หน้าแรกINSIDE - INSIGHTรหัสลับ “อ-น ?“  อภิสิทธิ์ชนเหนือกฎการบิน “ความเกรงใจ”- เป็นสมบัติของผู้ดี

รหัสลับ “อ-น ?“  อภิสิทธิ์ชนเหนือกฎการบิน “ความเกรงใจ”- เป็นสมบัติของผู้ดี

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT / THAITRIBUNE ประจำวันที่ 2 กรกฎาคม 2569

โดย “ชัยทัศน์”

                          ท่าอากาศยานสากลเปรียบเสมือนหน้าต่างบานแรกที่สะท้อนอารยธรรมและความมั่นคงของประเทศ ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์อันทันสมัยที่พยายามผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) กลับมีเนื้อร้ายฝังลึกในวัฒนธรรมองค์กรที่เรียกขานกันว่า รหัส “อ-น” หรือการ “อำนวยความสะดวก” ให้แก่บุคคลพิเศษผ่านการออกบัตรผ่านและการพาเดินลัดเลาะเข้า-ออกพื้นที่หวงห้าม (Restricted Area) โดยไม่มีสิทธิ์

                         พฤติกรรมเช่นนี้ในมุมมองการบริหารจัดการยุคใหม่ มิใช่เพียงแค่การเอาเปรียบทางสังคมในระบบอุปถัมภ์ แต่กำลังเป็น “สารตั้งต้น” ที่บ่อนทำลายระบบรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนอย่างร้ายแรง และกลายเป็นช่องโหว่ระเบิดเวลาที่เห็นผลประจักษ์ชัดจากคดีอื้อฉาวสดร้อน เมื่อกองกำลังพิทักษ์พรมแดนออสเตรเลียสกัดจับพนักงานต้อนรับหญิงของสายการบินไทย พร้อมเฮโรอีนบริสุทธิ์น้ำหนัก 1 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 11 ล้านบาท ณ ท่าอากาศยานเมลเบิร์น เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

                        คดีวิกฤตลูกเรือสาวที่เมลเบิร์นเป็นเพียง “ยอดภูเขาน้ำแข็ง” ที่ตอกย้ำว่า ขบวนการอาชญากรรมจัดตั้งข้ามชาติ 

กำลังเจาะลึกและใช้ประโยชน์จาก “ช่องทางพิเศษ” และ “สิทธิ์ยกเว้น” ของคนใน แม้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะรีบออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ระบบสายพานลำเลียงสัมภาระขาออกมีมาตรฐานเทคโนโลยีตรวจจับวัตถุระเบิดอัตโนมัติ 100% และสัมภาระดังกล่าวขึ้นสถานะปกติ 

                       แต่ในมิติความมั่นคงสากลยุคใหม่ ป้อมปราการเทคโนโลยีราคาแพงมูลค่ามหาศาลจะไร้ค่าทันทีหาก “ระบบคัดกรองพฤติกรรมมนุษย์” พังทลายลงด้วยคำว่าอภิสิทธิ์ เนื่องจากมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ICAO   กำหนดให้พื้นที่ควบคุมความปลอดภัยสูงสุด (Sterile Area) ต้องผ่านการคัดกรองทางกายภาพเด็ดขาด แต่ในไทย มาตรการนี้กลับยืดหยุ่นได้ตามเครื่องแบบ โปรไฟล์ หรือป้ายคล้องคอพิเศษ จนมายาคติเรื่อง “Fast Track” กลายเป็นการเปิดประตูบ้านให้อาชญากรเล็ดลอดไปได้อย่างง่ายดาย

