หน้าแรกINSIDE - INSIGHTรัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา "หน้าโรงกลั่น"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

เผยแพร่

spot_img

งัด พรก. ปี 16 บีบส่วนต่างกำไรคืนประชาชน พร้อมขยายผลสอบกว่า 60 ราย  ปม “น้ำมันล่องหน”  กระทบความมั่นคงเศรษฐกิจ

                               ท่ามกลางมรสุมราคาพลังงานที่ถาโถมจากวิกฤตการณ์โลก จนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรากำลังได้เห็นภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน” สัญญาณนี้นับเป็นการส่งนัยสำคัญว่า รัฐบาลกำลังเร่งปรับเปลี่ยนสถานะจากเดิมที่เป็นเพียง “ผู้อุดหนุน” (Subsidizer) คอยแบกรับภาระหนี้ผ่านกองทุนน้ำมัน ไปสู่บทบาทของ “ผู้ควบคุม” (Controller) ที่ก้าวเข้ามาถือไม้เรียวเพื่อจัดระเบียบโครงสร้างราคาตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำอย่างจริงจัง

                          หัวใจสำคัญของการขยับตัวครั้งนี้ คือการหยิบยกอำนาจตาม พรก. แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พศ. 2516 มาเป็นเครื่องมือหลักในการกำกับดูแล ซึ่งถือเป็นการสื่อสารทางนโยบายว่า  ในภาวะไม่ปกติเช่นนี้ กลไกตลาดเสรีเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบที่เบ็ดเสร็จ รัฐจำเป็นต้องเข้ามาบริหารจัดการ “ค่าการกลั่น” และ “ราคาหน้าโรงกลั่น” ให้สอดรับกับความเป็นจริง มากกว่าจะปล่อยให้ส่วนต่างกำไรนั้นกลายเป็นภาระที่ตกหนักอยู่กับประชาชนเพียงฝ่ายเดียว

                         ความน่าสนใจอยู่ที่ปฏิบัติการเชิงรุกที่สอดประสานกันระหว่างฝ่ายนโยบายและฝ่ายปฏิบัติการ โดยมี พลตอ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหอกในการตรวจสอบความผิดปกติภายในคลังน้ำมันยุทธศาสตร์ การเรียกสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องกว่า 60 ราย หลังพบตัวเลข “น้ำมันล่องหน” หรือส่วนต่างสต็อกที่ไม่สัมพันธ์กับการจ่ายจริง สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลเล็งเห็นถึงปัญหาการกักตุนและการบริหารจัดการที่บิดเบือน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดสภาวะขาดแคลนเทียมในช่วงที่ราคามีความผันผวน

                           การเข้ากำกับดูแลทั้ง กลุ่มโรงกลั่น และ ผู้ค้ามาตรา 7 ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการใช้อำนาจบังคับขู่เข็ญ แต่คือการสร้างบรรทัดฐานความโปร่งใสในระบบธรรมาภิบาลพลังงาน การที่รัฐบาลเริ่มขุดคุ้ยบัญชีคลังน้ำมันและตรวจสอบเส้นทางการกระจายสินค้าอย่างละเอียด คือการบีบให้ภาคเอกชนต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น หากพบการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนกฎหมาย รัฐบาลก็พร้อมจะใช้ยาแรงผ่านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งถือเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาดที่กลุ่มทุนไม่อาจมองข้ามได้เหมือนเช่นอดีต

                             อย่างไรก็ตาม การก้าวสู่บทบาท “ผู้ควบคุม” มิใช่เพียงการไล่เบี้ยเป็นรายกรณี แต่คือความพยายามในเชิงอุดมการณ์ที่จะ “รื้อโครงสร้างราคา” ใหม่ทั้งระบบ รัฐบาลกำลังสื่อสารให้สังคมเห็นว่า การกู้เงินมาอุดหนุนราคาเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่การคุมส่วนต่างกำไรและการอุดรูรั่วในสายพานการกระจายน้ำมันคือทางออกที่ยั่งยืนกว่า ยุทธศาสตร์นี้ชัดเจนว่าต้องการทวงคืนอำนาจการจัดการทรัพยากรเพื่อประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ

                            ภารกิจนี้เปรียบเสมือนการพิสูจน์ความจริงใจของรัฐบาลว่าจะสามารถ “ถือไม้เรียว” ได้มั่นคงเพียงใดภายใต้แรงเสียดทานรอบด้าน การจัดระเบียบกลุ่มทุนพลังงานในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่การลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มในระยะสั้น แต่อยู่ที่การสร้างระบบกำกับดูแลที่เข้มแข็งพอจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติในยามวิกฤต

                            บทสรุปของศึกครั้งนี้จึงอยู่ที่ว่า  รัฐจะสามารถรักษาความเฉียบขาดนี้ไว้ได้จนกว่าจะเกิดการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานที่เป็นธรรมได้อย่างแท้จริงหรือไม่

2569-04-19  “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

ข่าวอื่นๆ

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย

ความสัมพันธ์ 170 ปี “ไทย-ฝรั่งเศส”   “การทูตเชิงรุก”ต้องดับฝัน กัมพูชา-ใช้ปารีสเคลมพรมแดน

ยุทธศาสตร์การทูตครั้งนี้คือ "ปฏิบัติการเชิงรุก" เพื่อนำข้อเท็จจริงปมพรมแดนและพื้นที่ทับซ้อน (OCA) ไปแสดงต่อประธานาธิบดี เอมานูเอล มาครง