วันพฤหัสบดี, มกราคม 22, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกการเมืองเวที 3 ฝ่ายแถลงร่วม 5 ข้อ จีนหนุน ‘ไทย-กัมพูชา’ ฟื้นฟูสัมพันธ์-กู้ระเบิด-ปราบสแกมเมอร์

เวที 3 ฝ่ายแถลงร่วม 5 ข้อ จีนหนุน ‘ไทย-กัมพูชา’ ฟื้นฟูสัมพันธ์-กู้ระเบิด-ปราบสแกมเมอร์

เผยแพร่

spot_img

‘ไทย-กัมพูชา-จีน’ ออกแถลงการณ์ร่วม 3 ฝ่าย จีนหนุน ‘ไทย-กัมพูชา’ ฟื้นฟูสายสัมพันธ์การทูต-เร่งกู้ทุ่นระเบิด เพิ่มประสิทธิภาพปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ-สแกมเมอร์ 

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. เวลา 15.00 น. ที่ประชุม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย รมว.ต่างประเทศของไทย กัมพูชา และจีน และ รมว.ต่างประเทศจีน ที่มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ออกแถลงการณ์ร่วม 3 ฝ่าย โดยระบุว่า 

แถลงการณ์ร่วมจากการประชุมสามฝ่าย (จีน กัมพูชา และไทย) ณ ทะเลสาบฟู่เซียน

เมื่อวันที่ 28 และ 29 ธ.ค. 2568 รมว.ต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงทางทหารของจีน กัมพูชา และไทย ได้ร่วมประชุมกัน ณ บริเวณทะเลสาบฟู่เซียน มณฑลยูนนาน ประเทศจีน โดยฝ่ายจีนได้แสดงความยินดีต่อการลงนามในแถลงการณ์ร่วมของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 ระหว่างกัมพูชาและไทย เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2568 

ทั้งสามฝ่ายเน้นย้ำว่า แถลงการณ์ร่วมดังกล่าวเป็นไปเพื่อผลประโยชน์พื้นฐานและผลประโยชน์ระยะยาวของประชาชนทั้งสองประเทศ อีกทั้งยังส่งสัญญาณในเชิงบวก และเอื้อต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การเจรจาและการปรึกษาหารือเป็นแนวทางที่ปฏิบัติได้จริงและมีประสิทธิภาพในการแก้ไขข้อพิพาทที่ซับซ้อน

ที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงของการหยุดยิง และการดำเนินงานตามลำดับขั้นตอนผ่านความพยายามร่วมกัน เพื่อรื้อฟื้นการติดต่อสัมพันธ์ให้กลับสู่สภาวะปกติ สร้างความเชื่อมั่นทางเมืองระหว่างกันขึ้นใหม่ ปรับปรุงความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกัมพูชากับไทย และรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค โดยมีผลลัพธ์ที่สำคัญดังนี้  

1. ภารกิจเร่งด่วนในขณะนี้ คือ การทำให้การหยุดยิงมีความเข้มแข็ง และสร้างความเชื่อมั่นว่าแถลงการณ์ร่วมจะถูกนำไปปฏิบัติอย่างเต็มกำลังและมีประสิทธิภาพ จีนสนับสนุนความมุ่งมั่นของกัมพูชาและไทยในเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดสันติภาพที่ครอบคลุมและยั่งยืน ซึ่งเป็นรากฐานของการฟื้นฟูความสงบสุข ในการนี้ ทั้งสามฝ่ายสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ตามที่ระบุไว้ในแถลงการณ์ร่วมของจีบีซี สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2568 นอกจากนี้ จีนพร้อมให้การสนับสนุนที่จำเป็นแก่กัมพูชาและไทยในการผลักดันการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมผ่านคณะทำงานประสานงานร่วม และข้อตกลงทวิภาคี รวมถึงให้ความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมแก่คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (เอโอที) เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ กองทัพจีนจะรักษาการติดต่อกับกองทัพของกัมพูชาและไทย เพื่อสนับสนุนการรักษาความสงบตามคำร้องขอของทั้ง 2 ประเทศเมื่อมีความจำเป็น

2. ก้าวสำคัญลำดับถัดไป คือการกลับมาติดต่อสัมพันธ์ตามปกติ โดยจีนยินดีต่อความพยายามของกัมพูชาและไทยในการรื้อฟื้นการแลกเปลี่ยนและการสื่อสารในทุกด้านและทุกระดับ ตลอดจนการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่ต้องพลัดถิ่นในพื้นที่ชายแดน จีนพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทันทีเพื่อตอบสนองความต้องการพื้นฐานของผู้ได้รับผลกระทบ

