หน้าแรกINSIDE - INSIGHT รัฐบาลใหม่ของไทยควรตระหนัก เมื่อไฟบนถนนกาฐมาณฑุและเสียงโห่ร้องในลอนดอนเตือนโลก

 รัฐบาลใหม่ของไทยควรตระหนัก เมื่อไฟบนถนนกาฐมาณฑุและเสียงโห่ร้องในลอนดอนเตือนโลก

เผยแพร่

spot_img

การเมืองโลกสะท้อนบทเรียนชัดเจนว่า เมื่อคนรุ่นใหม่รู้สึกว่าถูกปิดปาก หรือประชาชนเห็นว่ารัฐไม่ตอบโจทย์ความคับข้องใจ การชุมนุมอาจลุกลามจนกลายเป็นไฟที่ไม่มีใครควบคุมได้ รัฐบาลไทยชุดใหม่อย่ารอให้เสียงนกหวีดหรือหม้อเคาะดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะยื่นมือเจรจา

เมื่อสัปดาห์ก่อน  กาฐมาณฑุเพิ่งผ่านเหตุประท้วงครั้งใหญ่ที่บานปลายจนผู้ชุมนุมบุกอาคารรัฐสภา เผาทรัพย์สิน และปะทะกับเจ้าหน้าที่ จนมีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน 

                    จุดชนวนมาจากคำสั่งห้ามใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกถูกปิดกั้นเสรีภาพ ประกอบกับความโกรธสะสมเรื่องคอร์รัปชันและเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง กลายเป็นเชื้อเพลิงให้การเดินขบวนยืดเยื้อ รัฐบาลต้องประกาศเคอร์ฟิวและส่งทหารเข้าคุมเมือง

                     แต่นั่นคือการแก้ปลายเหตุที่ยิ่งทำให้ความไม่พอใจลุกลาม 

                     ในเวลาไล่เลี่ยกัน การเมืองขวาจัดและความกลัวผู้อพยพ  อีกฟากโลก ลอนดอนมีการชุมนุม “Unite the Kingdom” ที่ดึงผู้คนกว่าหลายแสนคนออกมาเดินขบวนต่อต้านผู้อพยพ ใช้ธงชาติและวาทกรรมชาตินิยมปลุกเร้าอารมณ์ ผลลัพธ์คือการปะทะกับตำรวจ มีการบาดเจ็บและจับกุมจำนวนมาก แม้จะไม่ใช่การประท้วงเพื่อล้มรัฐบาล แต่สะท้อนปัญหาสังคมที่แตกเป็นเสี่ยงจากความกลัวและความไม่มั่นคงในอนาคต 

                     เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่า เมื่อรัฐไม่สามารถสร้างพื้นที่พูดคุยอย่างสร้างสรรค์ ความโกรธย่อมถูกดึงไปใช้โดยกลุ่มที่มีวาระสุดโต่ง 

                    บทเรียนที่ไทยควรกลืนก่อนกลายเป็นยาขม

                   ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลใหม่ ความคาดหวังของคนรุ่นใหม่สูงและความอดทนต่ำ หากปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง หรือการสื่อสารออนไลน์ถูกมองว่าถูกควบคุมหรือบิดเบือน เสียงในทวิตเตอร์และสื่อออนไลน์ทุกประเภทในวันนี้อาจกลายเป็นม็อบหน้ารัฐสภาในวันพรุ่งนี้ 

ประสบการณ์เนปาลสอนเราว่า “การเซ็นเซอร์..คือเชื้อไฟ” ส่วนลอนดอนสอนว่า “การปล่อยให้ความกลัวเติบโตเองคือเชื้อเพลิง” ไทยจึงต้องระวังทั้งการปิดกั้นเกินขอบเขตและการปล่อยปละจนกลุ่มหัวรุนแรงฉวยโอกาส 

รัฐบาลใหม่ของไทย ที่กำลังจะได้ทำหน้าที่ในเร็ว ๆ นี้  อย่ามัวแต่เพลิดเพลิน เฉลิมฉลองกับความยิ่งใหญ่เฉพาะตัวเฉพาะกลุ่ม

แล้วอาจคิดว่าตนมีเสียงข้างมากพอจะทำอะไรก็ได้ 

โปรดจำไว้ว่าถนนราชดำเนิน แยกราชประสงค์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไม่เคยลืมวิธีรวมคน และโซเชียลมีเดียไม่เคยหลับ หากการเมืองยังคิดว่าการปิดเว็บ ปิดปาก หรือออกคำสั่งห้ามเดินขบวนคือคำตอบ ลองมองภาพรัฐสภาเนปาลที่ไฟไหม้ และเสียงไซเรนในลอนดอนเมื่อคืนก่อน

                      บางทีนี่คือสปอตโฆษณาอนาคตของไทยที่ไม่มีใครอยากฉายซ้ำ

ข่าวล่าสุด

”ปลดล็อก“…ที่ดินเวนคืน รฟม.เปิดทางเอกชนใช้ทางเข้า-ออกได้ แต่ห้ามใช้ทรัพย์สินรัฐเอื้อประโยชน์เฉพาะราย

บทเรียน “แอชตัน-อโศก” ย้ำว่า อำนาจรัฐต้องชอบด้วยกฎหมายและรับผิดชอบต่อสาธารณะ

ย้อนรอยความฝันและตัวตนที่เคยหล่นหาย: สิทธิธรรม โรหิตะสุข กับนิทรรศการเฉพาะกิจ “ว่าด้วยนักศึกษาศิลปะคนหนึ่งซึ่งมีความฝันอยากเป็นศิลปินคอนเซปชวลแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ : กรณี สิทธิเดช โรหิตะสุข”

ในเส้นทางชีวิตของคนเรา มีสักกี่ครั้งที่เราจะได้หวนกลับไปพบกับ "ความฝันในวัยเยาว์" ที่เคยหล่นหายไประหว่างทาง นิทรรศการศิลปะล่าสุดจาก สิทธิธรรม โรหิตะสุข (หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อเดิม สิทธิเดช โรหิตะสุข) ณ VS Gallery

อุเทนถวาย-ปทุมวัน ปมขัดแย้ง…ครึ่งศตวรรษ !

งดเรียน 90 วันอาจหยุดเหตุเฉพาะหน้า แต่ไม่อาจหยุดวงจรความรุนแรง

23 ตุลาคม วันปิยมหาราช

วันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ผู้ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “พระปิยมหาราช”

ข่าวอื่นๆ

”ปลดล็อก“…ที่ดินเวนคืน รฟม.เปิดทางเอกชนใช้ทางเข้า-ออกได้ แต่ห้ามใช้ทรัพย์สินรัฐเอื้อประโยชน์เฉพาะราย

บทเรียน “แอชตัน-อโศก” ย้ำว่า อำนาจรัฐต้องชอบด้วยกฎหมายและรับผิดชอบต่อสาธารณะ

อุเทนถวาย-ปทุมวัน ปมขัดแย้ง…ครึ่งศตวรรษ !

งดเรียน 90 วันอาจหยุดเหตุเฉพาะหน้า แต่ไม่อาจหยุดวงจรความรุนแรง

23 ตุลาคม วันปิยมหาราช

วันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ผู้ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “พระปิยมหาราช”