วันที่ 31 ตุลาคม 2568 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ประกาศรายชื่อเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ประจำปี 2568 โดยจังหวัดน่าน ของประเทศไทย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts and Folk Art) จากผลงานโดดเด่นในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งงานทอผ้าลายน้ำไหล เครื่องเงิน งานไม้ งานปั้น งานหัตถศิลป์พื้นบ้าน และงานจิตรกรรม ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนล้านนา
การได้รับการรับรองในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับ “น่าน” สู่เมืองสร้างสรรค์ระดับโลก ส่งเสริมให้มีการพัฒนาเชิงสร้างสรรค์ เปิดประตูสู่โอกาสทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ทำให้สามารถต่อยอดเกิดอาชีพ และสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่อย่างมากมาย
การได้รับขึ้นทะเบียนครั้งนี้ เป็นผลจากความโดดเด่นของจังหวัดน่านในการ #อนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งงาน ทอผ้าลายน้ำไหล, เครื่องเงินพื้นเมือง, งานแกะสลักไม้, งานปั้น, จิตรกรรมฝาผนัง และหัตถศิลป์ล้านนา ซึ่งยังคงถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างมีชีวิตชีวา
จากเมืองสงบสู่เมืองสร้างสรรค์โลก โอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม
การรับรองจากยูเนสโกครั้งนี้ นับเป็น “หมุดหมายสำคัญ” ที่จะช่วยผลักดัน
– การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism)
– การสร้างรายได้จากงานฝีมือและผลิตภัณฑ์ชุมชน
– การสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทในงานศิลป์ท้องถิ่น.
นอกจากนี้ ยังช่วยขยายความร่วมมือกับเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ทั่วโลกกว่า 350 เมือง เปิดประตูสู่ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการตลาดระดับนานาชาติ.
ผลงานที่ส่งเสริมให้น่านโดดเด่นจนติดอันดับยูเนสโก ลายผ้าน้ำไหล–เครื่องเงิน–จิตรกรรม วัฒนธรรมที่โลกจับตามองได้แก่
ผ้าทอลายน้ำไหล เอกลักษณ์ของชาวไทลื้อที่พบเฉพาะในน่าน
เครื่องเงินพื้นบ้าน ประณีต ลวดลายเฉพาะถิ่น
จิตรกรรมวัดภูมินทร์ อาทิ ภาพกระซิบรัก “ปู่ม่าน ย่าม่าน” อันลือชื่อ
งานไม้และงานปั้นจากชุมชนช่างฝีมือโบราณ
วิถีชีวิตแบบล้านนาตะวันออก ที่ยังคงความเรียบง่ายและร่วมสมัย.
เสียงสะท้อนจากชุมชน ความภาคภูมิใจของคนทั้งจังหวัด
ตัวแทนชุมชนและช่างฝีมือในจังหวัดน่านเผยว่า “นี่ไม่ใช่เพียงเกียรติยศ แต่คือโอกาสของลูกหลานที่จะรักษาอาชีพ สานต่อภูมิปัญญา และสร้างเมืองน่านให้เติบโตอย่างมีคุณค่า”.

จังหวัดน่าน เมืองแห่งหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts & Folk Art) ด้วยแนวคิด “ปราชญ์ท้องถิ่น–ชุมชน–ธรรมชาติ” (Artisans–Community–Nature) ตอกย้ำภาพลักษณ์ของ “เมืองเก่าที่มีชีวิต” (Living Old City) ซึ่งงานหัตถกรรมยังคงหายใจอยู่ในวิถีชีวิตคนเมืองน่าน — ตั้งแต่ผ้าทอไทลื้อ ลายน้ำไหลอันเป็นเอกลักษณ์ งานเครื่องเงินอิ้วเมี่ยน งานจักสานและไม้แกะสลักหัวเรือพญานาค ไปจนถึงเตาเผาโบราณบ่อสวก และย่ามเถาวัลย์ป่าของชาวมละบริ (GI) ที่สะท้อนความกลมกลืนระหว่างศิลป์และธรรมชาติ



