หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ท่วม” หรือ “แล้ง” ยังเป็นภัยเงียบ ?   พายุเงียบในอ่างเก็บน้ำ ! เมื่อ “80%” ต้องไม่กลายเป็นกับดัก

“ท่วม” หรือ “แล้ง” ยังเป็นภัยเงียบ ?   พายุเงียบในอ่างเก็บน้ำ ! เมื่อ “80%” ต้องไม่กลายเป็นกับดัก

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”

ประจำวันที่ 19 กันยายน 2569

ฝนสะสมทั้งประเทศต่ำกว่าค่าปกติ 10% แต่ฝนหนักยังเกิดเฉพาะพื้นที่ โจทย์บริหารน้ำจึงไม่ใช่แค่ “เก็บให้พอ” แต่ต้องรู้ว่า น้ำจะมา “ที่ไหน เมื่อไร และต้องระบายอย่างไร ?“

                            ประเทศไทยกำลังเผชิญโจทย์น้ำที่ต้องมองสองด้านพร้อมกัน เมื่อกรมชลประทานประเมินว่า ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอาจมีน้ำประมาณ 61,064 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือราว 80% ของความจุอ่าง ขณะที่ปริมาณฝนสะสมทั้งประเทศยังต่ำกว่าค่าปกติประมาณ 10% แต่ในเวลาเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในช่วง 18-20 กันยายน สะท้อนว่า “ฝนน้อย” ในภาพรวม ไม่ได้แปลว่า “น้ำท่วมไม่ได้” ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง 

                            ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ตัวเลข 80% จึงต้องอ่านให้ถูกว่าเป็น “ค่าคาดการณ์เมื่อสิ้นสุดฤดูฝน” ไม่ใช่ปริมาณน้ำที่มีอยู่ในอ่างเวลานี้ เพราะข้อมูล ณ 14 กันยายน ระบุว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีน้ำรวมประมาณ 54,000 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 71% ของความจุ และยังรองรับน้ำได้อีกกว่า 22,000 ล้านลูกบาศก์เมตร การขยับจาก 71% ไปสู่เป้าหมาย 80% จึงเป็นเรื่องของการบริหารน้ำที่เหลือในช่วงปลายฤดูฝน ไม่ใช่การประกาศว่าอ่างทั่วประเทศเต็ม 80% แล้ว 

                            ที่สำคัญ “80%” ไม่ควรถูกตีความแบบง่าย ๆ ว่าเหลือพื้นที่รับน้ำเพียง 20% แล้วจึงเท่ากับกำลังสร้างความเสี่ยงน้ำท่วม เพราะอ่างแต่ละแห่งอยู่คนละลุ่มน้ำ มีปริมาณน้ำและสภาพพื้นที่ท้ายน้ำต่างกัน การตัดสินใจว่าจะเก็บหรือระบายน้ำต้องพิจารณาฝนคาดการณ์ น้ำไหลเข้าอ่าง ระดับน้ำในแม่น้ำ และความสามารถในการระบายน้ำของพื้นที่ปลายน้ำควบคู่กัน กรมชลประทานเองระบุว่าจะติดตามสภาพอากาศและน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับการบริหารให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และเตรียมพื้นที่รองรับน้ำในช่วงปลายฤดูฝน 

                             อีกด้านหนึ่ง ตัวเลขการเตรียมเครื่องจักรก็ต้องอ่านอย่างระมัดระวัง กรมชลประทานเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์สนับสนุนมากกว่า 5,000 หน่วย และตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2569 ได้สนับสนุนพื้นที่แล้ว 55 จังหวัด รวม 647 หน่วย ตัวเลขนี้หมายถึงการนำเครื่องมือเข้าไปช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบหรือมีปัญหาน้ำ ไม่ได้หมายความว่า 55 จังหวัดกำลังประสบอุทกภัยพร้อมกัน การสื่อสารตัวเลขน้ำจึงต้องแยกให้ชัดระหว่าง “พื้นที่เฝ้าระวัง” “พื้นที่ได้รับการสนับสนุน” และ “พื้นที่ประสบภัย” เพื่อไม่ให้ประชาชนประเมินสถานการณ์สูงหรือต่ำกว่าความเป็นจริง 

                           บททดสอบจึงอยู่ที่ “ความเร็วของการบริหาร” มากกว่าการไล่ตามตัวเลขตัวเดียว รัฐต้องบริหารน้ำแบบรายลุ่มน้ำและรายพื้นที่ ติดตามฝน น้ำท่า และระดับน้ำแบบใกล้ชิด เตรียมเครื่องจักรในจุดที่มีความเสี่ยงและสามารถเข้าถึงได้รวดเร็ว พร้อมเชื่อมระบบเตือนภัยให้ประชาชนได้รับข้อมูลก่อนน้ำมาถึง ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาน้ำต้นทุนไว้สำหรับฤดูแล้ง เพราะกรมชลประทานประเมินว่าฝนสะสมที่ต่ำกว่าค่าปกติได้รับอิทธิพลจากเอลนีโญ และเป้าหมาย 61,064 ล้านลูกบาศก์เมตรในวันที่ 1 พฤศจิกายนก็ยังต่ำกว่าปริมาณช่วงเดียวกันของปีก่อน 

