หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเรือรบ Abraham Lincoln แวะไทยในรอบ 14 ปี

เรือรบ Abraham Lincoln แวะไทยในรอบ 14 ปี

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”

ประจำวันที่ 2 กันยายน 2569

จาก “เยือนท่าเรือ” สู่ “แวะพักหลังภารกิจสงคราม” ไทยจะรักษาสมดุลได้แค่ไหน ?

                              เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS Abraham Lincoln (CVN-72) พร้อมกำลังพลราว 5,000 นาย มีกำหนดแวะประเทศไทยวันนี้  ระหว่างวันที่ 2-6 กันยายน 2569    แล้วกลับฐานที่ซานดิเอโก หลังปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลางยาวนานกว่า 200 วัน โดยฝ่ายไทยระบุว่าเป็นการแวะเพื่อพักฟื้นกำลังพลและรับการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ ไม่มีการฝึกหรือปฏิบัติการทางทหารร่วม การกลับมาของเรือลำเดิมหลัง 14 ปีจึงเกิดขึ้นในบริบทที่แตกต่างจากครั้งแรกอย่างชัดเจน และทำให้การแวะไทยครั้งนี้มีทั้งมิติด้านความมั่นคง การทูต และเศรษฐกิจที่ต้องจับตามอง 

                              Lincoln เคยเข้าเทียบท่าแหลมฉบังมาแล้วระหว่างวันที่ 6-10 มกราคม 2555 พร้อมเรือลาดตระเวน USS Cape St. George โดยเป็น port visit ระหว่างการประจำการในภูมิภาค และมีกิจกรรมพบปะประชาชนกับกิจกรรมบริการชุมชนเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ  ครั้งนั้นเรือยังอยู่ในวงรอบการประจำการตามปกติของกองทัพเรือสหรัฐฯ   ขณะที่การกลับมาในปี 2569 เกิดขึ้นหลัง Lincoln เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจในสงครามตะวันออกกลางและอยู่ในทะเลต่อเนื่องมากกว่า 250 วันโดยแทบไม่มีการแวะท่าเรือ ความแตกต่างระหว่างสองช่วงเวลาจึงอยู่ที่ “บริบทของการเยือน” มากกว่าตัวเรือที่ยังเป็นลำเดิม 

                          คำถามต่อมาคือ “ทำไมแหลมฉบัง ?” การรองรับเรือบรรทุกเครื่องบินพร้อมเรือใน Carrier Strike Group และกำลังพลหลายพันนาย จำเป็นต้องมีท่าเรือน้ำลึก โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ และพื้นที่รองรับกำลังพลจำนวนมาก แหลมฉบังมีประสบการณ์รองรับเรือรบขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ และเคยรับ Lincoln มาแล้วในปี 2555 ขณะที่การเดินทางครั้งนี้เรือได้ผ่านช่องแคบสิงคโปร์ก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่ไทย จึงมีเหตุผลเชิงโลจิสติกส์รองรับการใช้ประเทศไทยเป็นจุดพักระหว่างทางกลับสหรัฐ ฯ

                         อย่างไรก็ตาม เหตุผลเฉพาะว่าทำไมจึงเลือกแหลมฉบังเหนือท่าเรืออื่นในภูมิภาคยังไม่ได้รับการเปิดเผยทั้งหมด และนั่นทำให้ “ขีดความสามารถของท่าเรือ” กับ “ความเหมาะสมของเส้นทางเดินเรือ” กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามอง 

