วันพุธ, กุมภาพันธ์ 18, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกกัมพูชา 'ให้สัตยาบันอนุสัญญากฎหมายทะเล Unclos'

กัมพูชา ‘ให้สัตยาบันอนุสัญญากฎหมายทะเล Unclos’

เผยแพร่

spot_img

หวังใช้กฎหมายคุ้มครองผลประโยชน์ทางทะเล

SCMP รายงานว่า นักวิเคราะห์ระบุว่า รัฐบาลกัมพูชาเดินหน้ารับรองอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UN Convention on the Law of the Sea: Unclos) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2026 หลังปล่อยทิ้งไว้กว่า 40 ปี นับจากลงนามครั้งแรกในปี 1983 

นักวิเคราะห์มองว่าการประเมิน ท่ามกลางการปะทะตามแนวชายแดนครั้งรุนแรง ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นตัวเร่งสำคัญให้พนมเปญตัดสินใจขยับ ยอมให้สัตยาบันในสนธิสัญญาทางทะเลที่สำคัญของสหประชาชาติ ในที่สุด

นอกจากนี้ กระแสข่าวลือที่ว่ากองทัพเรือไทยอาจปิดเส้นทางส่งกำลังบำรุงในอ่าวไทย  แม้ประเทศไทย จะออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าว ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีน้ำหนักอย่างมากต่อการตัดสินใจของรัฐบาลพนมเปญ โดยกัมพูชาได้ให้สัตยาบันในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (Unclos) เมื่อวันที่ 16 มกราคม ซึ่งทิ้งช่วงนานกว่า 4 ทศวรรษหลังจากลงนามในสนธิสัญญา และถือเป็นสมาชิกอาเซียนชาติสุดท้ายที่ดำเนินการดร่างกฎหมายนี้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสมัชชาแห่งชาติสมัยที่ 5 และจะถูกส่งต่อไปยังวุฒิสภาเพื่อการลงนามขั้นสุดท้าย

กัมพูชาลงนามใน Unclos ตั้งแต่ปี 1983 หนึ่งปีหลังจากอนุสัญญาได้รับการยอมรับในจาเมกา อย่างไรก็ตาม สนธิสัญญานี้เพิ่งมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในปี 1994 เนื่องจากมีการต่อต้านจากประเทศอุตสาหกรรมในประเด็นกฎระเบียบการทำเหมืองใต้ทะเลลึก

ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์

Unclos จะช่วยให้กัมพูชามีโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมสำหรับการบริหารจัดการและการคุ้มครองทางทะเลภายใต้กฎหมายทะเลระดับชาติ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างบทบาทของพนมเปญในเวทีระหว่างประเทศและการแก้ไขปัญหาทางทะเลกับประเทศอื่น

อับดุล ราห์มัน ยาคอบ (Abdul Rahman Yaacob) นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันคลังสมอง Verve Research ระบุว่าการให้สัตยาบันครั้งนี้คำนึงถึง “การประเมินภัยคุกคาม” ต่อไทย หลังจากเกิดการปะทะกันหลายครั้งบริเวณพรมแดนเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีสาเหตุหลักจากข้อพิพาทเขตแดนที่ยืดเยื้อมานานนับศตวรรษ ประกอบกับกระแสชาตินิยมและความกังวลด้านความมั่นคงที่พุ่งสูงขึ้น

หลังเหตุปะทะ มีกระแสข่าวว่ากองทัพเรือไทยจะปิดอ่าวไทยเพื่อตัดเส้นทางสื่อสารทางทะเลของกัมพูชา ซึ่งเป็นสิ่งที่กรุงเทพฯ ปฏิเสธมาตลอด “กัมพูชาอาจพยายามใช้ Unclos เป็นจุดอ้างอิงในการเจรจากับไทย” ยาคอบกล่าวและเสริมว่าเมื่อพิจารณาจากกองทัพเรือกัมพูชาที่มีขนาดเล็กและอ่อนแอกว่า กรอบกฎหมายระหว่างประเทศจึงเป็นอีกทางเลือกในการปกป้องผลประโยชน์ทางทะเล โดยเฉพาะด้านทรัพยากรพลังงาน เส้นทางเดินเรือ และประมงในอ่าวไทย

การเปลี่ยนผ่านลำดับความสำคัญ

นับตั้งแต่ลงนามในปี 1983 กัมพูชาเลือกที่จะมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงภายในประเทศและการสร้างความสามัคคี โดยผ่านช่วงเวลาแห่งสงครามภายใต้การยึดครองของเวียดนาม สู่การเป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญในปี 1993 และเข้าสู่ยุคการปกครองของ ฮุน เซนที่เน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ดังนั้นการให้สัตยาบัน Unclos จึงไม่ใช่ประเด็นสำคัญอันดับต้นๆ ในช่วงที่ผ่านมา

ชง เต๋อ เซียน (Chong De Xian) นักวิจัยจาก S. Rajaratnam School of International Studies (RSIS) สิงคโปร์ มองว่ากัมพูชากำลังนำเสนอการให้สัตยาบันนี้ในฐานะ “การยกระดับธรรมาภิบาลและการวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์” เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีผ่านกฎระเบียบที่เป็นที่ยอมรับในสากล