                           นี่จึงไม่ใช่เกมที่รัฐบาลเลือกได้ว่าจะบริหาร “น้ำท่วม” หรือ “ภัยแล้ง” เพราะสองปัญหาสามารถเกิดขึ้นในฤดูเดียวกันและแม้แต่ในช่วงเวลาใกล้กันได้ ฝนที่ตกน้อยในภาพรวมอาจสร้างความกังวลเรื่องน้ำต้นทุนในอนาคต ขณะที่ฝนหนักเฉพาะจุดสามารถสร้างน้ำหลากฉับพลันได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง กรมอุตุนิยมวิทยาเพิ่งประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในช่วง 18-20 กันยายน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการบริหารน้ำต้องใช้ข้อมูลแบบ “ทันสถานการณ์” ไม่ใช่อาศัยเพียงตัวเลขเฉลี่ยทั้งประเทศ 

                          สุดท้าย ประเทศไทยอาจไม่ได้ขาด “ตัวเลข” เรื่องน้ำ เพราะมีทั้ง 71% วันนี้ 80% ที่คาดการณ์ไว้ เครื่องจักรกว่า 5,000 หน่วย และพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุน 55 จังหวัด แต่สิ่งที่ประชาชนต้องการมากกว่าตัวเลข คือคำตอบว่า เมื่อน้ำมา รัฐรู้ก่อนหรือไม่ และพร้อมไปถึงจุดเสี่ยงก่อนน้ำหรือไม่  เพราะธรรมชาติไม่เคยส่งหนังสือล่วงหน้าว่า “ฝนจะตกตรงไหน” และคงไม่มีวันยอมทำตามเป้าหมาย 80% ของเรา ดังนั้นตัวเลขที่สำคัญที่สุด อาจไม่ใช่น้ำในอ่างมีเท่าไร แต่อาจเป็นว่า เมื่อฝนตกหนักคืนนี้ ระบบบริหารน้ำของประเทศเร็วกว่า “น้ำ” แค่ไหน !

#กรมอุตุนิยมวิทยา#THAITRIBUNE#พื้นที่ประสบภัย#ฝนตกหนัก#น้ำท่วม

ข่าวล่าสุด

ฟินแลนด์..แชมป์ความสุขโลก 9 ปีซ้อน “ไทย รั้ง 52”แม้เศรษฐกิจไม่ต่างคอสตาริกา นักวิเคราะห์ชี้ “ความเหลื่อมล้ำ-คอร์รัปชัน” คือตัวฉุด

ฟินแลนด์..แชมป์ความสุขโลก 9 ปีซ้อน “ไทย รั้ง 52” แม้เศรษฐกิจไม่ต่างคอสตาริกา นักวิเคราะห์ชี้ “ความเหลื่อมล้ำ-คอร์รัปชัน” คือตัวฉุด

บช.น.สั่งปิดถนน 4 จุดรอบทำเนียบฯ รับมือคาร์ม็อบ

บช.น.สั่งปิดถนน 4 จุดรอบทำเนียบฯ รับมือคาร์ม็อบ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สั่งตรึงกำลังและประกาศปิดการจราจรโดยรอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรองรับการชุมนุมของคาร์ม็อบ และ ม็อบรถบรรทุกของกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน (นปผ.) นำโดย "กำนันมะโน" นายมะโน เครือแก้วที่เคลื่อนขบวนเข้าสู่กรุงเทพฯ...

ค่าครองชีพพุ่ง ดันไทยประสบภาวะเงินเฟ้อ สูงขึ้น 3.90 %

ค่าครองชีพพุ่ง ดันไทยประสบภาวะเงินเฟ้อ สูงขึ้น 3.90 % สถานการณ์เงินเฟ้อของประเทศไทยล่าสุดจาก สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ แถลงตัวเลขประจำเดือนตุลาคม 2569  สรุปตัวเลขสำคัญ (ตุลาคม 2569)* เงินเฟ้อทั่วไป (Headline...

แซ่บหลาย ” ลาบ ” จ่อขึ้นทะเบียนมรดกโลก

แซ่บหลายลาบ จ่อขึ้นทะเบียนมรดกโลก รัฐบาลทางการของ สปป.ลาว ได้เสนอ "ลาบ" (Larb/Laap) เมนูอาหารประจำชาติ เข้าขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก ด้านภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage) ต่อองค์การยูเนสโก...

ข่าวอื่นๆ

ฟินแลนด์..แชมป์ความสุขโลก 9 ปีซ้อน “ไทย รั้ง 52”แม้เศรษฐกิจไม่ต่างคอสตาริกา นักวิเคราะห์ชี้ “ความเหลื่อมล้ำ-คอร์รัปชัน” คือตัวฉุด

ฟินแลนด์..แชมป์ความสุขโลก 9 ปีซ้อน “ไทย รั้ง 52” แม้เศรษฐกิจไม่ต่างคอสตาริกา นักวิเคราะห์ชี้ “ความเหลื่อมล้ำ-คอร์รัปชัน” คือตัวฉุด

สองมาตรฐาน…บนโต๊ะอาหาร ?เกษตรกรไทยถูกคุมเข้ม แต่ “ผักนำเข้า” ยังท้าทายระบบตรวจสอบ

ความปลอดภัยของอาหารบนโต๊ะคนไทยกำลังเผชิญคำถามสำคัญว่า เหตุใดเกษตรกรไทยต้องแบกรับภาระการผลิตภายใต้ข้อจำกัดด้านสารเคมีและมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ขณะที่สินค้านำเข้าบางส่วนกลับตรวจพบสารตกค้างเกินมาตรฐาน

Mobile-First จุดอ่อน..คนไทย   สังคมไทยกำลัง “ฝากชีวิต” ไว้กับโทรศัพท์มือถือจริง ๆ

พิษ “Mercenary Spyware” กระตุกขวัญผู้นำฝ่ายค้าน-อดีตนายกฯ เมื่อโทรศัพท์เครื่องเดียว กลายเป็น ‘จุดตาย’ ของประเทศ