                        ในมิติความมั่นคง การแวะครั้งนี้มีน้ำหนักมากกว่าการเยือนท่าเรือทั่วไป เพราะ Lincoln เป็นแกนกลางของ Carrier Strike Group และเพิ่งถอนออกจากพื้นที่ปฏิบัติการในตะวันออกกลาง หลังภารกิจยาวนานกว่า 270 วัน การเคลื่อนเรือจากพื้นที่ดังกล่าวผ่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อกลับสหรัฐฯ จึงอยู่ในสายตาของประเทศต่าง ๆ แม้ภารกิจในไทยจะเป็นเพียงการพักฟื้นและสนับสนุนกำลังพลก็ตาม ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่การสรุปว่าการแวะไทยหมายถึงการนำสงครามเข้ามาในภูมิภาค แต่คือการที่ไทยต้องบริหารความเสี่ยงด้านความมั่นคงและการรับรู้จากการเคลื่อนย้ายกองเรือขนาดใหญ่ที่เพิ่งผ่านพื้นที่ขัดแย้ง 

                           ในมิติการทูต ไทยกำลังเผชิญโจทย์เรื่อง “การรักษาสมดุล” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะไทยมีความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับสหรัฐ ฯ มาอย่างยาวนาน ขณะเดียวกันก็ต้องหลีกเลี่ยงการถูกตีความว่าเข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ ฯ กับอิหร่าน การที่ฝ่ายไทยยืนยันว่าไม่มีการฝึก ไม่มีปฏิบัติการร่วม และการแวะครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพักฟื้นกำลังพล จึงช่วยกำหนดกรอบของการเยือนว่าเป็นการพักและสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ ไม่ใช่การเข้าร่วมภารกิจทางทหารในภูมิภาค ขณะที่ในทางเศรษฐกิจ กำลังพลราว 5,000 นายย่อมมีโอกาสสร้างรายได้ให้โรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และธุรกิจท่องเที่ยวในชลบุรีและพัทยา แต่ผลประโยชน์ระยะสั้นเหล่านี้ต้องเดินคู่กับการบริหารความปลอดภัยและภาพลักษณ์ของพื้นที่ 

                        แม้ว่า Lincoln อาจอยู่ประเทศไทยเพียง 5 วัน แต่คำถามที่เกิดขึ้นอาจยาวนานกว่านั้น เพราะ Lincoln ที่เข้าแหลมฉบังในเดือนมกราคม 2555 กับ Lincoln ที่กำลังกลับมาในเดือนกันยายน 2569 คือเรือลำเดิม แต่ไม่ใช่บริบทโลกใบเดิม ครั้งแรกคือการเยือนท่าเรือระหว่างการประจำการในภูมิภาค ส่วนครั้งนี้คือการแวะพักหลังภารกิจทางทหารอันยาวนานในตะวันออกกลาง ขณะที่ประเทศไทยต้องรับทั้งประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความละเอียดอ่อนทางยุทธศาสตร์ไปพร้อมกัน 

                     ใครจะคิดกันไหมว่า…

                     เมื่อเรือแล่นออกจากแหลมฉบังกลับซานดิเอโกแล้ว ไทยจะสามารถทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันได้หรือไม่ว่า “การเป็นพันธมิตร” ไม่ได้หมายถึง “การเป็นคู่ขัดแย้ง” และโลกจะมองการแวะไทยครั้งนี้เป็นเพียงจุดพักของกองเรือ หรือเป็นบททดสอบว่าประเทศไทยยังรักษาจุดสมดุลของตัวเองได้เพียงใด ?

#ท่าเรือแหลมฉบัง#USS Abraham Lincoln#INSIDE INSIGHT#ชัยทัศน์วิเคราะห์#THAITRIBUNE#สหรัฐฯกับอิหร่าน 

ข่าวล่าสุด

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ

จาก “โอเลี้ยง-อเมริกาโน่”  ถึง “ศึกซักฟอก” การเมืองสายบันเทิงของ “อนุทิน

ฉากทัศน์นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล แนะนำเครื่องดื่ม “โอเลี้ยง” ชวนแขกเหรื่อระดับสถาบันการเงินและสื่ออินเตอร์ในงานประชุมระดับโลก อย่าง IMF-World Bank และเวทีเสวนา CNN

ข่าวอื่นๆ

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