                      สถิติจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ  IATA และองค์การศุลกากรโลก บ่งชี้ว่า ภัยคุกคามจากคนใน (Insider Threat) ผ่านช่องทางด่วนไม่ใช่เรื่องใหม่ และเคยสร้างความเสียหายให้สนามบินยักษ์ใหญ่ทั่วโลกมาแล้ว เช่น ท่าอากาศยานเจเอฟเค JFK นิวยอร์ก และไมอามี ที่ระบบช่องทางด่วนของลูกเรือ (Known Crewmember) เคยถูกเครือข่ายค้ายาเจาะระบบเพื่อขนเงินสดและยาเสพติดฟอกเงินกว่า 280 ล้านดอลลาร์ หรือกรณีพนักงานในอินชอนและไต้หวันลักลอบขนทองคำและไอซ์ ซึ่งข้อมูลสากลระบุว่า กว่าร้อยละ 80 ของคดีลักษณะนี้ มักเล็ดลอดด่านขาออกประเทศต้นทางได้อย่างราบรื่นจากความเกรงใจและระบบสิทธิ์พิเศษ แล้วจึงไปจนมุมที่ด่านขาเข้าของประเทศปลายทางที่มีระบบสุนัขดมกลิ่น  K-9  และการวิเคราะห์พฤติกรรมที่เข้มงวดจริงจัง

                         นอกจากความเสี่ยงด้านความมั่นคงแล้ว ในมิติการบริหารจัดการ การเจียดกำลังพลของรัฐ เช่น ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยาน ไปทำหน้าที่เดินนำ เดินตาม หรือถือกระเป๋าอำนวยความสะดวกให้แก่“วีไอพี” ส่วนตัว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการบริการสาธารณะ ในขณะที่ผู้โดยสารทั่วไปนับพันคนต้องเผชิญภาวะคอขวดและยืนต่อแถวรอคิวยาวเหยียดตรงจุดตรวจคนเข้าเมืองเนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ การดึงทรัพยากรบุคคลไปใช้ในภารกิจส่วนตัวเช่นนี้ ถือเป็นความสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชน ซึ่งควรนำมาใช้ยกระดับความปลอดภัยและโครงสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้ใช้บริการทุกคนอย่างเสมอภาคและคุ้มค่าสูงสุด

                              ผลกระทบทางอ้อมที่รุนแรงไม่แพ้กันคือ ความเสียหายต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในระดับสากล ซึ่งสถาบันจัดอันดับท่าอากาศยานโลก เช่น Skytrax ยึดถือดัชนีชี้วัดด้านความลื่นไหลของกระบวนการและความโปร่งใสเป็นเกณฑ์สำคัญ การปรากฏภาพอภิสิทธิ์ชนเดินแซงคิวหรือมีเจ้าหน้าที่ห้อมล้อมอารักขาในพื้นที่หวงห้ามโดยไม่มีเหตุอันควร ย่อมทำลายความเชื่อมั่นของนักเดินทางสากล อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำวัฒนธรรมความเหลื่อมล้ำทางสายตาว่า กฎระเบียบอันเข้มงวดของสนามบินไทยนั้นมีไว้บังคับใช้แค่กับคนธรรมดาที่ไม่มีเส้นสาย ซึ่งขัดต่อหลักนิติธรรมสากลอย่างร้ายแรงและยากจะยอมรับได้

                            เมื่อหันไปพิจารณาท่าอากาศยานชั้นนำของโลก เช่น ชางงี สิงคโปร์, อินชอน เกาหลีใต้ หรือฮาเนดะ ญี่ปุ่น แนวคิดเรื่อง “อ-น” จากบารมีส่วนตัวนั้นเกิดขึ้นไม่ได้ ระบบสากลกำหนดสิทธิ์การเข้าพื้นที่ควบคุมตามภารกิจหน้าที่ที่ชัดเจน กล่าวคือ เจ้าหน้าที่รัฐจะเข้าพื้นที่หวงห้ามได้เฉพาะเมื่ออยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการเท่านั้น และหากจำเป็นต้องใช้ช่องทางพิเศษเพื่อความสะดวกรวดเร็ว จะต้องบริหารจัดการผ่านระบบบริการเชิงพาณิชย์ที่เปิดเผย โปร่งใส และเข้าถึงได้ตามกฎเกณฑ์เท่าเทียมกัน ไม่มีพื้นที่เกรย์โซนให้วัฒนธรรมระบบอุปถัมภ์ส่วนตัวเข้ามาแทรกแซง

                           ถึงเวลาแล้วหรือยัง  กล้าทำหรือยัง …! ที่ท่าอากาศยานเมืองไทยต้องปฏิรูปและเอ็กซเรย์ระบบ “อ-น” อย่างถอนรากถอนโคน โดยใช้กรณีเฮโรอีนที่เมลเบิร์นเป็น “สัญญาณเตือนภัยขั้นสุดท้าย” ในการล้อมคอกก่อนวัวหายหมด

