หน้าแรกINSIDE - INSIGHTหมายจับ “เบน สมิธ” ขยายวงจากฉ้อโกงพันล้าน 

หมายจับ “เบน สมิธ” ขยายวงจากฉ้อโกงพันล้าน 

เผยแพร่

spot_img

สู่เงาภาพถ่ายกับนักการเมืองและข้าราชการไทย

 การออกหมายจับทางอาญาต่อ Ben Smith   หรือ เบนจามิน เมาเรอร์เบอร์เกอร์ และภรรยา ในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท ไม่เพียงเป็นพัฒนาการสำคัญของคดีอาชญากรรมเศรษฐกิจข้ามชาติ หากยังเปิดประเด็นใหม่ทางการเมือง เมื่อมีข้อมูลว่าผู้ต้องหาเคยปรากฏภาพถ่ายและมีการพบปะกับนักการเมืองไทยและข้าราชการไทยบางราย จนเกิดคำถามว่า ความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นเพียงกิจกรรมทางสังคม หรือมีนัยมากกว่านั้น

                              ศาลอาญากรุงเทพฯ ได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ตามคำร้องของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกล่าวหาว่า Smith หลอกลวงนักลงทุนให้ร่วมลงทุนในหุ้น อสังหาริมทรัพย์ เครื่องบิน และธุรกิจพลังงาน พร้อมอ้างผลตอบแทนสูง ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเจ้าตัวเดินทางออกจากไทยไปก่อนหน้าแล้ว และมีรายงานว่าปลายทางอาจอยู่ที่ดูไบ รัฐบาลยืนยันจะประสานกับตำรวจสากล  Interpol เพื่อออกหมายแดง ประกาศติดตามตัวผู้ต้องหาระหว่างประเทศ Red Notice 

                             ศาลแพ่งมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายรวมกว่า 13,000 ล้านบาท ครอบคลุมบุคคลอย่างเฉินจื้อ  Chen Zhi , ยิม เลียก  Yim Leak ,และ ก๊ก อัน  Kok An  โดยใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินออกนอกประเทศ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความพยายาม “ตัดวงจรการเงิน” ก่อนที่คดีจะขยายผลในชั้นศาล

                            สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเพิ่มเติมตรงกันว่า ข้อกล่าวหาต่อ Smith อาจเชื่อมโยงการฉ้อโกงข้ามพรมแดนตั้งแต่ปี 2016 มีผู้เสียหายต่างชาติถูกหลอกโอนเงินรวมกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีรูปแบบปฏิบัติการลักษณะโบอิลเลอร์รูม (Boiler Room)  หรือศูนย์หลอกลวงทางโทรศัพท์/ออนไลน์  หรือคอลเซ็นเตอร์ การเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนในกัมพูชา ทำให้คดีนี้ต้องอาศัยความร่วมมือหลายเขตอำนาจศาล และเป็นบททดสอบความสามารถของไทยในการจัดการอาชญากรรมการเงินยุคดิจิทัล

                            อย่างไรก็ดี มิติที่ยังคลางแคลงใจของสังคมไม่แพ้กัน คือ ภาพถ่ายและรายงานการพบปะระหว่างผู้ต้องหากับนักการเมืองไทยและข้าราชการไทยบางรายในช่วงที่ผ่านมา แม้ภาพถ่ายโดยลำพังไม่ใช่หลักฐานความผิด แต่ในทางรัฐศาสตร์ถือเป็น กลยุทธ์สร้างความน่าเชื่อถือทางสังคม (Social Legitimacy Strategy) ที่ผู้ระดมทุนมักใช้สร้างภาพความมั่นคงให้ธุรกิจ การมีภาพกับผู้มีอำนาจสามารถถูกนำไปสื่อสารต่อผู้ลงทุนว่าเป็นสัญญาณของการได้รับการยอมรับจากชนชั้นนำ

                           คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ใครถ่ายภาพกับใคร” แต่คือ “มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องหรือผลประโยชน์เชื่อมโยงหรือไม่” หากเป็นเพียงงานสาธารณะหรือกิจกรรมเปิดกว้าง ภาพอาจไม่มีนัยทางกฎหมายใด ๆ แต่หากมีการพบปะในวงปิด การหารือเชิงธุรกิจ หรือธุรกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ความชัดเจนย่อมเป็นสิ่งที่สาธารณะคาดหวังจากผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในยุคที่ความโปร่งใสเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของความเชื่อมั่นทางการเมือง

