หน้าแรกINSIDE - INSIGHT สิงคโปร์แสดงความเป็นผู้นำในอาเซียนยึดทรัพย์ "ทุนเทา" ข้ามชาติกว่า 3.7 พันล้านบาท

 สิงคโปร์แสดงความเป็นผู้นำในอาเซียนยึดทรัพย์ “ทุนเทา” ข้ามชาติกว่า 3.7 พันล้านบาท

เผยแพร่

spot_img

สั่นคลอนเครือข่ายฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับ “Prince Group” ในกัมพูชา

                          ปฏิบัติการอันเด็ดขาดของตำรวจสิงคโปร์ในการยึดและอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 3,700 ล้านบาท ที่เชื่อมโยงกับนายเฉิน จื้อ และกลุ่ม Prince Holding Group แห่งกัมพูชา ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงถึงความจริงจังของประเทศในการต่อต้านอาชญากรรมทางการเงินข้ามชาติ 

                           การดำเนินการดังกล่าว ซึ่งเป็นผลจากการประสานงานกับสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ได้ตอกย้ำว่าเครือข่ายสแกมเมอร์ที่มีฐานอยู่ในกัมพูชานั้น ไม่ได้เป็นเพียงภัยคุกคามระดับภูมิภาค แต่ได้ฝังรากลึกและใช้กลไกการฟอกเงินที่ซับซ้อนเพื่อกัดกร่อนเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

                           การเข้าจัดการกับกลุ่มทุนใหญ่ในครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศที่มีธรรมาภิบาลสูงพร้อมจะเดินหน้าเต็มที่เพื่อรักษาเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของระบบการเงินตนเอง

                          ในขณะที่ภัยร้ายลุกลาม บทบาทของประเทศไทยในสมการอาชญากรรมไซเบอร์เหมือนจะยังไม่กระตือรือร้น

                          ความเสียหายจากขบวนการสแกมเมอร์ในประเทศไทยถูกประเมินว่าสูงถึงหลักแสนล้านบาท ซึ่งแม้จะมีการประกาศให้เป็น “วาระแห่งชาติ” และการปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ได้บ้าง แต่ประเทศไทยยังคงเผชิญความท้าทายอย่างยิ่งในการยกระดับปฏิบัติการให้เทียบเท่ากับขนาดของปัญหาที่แท้จริง

                         เนื่องจากประเทศมีความเสี่ยงสูงที่จะกลายเป็น “จุดผ่าน” (Gateway) หรือ “ศูนย์กลางการฟอกเงิน” ของทุนเทาข้ามชาติเหล่านี้ โดยมีการนำเงินสกปรกมาเปลี่ยนรูปผ่านธุรกิจและทรัพย์สินต่าง ๆ โดยอาศัยกลไกของ “ไทยเทา” ที่เชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลหรือแม้กระทั่งนักการเมือง การละเลยที่จะจัดการกับ “รากฐาน” ของการฟอกเงินในประเทศอย่างจริงจัง จึงเท่ากับการปล่อยให้โครงสร้างอาชญากรรมเติบโตอย่างอิสระ ซึ่งหากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ย่อมบ่อนทำลายความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างไม่อาจแก้ไขได้

                         ถึงเวลาที่รัฐบาลไทยต้องเปลี่ยน “วาระแห่งชาติ” ให้เป็นการปฏิบัติการที่เฉียบขาด

                        ในห้วงเวลาที่สิงคโปร์ใช้ข้อมูลข่าวกรองระหว่างประเทศนำไปสู่การยึดทรัพย์มูลค่ามหาศาลอย่างรวดเร็ว เกิดคำถามที่รัฐบาลไทยต้องตอบอย่างเร่งด่วน ว่า เหตุใดการขยายผลและกวาดล้างเครือข่ายทุนเทาในประเทศที่เชื่อมโยงกับศูนย์กลางอาชญากรรมในกัมพูชา จึงยังคง “อืดอาดยืดยาด” ไม่สมกับที่ประกาศเป็น “วาระแห่งชาติ” การที่หน่วยงานรัฐได้ค้นพบการกระทำความผิดและจับกุมเครือข่ายได้บ้างแล้ว ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้มาตรการทางกฎหมายและอำนาจรัฐอย่างเต็มที่เพื่อ “ตัดท่อน้ำเลี้ยง” และยึดทรัพย์สินที่ได้จากอาชญากรรมอย่างรวดเร็วและโปร่งใส 

                        การทำเพียงแค่ “เดินตามหลัง” การสืบสวนของประเทศอื่น หรือจำกัดปฏิบัติการไว้แค่ระดับผู้ปฏิบัติการ โดยไม่กล้าแตะต้อง “ผู้บงการ” และเครือข่ายฟอกเงินระดับสูงที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนในประเทศ จะทำให้ประเทศไทยพลาดโอกาสสำคัญในการปกป้องประชาชนและเสรีภาพทางเศรษฐกิจ และอาจถูกมองว่า ขาดความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง ในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติครั้งใหญ่นี้

ข่าวล่าสุด

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

ข่าวอื่นๆ

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย

ความสัมพันธ์ 170 ปี “ไทย-ฝรั่งเศส”   “การทูตเชิงรุก”ต้องดับฝัน กัมพูชา-ใช้ปารีสเคลมพรมแดน

ยุทธศาสตร์การทูตครั้งนี้คือ "ปฏิบัติการเชิงรุก" เพื่อนำข้อเท็จจริงปมพรมแดนและพื้นที่ทับซ้อน (OCA) ไปแสดงต่อประธานาธิบดี เอมานูเอล มาครง