                        ผู้รับผืดชอบต้องมีความกล้าหาญที่จะรื้อระบบสิทธิพิเศษ ยกเลิกช่องทางวีไอพีที่ไม่สามารถตรวจสอบถ่วงดุลได้ ปฏิรูประบบการออกบัตรผ่านพิเศษจำกัดโควตา และบังคับใช้ระบบคอมพิวเตอร์สุ่มตรวจค้นลูกเรือและเจ้าหน้าที่ภาคพื้นแบบ 100% โดยไม่มีข้อเว้นตามเครื่องแบบหรือตำแหน่ง เพื่อทำลายวัฒนธรรมความเกรงใจและคืนเกียรติภูมิ มาตรฐานความปลอดภัย ตลอดจนความเท่าเทียมให้แก่ประตูบานแรกของประเทศไทยในสายตาชาวโลกอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

“รถฉุกเฉิน” …สิทธิใช้ทาง กับ..“ฉุกเฉินจริงไหม ?”  กฎหมายต้องให้ทาง แต่ระบบต้องตอบให้ได้ว่า…ใครคือ “รถฉุกเฉิน”

รัฐเร่งตรวจสอบและเดินหน้า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินดิจิทัล Digital EMS และ แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ NDEMS National Digital Emergency Medical

เรื่องสั้น  “บ้านชายป่า”

ศพแรกถูกพบในเช้าวันจันทร์ ชายวัยกลางคนหายออกจากบ้านไปตั้งแต่คืนก่อน และไม่มีใครรู้ว่าเขาเข้าไปในป่าทำไม กระทั่งรุ่งเช้า ชาวบ้านพบร่างของเขานอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ห่างจากถนนไม่ถึงสองกิโลเมตร หนึ่งสัปดาห์ต่อมา มีศพที่สอง

ทุเรียนไทยขายมาก…แต่เงินได้น้อย  “ล้ง” จุดตัดสำคัญของราคา จากสวนถึงตลาดจีน  เงินอยู่ที่ใคร?

ทุเรียนไทยยังส่งออกเกือบล้านตัน แต่ปี 2568 มูลค่ากลับลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่จีนยังเป็นตลาดหลักกว่า 97% ของมูลค่าทุเรียนสดไทย ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ “ขายไม่ได้”

เอลนีโญจ่อแรงมาก…ไทย-เพื่อนบ้านต้องรับมือก่อนวิกฤต

เอลนีโญมีโอกาสเกือบ 100% ที่จะต่อเนื่องถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ขณะที่ สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA/ National Oceanic and Atmospheric Administration) ประเมินโอกาสมากกว่า 90% ที่จะพัฒนาเป็นระดับรุนแรงมาก

ข่าวอื่นๆ

“รถฉุกเฉิน” …สิทธิใช้ทาง กับ..“ฉุกเฉินจริงไหม ?”  กฎหมายต้องให้ทาง แต่ระบบต้องตอบให้ได้ว่า…ใครคือ “รถฉุกเฉิน”

รัฐเร่งตรวจสอบและเดินหน้า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินดิจิทัล Digital EMS และ แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ NDEMS National Digital Emergency Medical

ทุเรียนไทยขายมาก…แต่เงินได้น้อย  “ล้ง” จุดตัดสำคัญของราคา จากสวนถึงตลาดจีน  เงินอยู่ที่ใคร?

ทุเรียนไทยยังส่งออกเกือบล้านตัน แต่ปี 2568 มูลค่ากลับลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่จีนยังเป็นตลาดหลักกว่า 97% ของมูลค่าทุเรียนสดไทย ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ “ขายไม่ได้”

เอลนีโญจ่อแรงมาก…ไทย-เพื่อนบ้านต้องรับมือก่อนวิกฤต

เอลนีโญมีโอกาสเกือบ 100% ที่จะต่อเนื่องถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ขณะที่ สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA/ National Oceanic and Atmospheric Administration) ประเมินโอกาสมากกว่า 90% ที่จะพัฒนาเป็นระดับรุนแรงมาก