INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”
ประจำวันที่ 11 ตุลาคม 2569
เมื่อเงา “อีคอมเมิร์ซ” เคลื่อนมาบดบัง…จนเกือบมิด ?
เมื่อพฤติกรรมการค้าถูกย้ายจากหน้าร้านสู่หน้าจอ ย่านค้าส่งดั้งเดิมของกรุงเทพฯ กำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
โบ๊เบ๊,ประตูน้ำ,พาหุรัด,สะพานหัน, และสำเพ็ง เคยเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการค้าส่งไทย แต่วันนี้ร้านค้าที่เคยคึกคักต้องเผชิญยอดขายที่เปลี่ยนไป ลูกค้าเดินทางมาน้อยลง และบางพื้นที่มีร้านปิดหรือประกาศให้เช่าต่อ ขณะที่อีคอมเมิร์ซ และโซเชียลคอมเมิร์ซ ทำให้การซื้อขายย้ายจาก “ตลาด” ไปอยู่บนหน้าจอมากขึ้น
อดีตพ่อค้าแม่ค้าต่างจังหวัดต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเลือกสินค้า ต่อรองราคา และขนกลับไปขาย แต่วันนี้เพียงโทรศัพท์เครื่องเดียวก็สามารถเปรียบเทียบราคา สั่งสินค้า และให้ส่งถึงร้านได้ทันที นี่คือการเปลี่ยนโครงสร้างการค้าครั้งใหญ่ เพราะสิ่งที่หายไปไม่ใช่เพียงลูกค้า แต่คือ “เหตุผลที่ลูกค้าต้องเดินทางมาหาตลาด” อีคอมเมิร์ซไทยเติบโตขึ้นต่อเนื่อง และช่องทางมาร์เก็ตเพลสออนไลน์ กับโซเชียลคอมเมิร์ซ กลายเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมการซื้อขายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แรงกดดันจึงไม่ได้มาจากออนไลน์เพียงด้านเดียว แต่เกิดขึ้นพร้อมกับสินค้านำเข้าราคาต่ำ กำลังซื้อที่ชะลอตัว ค่าเช่าพื้นที่ ค่าเดินทาง และต้นทุนการบริหารร้าน สินค้าทั่วไปที่ไม่มีความแตกต่างกำลังถูกเปรียบเทียบราคาได้ทันทีจากทั่วโลก ร้านที่เคยได้เปรียบจากการมีสินค้าอยู่ในทำเลสำคัญ จึงต้องแข่งขันกับผู้ขายที่ไม่มีต้นทุนหน้าร้าน ขณะที่ผู้บริโภคก็มีทางเลือกมากขึ้นและใช้เวลาเดินตลาดน้อยลง
หากไม่ปรับตัว ตลาดเหล่านี้อาจไม่ได้หายไปจากแผนที่ แต่ “ตลาดแบบเดิม” จะค่อย ๆ หายไป ร้านที่พึ่งลูกค้าเดินเข้าร้านเพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงสูงขึ้น ขณะที่พื้นที่บางส่วนอาจเปลี่ยนเป็นคลังสินค้า จุดกระจายสินค้า ห้องไลฟ์ขายสินค้า หรือโชว์รูมแทน หน้าร้านจึงต้องไม่ใช่เพียงสถานที่ขายของ แต่ต้องกลายเป็นทั้งจุดสร้างแบรนด์ จุดให้ลูกค้าสัมผัสสินค้า และฐานการขายออนไลน์
ฮ่องกง และสิงคโปร์ กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงในทิศทางเดียวกัน แต่ไม่ได้เลือกปิดกั้นอีคอมเมิร์ซ ฮ่องกงใช้มาตรการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้เข้าสู่ดิจิทัล ขณะที่สิงคโปร์ใช้แผนเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมค้าปลีก เพื่อช่วยร้านค้าใช้เทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างประสบการณ์ใหม่ในร้าน บทเรียนสำคัญจึงไม่ใช่การรักษาตลาดแบบเดิม แต่คือการทำให้ “ตลาดจริง” กับ “ตลาดออนไลน์” ทำงานร่วมกัน
สำหรับไทย บทบาทของกระทรวงพาณิชย์ กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงควรเปลี่ยนจากการช่วยให้ร้านค้า “อยู่รอด” ไปสู่การช่วยให้ร้านค้า “แข่งขันได้” ทั้งการอบรมดิจิทัล การทำตลาดออนไลน์ การบริหารสต็อก การสร้างแบรนด์ และการพัฒนาย่านให้เป็นทั้งศูนย์ค้าส่ง จุดกระจายสินค้า และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ขณะเดียวกันต้องกำกับเรื่องภาษี มาตรฐานสินค้า และการแข่งขันกับสินค้านำเข้าให้เกิดความเป็นธรรม ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้ประกอบการไทยแบกรับต้นทุนทุกด้านเพียงฝ่ายเดียว
โบ๊เบ๊ ประตูน้ำ พาหุรัด สะพานหัน และสำเพ็ง จึงกำลังอยู่บนทางแยกสำคัญที่สุดครั้งหนึ่ง จากตลาดที่เคยรอให้คนเดินเข้ามาซื้อ วันนี้ต้องเป็นตลาดที่สามารถส่งสินค้าออกไปหาคนได้ทั้งประเทศและต่างประเทศ หากปรับตัวทัน ย่านเหล่านี้อาจไม่ได้ตาย แต่จะเปลี่ยนบทบาทจาก “ตลาดค้าส่งแบบเดิม” เป็นศูนย์กลางการค้าแบบใหม่ แต่หากปล่อยให้ร้านค้าปิดลงทีละร้านโดยไม่มีแผนรองรับ วันหนึ่งสิ่งที่เหลืออยู่ อาจไม่ใช่ตลาดที่เคยคึกคัก…แต่เป็นเพียงชื่อของตลาดในความทรงจำ
ตลาดอาจไม่หายไปจากกรุงเทพฯ แต่คนซื้ออาจหายไปจากตลาด !
และวันที่ไม่มีใครเดินเข้าร้านอีกต่อไป อาจเป็นวันที่เรารู้ว่า…ตลาดไม่ได้ตายเพราะออนไลน์ แต่ตายเพราะปรับตัวไม่ทัน !