                          ในเชิงวิชาการ เรื่องนี้สะท้อนลักษณะเครือข่ายอำนาจแบบผสม(Hybrid Power Network)   ที่ประสานทุนธุรกิจสีเทากับทุนทางสังคมและการเมือง การดำเนินคดีจึงไม่ได้วัดเพียงความสามารถของตำรวจในการติดตามผู้ต้องหา แต่ยังวัดความกล้าหาญของระบบการเมืองในการเปิดเผยข้อเท็จจริง หากมีนักการเมืองไทยเกี่ยวข้องมากกว่าการปรากฏตัวในภาพ สังคมย่อมคาดหวังให้มีการชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา

                        ในโลกยุคโซเชียล ภาพถ่ายหนึ่งใบอาจมีค่ามากกว่าคำแถลงสิบหน้า 

                        บางครั้งรอยยิ้มในงานเลี้ยงอาจเป็นเพียงมารยาททางสังคม แต่บางครั้งก็อาจเป็น “ตราประทับความน่าเชื่อถือ” โดยไม่ตั้งใจ หากเฟรมถัดไปมีนักการเมืองไทยคนใดปรากฏเพิ่มขึ้น สาธารณชนคงไม่ได้ถามว่า “ยืนใกล้แค่ไหน ?“ แต่อาจถามว่า “ยืนอยู่ตรงนั้นเพื่ออะไร ?“

                     และคำตอบนั้นเอง จะเป็นตัวชี้ว่า  คดีนี้หยุดอยู่ที่อาชญากรรมเศรษฐกิจ หรือจะลามเข้าสู่บททดสอบความโปร่งใสของการเมืองไทยต่อไป

2569-03-05   “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

PDPC จับมือ CIB ขยายผลทลายเครือข่ายค้าข้อมูลส่วนบุคคล

แถลงข่าวขยายผลล้างเครือข่ายค้าข้อมูลทั่วประเทศ หลังพบข้อมูลส่วนบุคคลถูกใช้เป็นต้นตอสำคัญของอาชญากรรมไซเบอร์ ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์ การหลอกลวงทางการเงิน และการสวมรอยทำธุรกรรม

เที่ยวญี่ปุ่นจ่ายแพงขึ้น มาตรการ “สองราคา”

"ระบบสองราคา" (Dual Pricing) ในประเทศญี่ปุ่น เป็นมาตรการที่กำลังถูกนำมาใช้และขยายผลอย่างจริงจังในปี 2026 นี้ เพื่อแก้ปัญหา "นักท่องเที่ยวล้นเมือง" (Overtourism)

ยุโรป เผชิญ  ร้อนสูง  40+  ดับแล้ว กว่าสิบราย

ทวีปยุโรปกำลังเผชิญกับสถานการณ์ "อากาศสุดขั้ว" (Extreme Weather) จากอิทธิพลของคลื่นความร้อน (Heatwave) และปรากฏการณ์โดมความร้อน (Heat Dome) อย่างรุนแรง

ยุโรปป่วน  ร้อน เกินขีด

คลื่นความร้อนรุนแรงเฉียบพลันในยุโรป ณ ช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2569 นี้ กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างหนัก

ข่าวอื่นๆ

ไฟถนน.. “ไม่ฟรีอย่างที่คิด  ”สอดไส้บิลบ้านให้คนไทย “เฉลี่ยจ่าย”

หลักการจัดทำบริการสาธารณะ (Public Services) เพื่อความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตของพลเมือง ถือเป็นพันธกิจพื้นฐานที่สุดที่รัฐบาลต้องพึงปฏิบัติและหล่อเลี้ยงด้วยเงินงบประมาณแผ่นดินอันมาจากภาษี

ปปช. ชู…”ไม่รับ ไม่ให้ ไม่สน” 

แคมเปญประชาสัมพันธ์และกองทุนล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ภายใต้คำขวัญอันเฉียบคมว่า “ไม่รับ ไม่ให้ ไม่สน”

มายาคติ.. “มหาดไทย ใสสะอาด” จริงหรือ ?  ยุทธจักรใต้เงาตั๋วการเมืองและทุนข้ามชาติ

ปรากฏการณ์เหมือนแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ไล่เรียงตั้งแต่วิกฤตการณ์ “ปีนเกลียวข้ามหัว” ของข้าราชการปกครองในภูเก็ต สู่เหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองและผลประโยชน์ในสุราษฎร์ธานี