วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTในหลวงทรงห่วงใย ฯ ราษฏรน้ำท่วม โปรดเกล้า ฯ ให้ระดมช่วยและพระราชทานสิ่งของ

ในหลวงทรงห่วงใย ฯ ราษฏรน้ำท่วม โปรดเกล้า ฯ ให้ระดมช่วยและพระราชทานสิ่งของ

เผยแพร่

spot_img

 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยราษฎรประสบอุทกภัย โปรดพระราชทานสิ่งของบรรเทาทุกข์และกำชับรัฐบาลเร่งช่วยเหลือโดยด่วน

                            เป็นพระบารมีปากเกล้า ฯ อย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงติดตามสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้ด้วยความห่วงใยในพศกนิกรอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในอำเภอหาดใหญ่ซึ่งกลายเป็น “แอ่งรับน้ำ” จากฝนสะสมระดับประวัติการณ์กว่า 600 มิลลิเมตรภายในไม่กี่วัน 

                          ทั้งเขตเทศบาลนครหาดใหญ่   แลเะหลายชุมชนถูกตัดขาดจากการเข้าถึงความช่วยเหลือทันที พระองค์ได้พระราชทานอาหาร น้ำดื่ม และเครื่องยังชีพเร่งด่วน พร้อมรับสั่งให้นายกรัฐมนตรีและหน่วยราชการทุกส่วนเข้าช่วยเหลือประชาชนโดยเร็วที่สุด

                         การตรวจสอบข้อมูลจากหลายสำนักข่าวชี้ว่าความรุนแรงของน้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากปริมาณฝนสะสมสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ผนวกกับภูมิประเทศหาดใหญ่ซึ่งเป็นแอ่งลุ่มต่ำ ทำให้มวลน้ำไหลบ่าเข้าท่วมย่านเศรษฐกิจภายในเวลาไม่ถึง 72 ชั่วโมง ระดับน้ำบางจุดสูงกว่า 3 เมตร ก่อนล้นไปยังหลายจังหวัดทั่วภาคใต้ ส่งผลให้กว่า 200,000–300,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

                         แม้จะมีประกาศเตือนภัยจากส่วนกลาง แต่ช่วงแรกการประสานงานช่วยเหลือยังล่าช้า ประชาชนติดค้างอยู่ในบ้านโดยขาดอาหารและน้ำดื่มเพียงพอ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ถูกตั้งคำถามเรื่องการเข้าพื้นที่ล่าช้าและการสื่อสารสภาพน้ำที่ไม่ต่อเนื่อง จนต้องพึ่งพากองทัพ เรือหลวง และหน่วยกู้ภัยเป็นกำลังหลักในการอพยพเร่งด่วน

                        จากการประเมินภาพรวม พบว่าปัญหาสำคัญเกิดจากการขาด “ผู้บัญชาการเหตุการณ์” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาทุกเหตุการณ์ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ หรือเหตุอื่น ๆ 

                       ภาพที่เห็นจึงมีแต่ละหน่วยงานลงพื้นที่ตามอำนาจหน้าที่โดยไม่บูรณาการร่วมกัน ส่งผลให้การตอบสนองไม่ทันต่อมวลน้ำที่เพิ่มขึ้น เหตุการณ์นี้สะท้อนความจำเป็นของระบบบริหารจัดการภัยพิบัติรูปแบบใหม่ที่ต้องรวดเร็ว มีคำสั่งตรง และเน้นการป้องกันล่วงหน้า เช่น การเพิ่มศักยภาพระบบระบายน้ำ การจัดตั้งคลังอุปกรณ์ฉุกเฉินประจำพื้นที่เสี่ยง และการฝึกซ้อมอพยพประชาชนร่วมกับท้องถิ่นเป็นประจำ

                      ท่ามกลางวิกฤติ ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตอย่างตรงไปตรงมาว่า การเข้าพื้นที่ของหน่วยงานหลายฝ่ายล่าช้าและขาดการบูรณาการอย่างแท้จริง  น้ำมาถึงบ้านเร็วกว่าการประสานงานเสียอีก ขณะเดียวกัน ส.ส. ในพื้นที่ซึ่งเคยปรากฏตัวอย่างหนาตาในช่วงหาเสียง กลับไม่เห็นร่องรอยการทำงานในยามประชาชนเดือดร้อน เสมือนบทบาทของผู้แทนประชาชนปรากฏเฉพาะช่วงที่หีบบัตรเปิดเท่านั้น

                    ในยามน้ำหลาก สิ่งแรกที่หายไปไม่ใช่สะพาน ถนน หรือสิ่งปลูกสร้าง หากแต่เป็น ร่องรอยความรับผิดชอบของทั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งประชาชนเฝ้าติดตามและจดจำอย่างชัดเจน

“ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

ข่าว Short News 2569-02-16

เกิดเหตุระทึกกลางงานคอนเสิร์ตที่พัทยา เมื่อ "เสี่ยตัน" พลาดตกเวทีความสูง 2 เมตร ขณะร่วมงานดนตรี ล่าสุดถูกนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพ-พัทยา พบอาการปวดต้นคอและหลัง แพทย์สั่งเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย