วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTTDRI ชี้ ไทยขาดวิศวกร แต่มหาวิทยาลัยผลิต'บัณฑิตวิทยาศาสตร์' ล้นตลาด เสนอรัฐ-สถาบันศึกษา เร่งปรับหลักสูตร สร้างกำลังคน- พัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

TDRI ชี้ ไทยขาดวิศวกร แต่มหาวิทยาลัยผลิต’บัณฑิตวิทยาศาสตร์’ ล้นตลาด เสนอรัฐ-สถาบันศึกษา เร่งปรับหลักสูตร สร้างกำลังคน- พัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

เผยแพร่

spot_img

28 สิงหาคม 2568 ทีมวิจัย Big Data สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) นำโดย ดร.ณัฐสิฏ รักษ์เกียรติวงศ์ หัวหน้าโครงการ “พัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้วย Large Language Models (LLMs) เพื่อการใช้ประโยชน์ในการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง” เปิดเผยรายงานวิเคราะห์ประกาศรับสมัครงานออนไลน์ว่า ตลาดแรงงานไทยกำลังเผชิญปัญหา “Mismatch” ระหว่างอุปสงค์และอุปทานแรงงานสาย STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์) โดยพบว่าความต้องการแรงงานกว่า 2 ใน 3 มุ่งไปที่สาขาวิศวกรรมศาสตร์ แต่กว่า 62% ของผู้สำเร็จการศึกษากลับเป็นสาขาวิทยาศาสตร์

วิศวกรขาด แต่อุตสาหกรรมยังโต

จากการเก็บข้อมูลประกาศงานออนไลน์กว่า 304,378 ตำแหน่ง ในไตรมาส 2 ปี 2568 พบว่ามีงานสาย STEM เปิดรับ 42,374 ตำแหน่ง ในจำนวนนี้ 36,392 ตำแหน่ง ต้องการบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ ขณะที่สาขาวิทยาศาสตร์มีเพียง 18,200 ตำแหน่ง แต่บัณฑิตจบใหม่สาขาวิทยาศาสตร์กลับสูงถึง 47,126 คน มากกว่างานรองรับหลายเท่า

ตัวอย่างชัดเจนคือ สาขาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics) ที่ตลาดงานเปิดรับกว่า 2,140 ตำแหน่ง แต่บัณฑิตจบใหม่มีเพียง 328 คน ตรงข้ามกับสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่มีผู้จบใหม่ถึง 8,242 คน แต่ตำแหน่งงานเปิดรับสำหรับคนไม่มีประสบการณ์จริงเพียง 376 ตำแหน่ง

ดร.วินิทร เธียรวณิชพันธุ์ นักวิจัยโครงการฯ อธิบายว่า “ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนปัญหาสำคัญของตลาดแรงงานไทย คือมหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิตเพียงพอในเชิงปริมาณ แต่ไม่สอดคล้องกับคุณลักษณะและทักษะที่นายจ้างต้องการ โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จริง”

เด็กจบใหม่ติดกับดัก “ไม่มีประสบการณ์”

รายงานยังชี้ว่า งานส่วนใหญ่ต้องการผู้สมัครที่มีประสบการณ์ เช่น งานด้านวิศวกรรมเครื่องกลกว่า 9,719 ตำแหน่ง แต่เปิดรับผู้จบใหม่จริง ๆ เพียง 2,751 ตำแหน่ง และในนั้นไม่ถึง 500 ตำแหน่ง ที่ไม่ต้องการประสบการณ์เลย สะท้อนว่าผู้จบใหม่แม้จะมีวุฒิการศึกษาตรงสาย แต่ก็ยากที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานทันที

ทางออก : ปรับหลักสูตร + พัฒนาอุตสาหกรรม

ดร.นรินทร์ ธนนิธาพร หนึ่งในทีมวิจัย เสนอว่า รัฐและสถาบันการศึกษาจำเป็นต้องปรับแนวทางการผลิตบัณฑิตให้สอดรับกับตลาด เช่น

  1. เปิดหลักสูตร Upskill/Reskill ให้ผู้จบสายวิทยาศาสตร์สามารถโอนย้ายทักษะเข้าสู่งานวิศวกรรมที่ตลาดขาดแคลน เช่น เคมี → วิศวกรรมเคมี หรือ วิทยาศาสตร์ → วิทยาศาสตร์การอาหาร
  2. ปรับระบบฝึกงานภาคปฏิบัติ ให้เข้มข้นมากขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ก่อนเข้าสู่ตลาดงานจริง
  3. เชื่อมโยงกับนโยบายอุตสาหกรรม ภาครัฐควรเร่งส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง เพื่อสร้างความต้องการแรงงาน STEM ให้สอดคล้องกับอุปทานบัณฑิตที่มีอยู่

“ปัญหาไม่ใช่ว่าประเทศไทยขาดบัณฑิต STEM แต่ขาดการจัดสมดุลระหว่างสิ่งที่ผลิตกับสิ่งที่ตลาดต้องการ หากไม่มีการปรับทั้งฝั่งอุปทานและอุปสงค์ ปัญหานี้จะยิ่งสะสมและกระทบขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ” นางสาวเพ็ญพิชา ผาณิตพิเชฐวงศ์ นักวิจัยร่วมโครงการ กล่าวทิ้งท้าย

สรุปว่ารายงานของทีดีอาร์ไอย้ำชัดว่า การผลิตคนเกินจำเป็นในบางสาขาและขาดแคลนในบางสาขา ทำให้บัณฑิตจำนวนมากเข้าสู่ตลาดงานไม่ได้ ขณะที่ภาคธุรกิจยังร้องหาคนไม่ตรงสาย ปัญหานี้จึงไม่ใช่เรื่องของมหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นโจทย์ใหญ่ของระบบการศึกษาและนโยบายเศรษฐกิจไทย ที่ต้องทำงานคู่กันเพื่อปิดช่องว่าง “Mismatch” ให้ได้

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่