หน้าแรกINSIDE - INSIGHTกองทุนน้ำมัน ฯ ติดลบ 1.05 แสนล้าน   เมื่อการตรึงราคาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ทิ้งโจทย์หนี้ไว้ให้ประเทศ

กองทุนน้ำมัน ฯ ติดลบ 1.05 แสนล้าน   เมื่อการตรึงราคาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ทิ้งโจทย์หนี้ไว้ให้ประเทศ

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”

ประจำวันที่ 28 ตุลาคม  2569

ภาระอุดหนุนที่สะสมจนเกินแสนล้านบาท เปิดคำถามถึงความโปร่งใสของโครงสร้างราคาพลังงาน และขีดจำกัดของนโยบายที่ต้องเลือกระหว่างค่าครองชีพวันนี้กับภาระทางการเงินในวันหน้า

                                กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของไทยกำลังเผชิญแรงกดดันทางการเงินครั้งสำคัญ โดยประมาณการฐานะกองทุน ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2569 ระบุว่ามีฐานะสุทธิติดลบ 105,452 ล้านบาท จากสินทรัพย์รวม 35,917 ล้านบาท เทียบกับหนี้สินรวม 141,369 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า กลไกที่รัฐใช้บรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานกำลังมีภาระสะสมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คำถามจึงไม่ใช่เพียงรัฐบาลจะตรึงราคาน้ำมันได้นานแค่ไหน แต่คือใครเป็นผู้รับภาระต้นทุนของนโยบาย และจะมีแผนฟื้นฟูฐานะกองทุนอย่างไรโดยไม่ผลักผลกระทบทั้งหมดกลับไปยังประชาชนในภายหลัง

จากเครื่องมือรักษาเสถียรภาพสู่ภาระหนี้สะสม

                           “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง”  ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงในช่วงที่ตลาดผันผวน ไม่ใช่เพื่อรับภาระตรึงราคาโดยไม่มีขีดจำกัด เมื่อราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดอ้างอิงปรับสูงขึ้น หรือรัฐต้องการจำกัดผลกระทบต่อค่าครองชีพ กองทุนสามารถชดเชยส่วนต่างให้ราคาขายปลีกไม่ปรับขึ้นเต็มตามต้นทุนได้ แต่เงินชดเชยเหล่านี้ไม่ได้หายไปจากระบบ หากภาระจ่ายสูงกว่ารายรับต่อเนื่อง ฐานะกองทุนย่อมทรุดลงและอาจต้องพึ่งพาเงินกู้มากขึ้น ตัวเลขติดลบกว่า 105,000 ล้านบาทในปัจจุบันจึงเป็นสัญญาณว่ารัฐต้องประเมินทั้งต้นทุนของการอุดหนุน ความสามารถในการชำระหนี้ และระยะเวลาที่จะกลับสู่ฐานะที่ยั่งยืน โดยไม่อาจอธิบายทุกอย่างด้วยราคาน้ำมันดิบโลกเพียงปัจจัยเดียว

ราคาหน้าปั๊มไม่ใช่ราคาน้ำมันดิบ และต้องเปิดบัญชีให้เห็นทุกชั้น

                             ราคาที่ผู้บริโภคจ่ายหน้าปั๊มประกอบด้วยหลายองค์ประกอบ ได้แก่ ราคาหน้าโรงกลั่น ภาษีสรรพสามิต ภาษีท้องถิ่น เงินส่งเข้าหรือเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เงินนำส่งกองทุนอนุรักษ์พลังงาน ภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าการตลาดตามโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง ประเทศไทยยังใช้ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันในตลาดสิงคโปร์เป็นราคาอ้างอิงสำคัญ เพราะเป็นตลาดซื้อขายและส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปในภูมิภาค การตรวจสอบความเป็นธรรมจึงต้องพิจารณาทั้งความเหมาะสมของราคาอ้างอิง ต้นทุนจริง ส่วนลด และองค์ประกอบอื่น ไม่ใช่สรุปว่าราคาอ้างอิงดังกล่าวไม่เป็นธรรมโดยปราศจากหลักฐาน ขณะเดียวกัน คำอธิบายเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มก็ต้องแยกให้ชัดว่า ภาษีถูกคำนวณบนฐานใดและส่วนใดบ้าง ไม่ควรเรียกรวมว่าเป็น “ภาษีซ้อนสองชั้น” โดยไม่มีรายละเอียดรองรับ ส่วนข้อเรียกร้องให้ตรวจสอบค่าการตลาดหรือกำไรจากสต็อกน้ำมันก็ควรตั้งอยู่บนข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้การอภิปรายมุ่งสู่ความโปร่งใส มากกว่าการกล่าวหาผู้ประกอบการทั้งระบบ

ราคาถูกกว่าเพื่อนบ้าน ไม่ได้แปลว่าระบบมีต้นทุนต่ำกว่าเสมอไป

                                การเปรียบเทียบราคาน้ำมันไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจำเป็นต้องพิจารณาโครงสร้างเศรษฐกิจและนโยบายของแต่ละประเทศควบคู่กัน มาเลเซียมีบทบาทในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซของตนเอง พร้อมใช้มาตรการอุดหนุนเชื้อเพลิงบางประเภท ขณะที่บรูไนมีทรัพยากรพลังงานและรูปแบบการจัดสรรผลประโยชน์จากรัฐที่แตกต่างจากไทย ส่วนสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการกลั่นและค้าขายน้ำมันระดับภูมิภาค แต่มีโครงสร้างภาษีและนโยบายด้านการเดินทางต่างออกไป การเปรียบเทียบราคาหน้าปั๊มจึงต้องเทียบเชื้อเพลิงชนิดเดียวกัน ช่วงเวลาเดียวกัน และคำนึงถึงภาษี เงินอุดหนุน รายได้ประชาชน ตลอดจนกำลังซื้อด้วย ไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันบางส่วน ไม่อาจนำราคาของประเทศอื่นมาเป็นเป้าหมายโดยไม่พิจารณาต้นทุนและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างเหล่านี้ไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลปิดการตรวจสอบ เพราะประชาชนยังมีสิทธิถามว่าเงินภาษีและเงินกองทุนที่นำมาอุดหนุนช่วยผู้ได้รับผลกระทบได้ตรงจุดเพียงใด

ทางออกไม่ใช่เพียงกู้เพิ่ม แต่ต้องกำหนดขอบเขตการอุดหนุน

                               รัฐบาลมีทางเลือกหลายด้าน แต่ทุกทางมีต้นทุนและผู้รับผลกระทบต่างกัน การกู้เงินเพิ่มช่วยประคองสภาพคล่องและชะลอการปรับขึ้นราคาขายปลีกได้ในระยะหนึ่ง ทว่าไม่ใช่รายได้ที่ทำให้กองทุนฟื้นตัว หากยังจ่ายชดเชยต่อเนื่องโดยไม่มีกรอบยุติที่ชัดเจน อีกทางคือทยอยลดการอุดหนุน พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือแบบเจาะจงแก่กลุ่มเปราะบางและภาคขนส่งที่จำเป็น ควบคู่กับการเปิดเผยข้อมูลรายวันหรือรายงวดเกี่ยวกับเงินชดเชย รายรับ หนี้สิน ต้นทุนดอกเบี้ย และแผนชำระหนี้ รัฐควรทบทวนสูตรราคาอ้างอิงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องบนฐานข้อมูลจริง กำหนดหลักเกณฑ์ตรวจสอบค่าการตลาด และศึกษาความเป็นไปได้ของมาตรการจัดเก็บผลประโยชน์ส่วนเกินในช่วงวิกฤต โดยต้องประเมินผลทางกฎหมาย ผลกระทบต่อการแข่งขัน และความเสี่ยงที่ต้นทุนจะย้อนกลับไปยังผู้บริโภค เป้าหมายไม่ใช่ทำให้ราคาน้ำมันถูกที่สุดในทุกสถานการณ์ แต่ต้องทำให้ราคามีเหตุผล การอุดหนุนมีเป้าหมาย และภาระทางการเงินไม่ถูกเลื่อนไปโดยไม่มีคำตอบ

