตามครัวเรือนโดยใช้ปลาน้ำจืดมีเกล็ดตระกูลปลาตะเพียนโดยไม่ผ่านความร้อน

                            เพื่อนบ้านไทยในภูมิภาคอุษาคเนย์ที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับลุ่มน้ำโขงอย่าง สปป.ลาว และกัมพูชา มีวัฒนธรรมการบริโภคปลาหมักหรือ “ปาแดก”  Padaek ที่คล้ายคลึงกับไทย และต้องเผชิญกับภัยเงียบของพยาธิใบไม้ตับในระดับที่ไม่แตกต่างกัน   ทว่าในปัจจุบัน ทิศทางการปรับตัวของประเทศเพื่อนบ้านและกลุ่มร้านอาหารไทยในต่างแดน ทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป  ต่างหันมาพึ่งพานวัตกรรม “น้ำปลาร้าขวดสุกปลอดภัย” จากไทยที่ส่งออกปีละหลายร้อยล้านบาท เนื่องจากตอบโจทย์ทั้งในแง่ของกฎหมายความปลอดภัยทางอาหารสากลและการรักษาเอกลักษณ์ความอร่อยประเภท“นัว” ของรสชาติอาหารเอเชียไปพร้อมกัน

                            ข่าวพยาธิใบไม้ตับที่ มมส. แพร่หลายกันครึกโคม ไม่ควรนำไปสู่บทสรุปแบบสุดโต่งด้วยการตื่นตระหนกจนเลิกบริโภคปลาน้ำจืดหรือสั่งแบนอาหารอีสาน ซึ่งจะส่งผลสะเทือนต่อห่วงโซ่เศรษฐกิจฐานรากและ Soft Power อาหารไทยอย่างรุนแรง  สิ่งที่สังคมต้องตระหนักแทนความกลัวคือ “การปรับพฤติกรรม-สู่ความสุก” โดยผู้บริโภคสามารถ “แซ่บ” ได้อย่างปลอดภัยเพียงแค่เลือกซื้อน้ำปลาร้าบรรจุขวดที่ผ่านการรับรองจาก อย. หรือเปลี่ยนมาบริโภคเมนูปรุงสุกร้อนผ่านความร้อนเกิน 5 นาที ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆ ในการตัดวงจรชีวิตพยาธิอย่างสิ้นเชิง โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งความรื่นรมย์ในรสชาติอาหารท้องถิ่นอันเป็นรากเหง้าของไทยย่ำอยู่บนความหวาดระแวงอีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

คมดาบแห่ง “อำนาจ” บนคานงัด “ความเป็นธรรม !”   เมื่อคำสั่งต้องเดินตามกฎ แต่ผู้มีอำนาจต้องไม่ลืมว่า…ปลายทางคือประชาชน !

ในประวัติศาสตร์การปกครองของมนุษย์ “อำนาจ” (Power) ไม่เคยเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับออกคำสั่ง หากแต่เป็นความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากคำสั่งนั้นด้วย

“สิงห์คลาสสิก” ปะทะ “สิงห์ดิจิทัล”   เมื่อสายบังคับบัญชา ปะทะโลกโซเชียล ปมร้อนนายอำเภอบ้านสร้าง

คำสั่งกรมการปกครองที่ให้นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนทันที

“รถฉุกเฉิน” …สิทธิใช้ทาง กับ..“ฉุกเฉินจริงไหม ?”  กฎหมายต้องให้ทาง แต่ระบบต้องตอบให้ได้ว่า…ใครคือ “รถฉุกเฉิน”

รัฐเร่งตรวจสอบและเดินหน้า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินดิจิทัล Digital EMS และ แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ NDEMS National Digital Emergency Medical

เรื่องสั้น  “บ้านชายป่า”

ศพแรกถูกพบในเช้าวันจันทร์ ชายวัยกลางคนหายออกจากบ้านไปตั้งแต่คืนก่อน และไม่มีใครรู้ว่าเขาเข้าไปในป่าทำไม กระทั่งรุ่งเช้า ชาวบ้านพบร่างของเขานอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ห่างจากถนนไม่ถึงสองกิโลเมตร หนึ่งสัปดาห์ต่อมา มีศพที่สอง

ข่าวอื่นๆ

คมดาบแห่ง “อำนาจ” บนคานงัด “ความเป็นธรรม !”   เมื่อคำสั่งต้องเดินตามกฎ แต่ผู้มีอำนาจต้องไม่ลืมว่า…ปลายทางคือประชาชน !

ในประวัติศาสตร์การปกครองของมนุษย์ “อำนาจ” (Power) ไม่เคยเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับออกคำสั่ง หากแต่เป็นความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากคำสั่งนั้นด้วย

“สิงห์คลาสสิก” ปะทะ “สิงห์ดิจิทัล”   เมื่อสายบังคับบัญชา ปะทะโลกโซเชียล ปมร้อนนายอำเภอบ้านสร้าง

คำสั่งกรมการปกครองที่ให้นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนทันที

“รถฉุกเฉิน” …สิทธิใช้ทาง กับ..“ฉุกเฉินจริงไหม ?”  กฎหมายต้องให้ทาง แต่ระบบต้องตอบให้ได้ว่า…ใครคือ “รถฉุกเฉิน”

รัฐเร่งตรวจสอบและเดินหน้า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินดิจิทัล Digital EMS และ แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ NDEMS National Digital Emergency Medical