3. กัมพูชาและไทยจะร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นทางการเมืองระหว่างกันขึ้นใหม่ โดยจีนสนับสนุนการฟื้นฟูความสัมพันธ์ผ่านช่องทางการทูต และการส่งเสริมการติดต่อสื่อสารระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของทั้ง 2 ประเทศ อีกทั้ง กัมพูชาและไทยตกลงที่จะสร้างบรรยากาศที่ดีสำหรับการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 5 ซึ่งมีกำหนดจะจัดขึ้นในประเทศไทยในเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าการประชุมจะประสบความสำเร็จ

4. เป้าหมายระยะยาวคือการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-กัมพูชา จีนสนับสนุนให้ทั้ง 2 ประเทศ สร้างเงื่อนไขในการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตที่เป็นปกติ ไปตามลำดับขั้นตอน และจีนยินดีที่จะจัดเตรียมเวทีกลางสำหรับการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากขึ้นหากจำเป็น

5. กัมพูชาและไทยแสดงความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธี และร่วมมือกับประเทศในภูมิภาคเพื่อรับมือกับความเสี่ยงและความท้าทายร่วมกัน ตามกฎบัตรสหประชาชาติ กฎบัตรอาเซียน และสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ทั้ง 3 ประเทศตกลงที่จะดำเนินมาตรการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ อาทิ การฉ้อโกงทางโทรศัพท์และทางออนไลน์ เพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในภูมิภาค

กัมพูชาและไทยขอขอบคุณการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากจีนในการส่งเสริมการเจรจาระหว่างสองประเทศ โดยคำนึงถึงระดับความพร้อมและความสบายใจของทุกฝ่าย ทั้งนี้ จีนจะยังคงบทบาทสร้างสรรค์ภายใต้จิตวิญญาณแห่ง “ผลลัพธ์อานหนิง (Anning Outcome)” ในการอำนวยความสะดวกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างกัมพูชาและไทยตามวิถีแห่งเอเชีย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้าน

ข่าวล่าสุด

“ระเบิด“..เป็นสัญญาณเตือนรัฐก่อนเลือกตั้ง

เหตุระเบิดและลอบวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 11 แห่ง ใน จว.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ช่วงกลางดึกวันที่ 10 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 11 มกราคม 2569 กลายเป็นเหตุรุนแรงครั้งใหญ่รับศักราชใหม่

เปิด 7 แผนที่ยุทธศาสตร์กรีนแลนด์ ทำไมโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงต้องการเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นของสหรัฐฯ?

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ สร้างความสั่นสะเทือนในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum - WEF) ณ เมืองดาวอส โดยระบุว่าประเด็นเกาะกรีนแลนด์ (Greenland)

“ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา”

อ. พุทธทาสได้เคยวิพากษ์สภาและการเมืองไว้ในหนังสือ "ธรรมะกับการเมือง" โดยยกพุทธภาษิตที่ว่า "ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา" (น สา สภา ยตฺถ น สนฺติ สนฺโต) หมายความว่าต่อให้มีชื่อ มีโครงสร้าง และมีกฎหมายรองรับ หากที่ประชุมไม่มีสัตบุรุษ...

‘ภูมิธรรม-ทวี’ รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

คำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง

ข่าวอื่นๆ

“ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา”

อ. พุทธทาสได้เคยวิพากษ์สภาและการเมืองไว้ในหนังสือ "ธรรมะกับการเมือง" โดยยกพุทธภาษิตที่ว่า "ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา" (น สา สภา ยตฺถ น สนฺติ สนฺโต) หมายความว่าต่อให้มีชื่อ มีโครงสร้าง และมีกฎหมายรองรับ หากที่ประชุมไม่มีสัตบุรุษ...

‘ภูมิธรรม-ทวี’ รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

คำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง

“3กมธ.สว.” แถลงการณ์! จี้ “กัมพูชา” หยุดยั่วยุ-แทรกแซงไทย ซัดพาดพิงสถาบันเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง

รัฐสภาร้อนระอุ! “กมธ.ต่างประเทศ-ทหาร-พิทักษ์สถาบันฯ” วุฒิสภา ผนึกกำลังแถลงการณ์ร่วมกรณีนักการเมืองระดับสูงกัมพูชาพาดพิงไทย ชี้ชัดเป็นการกระทำที่ไร้มารยาททางการทูตและผิดราชประเพณี เรียกร้องฝ่ายเขมรแสดงความจริงใจ ยุติแถลงการณ์บิดเบือนข้อเท็จจริงด่วน