หน้าแรกข่าว Short Newsทหารคุมเข้มผามออีแดง ชาวบ้านหวั่นปะทะ ขนของรออพยพ บอกถ้าเสียงปืนใหญ่ดัง คือสัญญาณหนี 

ทหารคุมเข้มผามออีแดง ชาวบ้านหวั่นปะทะ ขนของรออพยพ บอกถ้าเสียงปืนใหญ่ดัง คือสัญญาณหนี 

เผยแพร่

spot_img

ทหารคุมเข้มผามออีแดง ชาวบ้านหวั่นไม่ปลอดภัย ยกของใส่รถรออพยพ ลั่น เสียงปืนใหญ่คือสัญญาณหนีตาย ร.ร.ชายแดนปิดสอบปลายภาคแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 กันยายน 2568 ว่าสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณฝั่งเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ยังคงปกคลุมไปด้วยความตึงเครียดอย่างหนัก หลังจากตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดการเผชิญหน้าระหว่างกำลังทหารไทยและกัมพูชา จนหน่วยงานความมั่นคงต้องยกระดับการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด

ที่ บริเวณจุดผ่านเข้าเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เจ้าหน้าที่ทหารยังคงตรึงกำลังเข้มงวด ติดตั้งด่านตรวจเพื่อป้องกันบุคคลภายนอกและผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องขึ้นไปยัง “ผามออีแดง” โดยอนุญาตเฉพาะกำลังพลที่มีหน้าที่รับผิดชอบเท่านั้นให้ผ่านเข้า–ออก ส่วนประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวถูกสั่งห้ามเข้าโดยเด็ดขาด

 ต่อมา ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ หมู่บ้านภูมิซรอล ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากแนวชายแดน พบว่าบรรยากาศในหมู่บ้านเต็มไปด้วยความเงียบเหงา หลายครอบครัวยังไม่ยอมอพยพออกไป แต่ก็ไม่ประมาท ต่างพากันเก็บข้าวของใส่รถกระบะดัดแปลงติดตั้งแคมป์ เตรียมพร้อมไว้เสมอ มีทั้งเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม หมอน ผ้าห่ม เตาแก๊ส และเสบียงอาหารพร้อมเดินทางทันทีหากเกิดเหตุรุนแรง

 ชาวบ้านจำนวนไม่น้อย เผยว่า การย้ายออกไป–กลับเข้ามาซ้ำหลายครั้งสร้างความลำบาก ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายและการใช้ชีวิตประจำวัน จึงเลือกที่จะรอ “สัญญาณจริง” จากทางการ โดยเฉพาะเสียงประกาศเตือนภัยหรือเสียงปืนใหญ่ ซึ่งถือเป็นเครื่องชี้วัดว่าจำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน

ขณะเดียวกัน มีชาวบ้านเริ่มทยอยอพยพออกจากหมู่บ้านแล้ว หลังติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดและประเมินว่ามีโอกาสสูงที่จะบานปลายเป็นความรุนแรง

นายน้อย อายุ 62 ปี หนึ่งในชาวบ้านภูมิซรอล เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ตนไม่ได้เก็บเสื้อผ้ามากนัก แต่เลือกนำข้าวสารอาหารแห้งและของจำเป็นติดตัวออกมา เพราะตั้งใจจะไปพักที่บ้านอีกหลังในอำเภอไพรบึง ขณะที่ญาติพี่น้องบางส่วนก็แยกย้ายไปอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ แล้ว

“ตนไม่อยากให้เกิดเหตุปะทะ เพราะถ้าเกิดขึ้นจริง คนในพื้นที่จะทำมาหากินไม่ได้ ทุกอย่างจะลำบาก การตัดสินใจของฝ่ายต่าง ๆ ต้องเด็ดขาด อย่าให้บานปลายจนประชาชนเดือดร้อน”

ด้าน โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างจากแนวปะทะ ได้ปรับแผนสอบปลายภาค จากกำหนดเดิมวันที่ 24–26 กันยายน ให้แล้วเสร็จตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน เพื่อความปลอดภัยของครูและนักเรียน โดยภายหลังสอบเสร็จ ครูได้เร่งให้นักเรียนเดินทางกลับบ้านทันที พร้อมจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุ หากมีการยิงปะทะขึ้นจริง

ข่าวล่าสุด

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ

จาก “โอเลี้ยง-อเมริกาโน่”  ถึง “ศึกซักฟอก” การเมืองสายบันเทิงของ “อนุทิน

ฉากทัศน์นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล แนะนำเครื่องดื่ม “โอเลี้ยง” ชวนแขกเหรื่อระดับสถาบันการเงินและสื่ออินเตอร์ในงานประชุมระดับโลก อย่าง IMF-World Bank และเวทีเสวนา CNN

เมื่ออำนาจตัดสินใจเดินหน้า…ความเชื่อมั่นต้องมีคำตอบ

กรณี อดีตนายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ถูกโยกย้ายท่ามกลางข้อวิจารณ์เรื่องการประสานงานและการรับมืออุทกภัย กำลังกลายเป็นประเด็นที่ใหญ่กว่าการเปลี่ยนตัวข้าราชการในพื้นที่

ข่าวอื่นๆ

ประเทศไทย ในรอบสัปดาห์( 13-20 มิ.ย.)

​* สถานการณ์ในประเทศ - ​เหตุผนังอุโมงค์รถไฟดอยหลวงถล่ม: เกิดเหตุสะเทือนขวัญเมื่อผนังอุโมงค์ดอยหลวง (โครงการรถไฟทางคู่สายเหนือ) เกิดพังถล่มลงมาทับคนงาน ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้แสดงความเสียใจและเร่งเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมตรวจสอบหาสาเหตุโครงสร้างถล่มอย่างเร่งด่วน - ​เฝ้าระวังตึกทรุดใกล้วัดไตรมิตรฯ: เจ้าหน้าที่ทำการสั่งปิดกั้นพื้นที่ 5 คูหา...

สถานการณ์ทางการเมือง ของ ไทย ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา 6-13 มิ.ย. 69 

​ ความเคลื่อนไหวระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคง ​เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และดรามาในโลกออนไลน์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีน-กัมพูชา หลังจากมีกระแสข่าวกรณีที่ทางการจีนส่งมอบยุทโธปกรณ์ (อาวุธและรถถัง) ให้แก่ประเทศกัมพูชา ซึ่งทำให้เกิดคำถามในหมู่ประชาชนถึงความขัดแย้งเชิงพื้นที่และดุลยภาพทางทหารในภูมิภาค ​เรื่องนี้ทำให้ฝ่ายความมั่นคงและอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูง เช่น นายนันทิวัฒน์ สามารถ (อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ) ออกมาแสดงทัศนะเตือนสติว่าไทยต้องเน้นการ "ยืนบนขาตัวเอง" และสร้างความมั่นคงภายใน โดยไม่พึ่งพิงหรือคาดหวังจากมหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนเกินไป ​ขณะเดียวกัน...

สรุปข่าวทั่วไปวันที่ 17 เมษายน 2569

รายงานค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) สูงสุดรายวันในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า วันนี้ (17 เม.ย. 69) ค่าดัชนีความร้อนสูงสุด อยู่ในระดับ “อันตราย”