                                วิกฤตกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบกว่า 105,000 ล้านบาทไม่ใช่เพียงปัญหาบัญชีของหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นบททดสอบความสามารถของรัฐในการบริหารนโยบายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชน การตรึงราคาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้จริงในบางช่วง แต่หากไม่มีกรอบเวลา แหล่งเงิน และแผนชำระหนี้ที่ชัดเจน ความช่วยเหลือวันนี้ก็อาจกลายเป็นภาระที่ต้องชำระในวันหน้า สิ่งที่สังคมควรได้รับจึงไม่ใช่เพียงคำยืนยันว่าจะดูแลราคาพลังงาน หากเป็นบัญชีที่เปิดเผย ตรวจสอบได้ และคำอธิบายว่าใครจ่ายเท่าใด เพื่อช่วยใคร และจะสิ้นสุดเมื่อใด

ข่าวล่าสุด

อายัดทรัพย์ 3.5 หมื่นล้าน เบน สมิธ  ส่งผล ตลาดหุ้น ป่วน

กรณีการกวาดล้างและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติของ เบน สมิธ (Ben Smith) และ ยิม เลียก (Yim Leak) ซึ่งมีการใช้กองทุนในต่างประเทศเข้ามาแปรสภาพเป็นทุนต่างชาติเพื่อช้อนซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นและบรรยากาศการลงทุน  โดย ศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์...

ออกหมายจับ เบน สมิธ และ พวก  ข้อหาฟอกเงิน จ่ออายัดทรัพย์

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้แถลงว่ารับการอนุมัติจากศาลในการออกหมายจับ นายเบน สมิธ (Mr. Ben Smith) พร้อมด้วย น.ส.แคทรียา บีเวอร์ (ภรรยา)...

สงคราม…ใบกะเพรา !จากพืชสามัญประจำบ้านยอดฮิต สู่คำถามใหญ่เรื่องสิทธิและผลประโยชน์

เจาะ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ปมแบ่งปันผลประโยชน์และความไว้วางใจต่อรัฐ เมื่อพืชคู่ครัวไทยกลายเป็นเดิมพันระหว่างนวัตกรรมเอกชนกับทรัพยากรพันธุกรรมส่วนรวม

”ปลดล็อก“…ที่ดินเวนคืน รฟม.เปิดทางเอกชนใช้ทางเข้า-ออกได้ แต่ห้ามใช้ทรัพย์สินรัฐเอื้อประโยชน์เฉพาะราย

บทเรียน “แอชตัน-อโศก” ย้ำว่า อำนาจรัฐต้องชอบด้วยกฎหมายและรับผิดชอบต่อสาธารณะ

ข่าวอื่นๆ

สงคราม…ใบกะเพรา !จากพืชสามัญประจำบ้านยอดฮิต สู่คำถามใหญ่เรื่องสิทธิและผลประโยชน์

เจาะ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ปมแบ่งปันผลประโยชน์และความไว้วางใจต่อรัฐ เมื่อพืชคู่ครัวไทยกลายเป็นเดิมพันระหว่างนวัตกรรมเอกชนกับทรัพยากรพันธุกรรมส่วนรวม

”ปลดล็อก“…ที่ดินเวนคืน รฟม.เปิดทางเอกชนใช้ทางเข้า-ออกได้ แต่ห้ามใช้ทรัพย์สินรัฐเอื้อประโยชน์เฉพาะราย

บทเรียน “แอชตัน-อโศก” ย้ำว่า อำนาจรัฐต้องชอบด้วยกฎหมายและรับผิดชอบต่อสาธารณะ

อุเทนถวาย-ปทุมวัน ปมขัดแย้ง…ครึ่งศตวรรษ !

งดเรียน 90 วันอาจหยุดเหตุเฉพาะหน้า แต่ไม่อาจหยุดวงจรความรุนแรง