หน้าแรกINSIDE - INSIGHTร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”

ประจำวันที่ 18 สิงหาคม 2569

                            ประเทศไทยมีร้านขายยาทั่วประเทศ 20,733 แห่ง ณ เดือนมีนาคม 2569 โดยเป็นร้านขายยาแผนปัจจุบัน 18,178 แห่ง ขณะที่จำนวนร้านขายยาแผนปัจจุบันลดลงจาก 19,206 แห่งในปี 2568 ตามข้อมูลของธนาคารกรุงศรีอยุธยา สะท้อนว่าตลาดร้านยายังมีขนาดใหญ่ แต่จำนวนผู้ประกอบการไม่ได้เพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาด ขณะเดียวกัน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน พร้อมเตือนการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากการขยายตัวของร้านยาเครือข่ายและการแย่งตัวเภสัชกร อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 43,000 ล้านบาทเป็นประมาณการของปี 2567 จึงไม่ควรนำมาใช้แทนขนาดตลาดล่าสุดในปี 2569

                           แรงกดดันสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้ใช้ยาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ ต้นทุนและโครงสร้างการแข่งขัน ร้านยาเครือข่ายมีข้อได้เปรียบจากจำนวนสาขา การจัดซื้อสินค้าจำนวนมาก ระบบบริหารสินค้าคงคลัง การตลาด และระบบสมาชิก ทำให้สามารถกระจายต้นทุนไปยังหลายสาขาได้ ขณะที่ร้านยาอิสระต้องรับต้นทุนค่าเช่า บุคลากร สินค้าคงคลัง และการบริหารด้วยรายได้จากร้านเพียงแห่งเดียว ส่งผลให้แม้ตลาดโดยรวมยังมีรายได้ แต่กำไรของผู้ประกอบการแต่ละรายอาจถูกกดดันมากขึ้น

                              อีกปัจจัยที่ร้านยาต้องปรับตัวคือ มาตรฐานการปฏิบัติงานร้านยา ซึ่งกำหนดมาตรฐานด้านสถานที่ อุปกรณ์ การจัดเก็บยา และการปฏิบัติงานของเภสัชกร เพื่อให้ประชาชนได้รับยาอย่างถูกต้องและปลอดภัย โดย GPP หรือมาตรฐานการปฏิบัติงานของร้านยาและเภสัชกร ไม่ใช่มาตรการใหม่ในปี 2569 แต่เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่ปี 2557 และร้านยาเดิมได้รับระยะเวลาปรับตัวตามกรอบที่กำหนด ดังนั้น การแข่งขันในปัจจุบันจึงไม่ได้วัดกันเพียงยอดขาย แต่รวมถึงความสามารถในการรักษามาตรฐานวิชาชีพควบคู่กับการควบคุมต้นทุนและบริหารธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ

                                 ขณะเดียวกัน เภสัชกรรมทางไกล กำลังเป็นอีกปัจจัยที่จะเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขัน โดยเป็นการให้บริการด้านยาและคำปรึกษาโดยเภสัชกรผ่านระบบออนไลน์ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด อย. ระบุว่าคาดว่าจะมีร้านยาพร้อมเข้าร่วมระบบมากกว่า 5,000 แห่ง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ร้านยาในอนาคตอาจไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะเรื่องทำเลหรือราคายา แต่สามารถใช้ความรู้ของเภสัชกรและเทคโนโลยีเข้ามาให้บริการ เช่น การให้คำปรึกษาและติดตามการใช้ยา ซึ่งอาจช่วยขยายบทบาทของร้านยาให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการสุขภาพในชุมชนมากขึ้น

                                 อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของร้านยาเครือข่ายไม่ได้หมายความว่าร้านยาอิสระจะหมดอนาคต เพราะผู้ประกอบการรายย่อยยังมีข้อได้เปรียบด้านความใกล้ชิดกับชุมชน ความสัมพันธ์กับลูกค้า และความไว้วางใจที่สร้างขึ้นในพื้นที่ แต่จุดแข็งดังกล่าวจะต้องถูกเปลี่ยนให้เป็นมูลค่าทางธุรกิจมากขึ้น ทั้งการให้คำปรึกษา การบริหารสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ข้อมูลในการวางแผน และการนำเทคโนโลยีมาเสริมบริการ หากยังพึ่งพาเพียงทำเลและลูกค้าประจำโดยไม่ปรับตัว ความกดดันจากต้นทุนและการแข่งขันอาจทำให้ส่วนต่างกำไรลดลงต่อเนื่อง

                                  โจทย์ของร้านยาไทยจึงอาจไม่ใช่การถามว่า “ร้านยาจะหายไปหรือไม่” แต่เป็นการถามว่า “ร้านยาแบบไหนจะอยู่รอดในตลาดที่กำลังเปลี่ยน” เพราะตลาดยังมีความต้องการ แต่การแข่งขันกำลังเปลี่ยนจากการขายสินค้าไปสู่การสร้างบริการและความแตกต่าง หากร้านยาอิสระไม่สามารถใช้จุดแข็งด้านความรู้ของเภสัชกรและความไว้วางใจของชุมชนมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้ การมีลูกค้าประจำเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป

                                ท้ายที่สุด ร้านยาอาจไม่ได้แพ้เพราะคนเลิกซื้อยา แต่แพ้เพราะต้นทุนของการ “ขายยาแบบเดิม” สูงขึ้นเรื่อย ๆ  และในวันที่ทุนใหญ่มีทั้งเงิน ระบบ และเทคโนโลยี    สิ่งที่ร้านเล็กต้องรักษาไว้ให้ได้ อาจไม่ใช่ “ราคาถูกที่สุด” แต่คือ “ความเชื่อมั่น”

#อวสานร้านขายยา#ร้านยาเครือข่าย #INSIDE INSIGHT#ชัยทัศน์วิเคราะห์#THAITRIBUNE#เภสัชกรรมทางไกล

ข่าวล่าสุด

แทรกเตอร์ EV งบ 8 พันล้าน ยุทธศาสตร์คาร์บอนต่ำ ต้องไม่ทิ้งบทเรียนการลงทุนภาครัฐ !

แผลเก่า..แอร์บัส A340-500 ถึงรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน คำถามสำคัญไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่เพียงใด แต่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงแค่ไหน ?

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ

ข่าวอื่นๆ

แทรกเตอร์ EV งบ 8 พันล้าน ยุทธศาสตร์คาร์บอนต่ำ ต้องไม่ทิ้งบทเรียนการลงทุนภาครัฐ !

แผลเก่า..แอร์บัส A340-500 ถึงรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน คำถามสำคัญไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่เพียงใด แต่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงแค่ไหน ?

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)