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการนี้อาจทำให้พลวัตทางการเมืองซับซ้อนขึ้น ดูเหมือนว่ากัมพูชาพยายามจะรวบอำนาจในพื้นที่อ่าวไทยก่อนที่จะมีการตกลงแบ่งเขตแดนสำเร็จ ตัวอย่างเช่น การปรับเปลี่ยนเส้นฐาน (Baselines) หรือการออกแผนที่และพิกัดเขตทางทะเลอย่างเป็นทางการ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้นในพื้นที่ทับซ้อน อาจถูกเพื่อนบ้านมองว่าเป็นการพยายาม “ผูกขาด” สิทธิประโยชน์และสร้างข้อเท็จจริงในพื้นที่ ซึ่งอาจนำไปสู่การตอบโต้และการเจรจาที่ยากลำบากขึ้น

ความท้าทายในอาเซียนและจีน

การให้สัตยาบันครั้งนี้ยังทำให้กัมพูชาเผชิญความยากลำบากทางการเมืองในการปฏิเสธข้อโต้แย้งทางกฎหมายที่อ้างอิง Unclos โดยเฉพาะเมื่อสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ใช้กฎหมายนี้ในการตอบโต้การอ้างสิทธิ์ของจีนในทะเลจีนใต้ ซึ่งไม่สอดคล้องกับ Unclos

ที่ผ่านมา กัมพูชาในฐานะพันธมิตรที่ใกล้ชิดของปักกิ่ง เคยขัดขวางอาเซียนไม่ให้ออกแถลงการณ์ร่วมที่อ้างอิงคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (PCA) ในปี 2016 ที่ระบุว่าเส้นประ 9 เส้น (Nine-dash line) ของจีนไม่มีผลทางกฎหมาย

ปู สถิรัก (Pou Sothirak) ที่ปรึกษาอาวุโสของศูนย์ภูมิภาคศึกษาแห่งกัมพูชา (CCRS) ระบุว่าความล่าช้าที่ผ่านมาเกิดจากความไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงประโยชน์ของ Unclos และเคยมองว่าสนธิสัญญานี้ยังขาดความเข้มแข็งในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและการจัดการเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่การให้สัตยาบันในครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงจุดยืนที่ชัดเจนขึ้นของกัมพูชาในการยึดถือระเบียบโลกที่อิงตามกฎหมายสากล และหลุดพ้นจาก “ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก” (Dilemma) ว่าจะสนับสนุนอาเซียนในเรื่อง Unclos หรือจะรักษาความเป็นกลางต่อไป

“ในฐานะรัฐขนาดเล็ก กัมพูชาเปราะบางต่อแรงกดดันภายนอกจากเพื่อนบ้านที่ใหญ่และแข็งแกร่งกว่า ตอนนี้กัมพูชาสามารถพึ่งพา Unclos เพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ทางทะเลจากการรุกล้ำอย่างผิดกฎหมายจากรัฐเพื่อนบ้านที่มีเขตแดนทางทะเลร่วมกันได้แล้ว” สถิรักกล่าวทิ้งท้าย

IMCT NEWS 28-01-2026

ที่มา https://www.scmp.com/week-asia/politics/article/3341350/thailand-border-threat-pushes-cambodia-sign-un-sea-treaty-after-over-40-years?module=perpetual_scroll_0&pgtype=article

ข่าวล่าสุด

ผ่าตัดกองทุน 2.9 ล้านล้าน ปมตึก Skyy 9 เขย่าศรัทธาประกันสังคม

แรงกดดันรอบด้านถาโถมสำนักงานประกันสังคม หลังผู้ประกันตนตั้งคำถามต่อความโปร่งใสและธรรมาภิบาล โดยเฉพาะกรณีลงทุนอาคาร Skyy 9 มูลค่าหลายพันล้านบาท

รัสเซียเตรียม ‘ส่งน้ำมันช่วยคิวบา’ ฝ่าวิกฤตพลังงาน 

สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงฮาวานาประกาศความพร้อมในการจัดส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมไปยังคิวบา ท่ามกลางวิกฤตพลังงานครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี

ทำไมสหรัฐฯ สยบอิหร่านด้วยกำลังไม่ได้? 

วิกฤตการณ์ครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านดำเนินมาถึงจุดที่คุ้นเคยอีกครั้ง ด้วยการส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินและการยื่นคำขาด ท่ามกลางคำพยากรณ์ถึงสงครามที่จวนตัว ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียง "นาฏกรรมแห่งการข่มขู่" (Brinkmanship)

คำทำนาย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

" ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม หลังฝนคร้ามลั่นครืน จะยืนได้ จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราช แห่งประชา คนชั่วจะถูกปราบ ราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหาย ไร้ปัญหา ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา ยามเมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ "

ข่าวอื่นๆ

รัสเซียเตรียม ‘ส่งน้ำมันช่วยคิวบา’ ฝ่าวิกฤตพลังงาน 

สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงฮาวานาประกาศความพร้อมในการจัดส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมไปยังคิวบา ท่ามกลางวิกฤตพลังงานครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี

ทำไมสหรัฐฯ สยบอิหร่านด้วยกำลังไม่ได้? 

วิกฤตการณ์ครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านดำเนินมาถึงจุดที่คุ้นเคยอีกครั้ง ด้วยการส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินและการยื่นคำขาด ท่ามกลางคำพยากรณ์ถึงสงครามที่จวนตัว ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียง "นาฏกรรมแห่งการข่มขู่" (Brinkmanship)

ชาติตะวันตกผวา “สงครามโลกครั้งที่ 3” จ่อปะทุ 

ประเทศในกลุ่มโลกตะวันตกมีความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้นว่า โลกกำลังมุ่งหน้าสู่สงครามระดับโลก ตามรายงานผลการสำรวจ The POLITICO Poll ที่ระบุถึงความตื่นตระหนกของสาธารณชนเกี่ยวกับความเสี่ยงและต้นทุนในยุคแห่งความขัดแย้งใหม่