หน้าแรกข่าวรอบโลกวิกฤตเริ่มแล้วโรงงานไต้หวันในกัมพูชาเตรียมลดคนงาน แรงงานเกือบ3พันคนใกล้ตกงาน

วิกฤตเริ่มแล้วโรงงานไต้หวันในกัมพูชาเตรียมลดคนงาน แรงงานเกือบ3พันคนใกล้ตกงาน

เผยแพร่

spot_img

แรงงานกัมพูชาอย่างน้อย 2,700 คน ในนั้นรวมถึงสมาชิกสหภาพแรงงาน ณ โรงงานเสื้อผ้าและรองเท้าแห่งหนึ่ง ในจังหวัดกำปงจาม จะตกงานในเดือนธันวาคม 2568บริษัทอ้างอิงยอดคำสั่งซื้อที่ลดลงจากพวกผู้ซื้อสหรัฐฯ เพื่อปลดพนักงานเหล่านั้น

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางคำถามที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ว่ามาตรการรีดภาษีของสหรัฐฯเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการปลดคนงานหรือไม่ พวกแรงงานหวั่นเกรงถึงผลกระทบที่มีต่อตลาดงานอันเปราะบางของกัมพูชา ขณะที่กลุ่มประชาคมทั้งหลายพากันพินิจพิเคราะห์กรณีที่เกิดขึ้น เพื่อรับประกันว่าโรงงานแห่งนี้จะยึดถือสิทธิแรงงาน

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงกลางปี เกิดการประท้วงของแรงงานหลายร้อยคนมาแล้ว ณ โรงงานดังกล่าว ท่ามกลางคำกล่าวหาว่าเพื่อนร่วมงานของพวกเขาถูกปลดจากงาน โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าอย่างเหมาะสม

รายงานข่าวระบุว่า LECROWN Shoes Industry ที่มีชาวไต้หวันเป็นเจ้าของและเป็นซัพพลายเออร์ของแบรนด์ชื่อดังหลายเจ้าของสหรัฐฯ ในนั้นรวมถึง Vans, The North Face และ Dickies กำลังดำเนินการปรับลดปฏิบัติการอย่างค่อยเป็นค่อยไป และมีแผนยุติสัญญาการจ้างงานแรงงานราวๆ 2,700 คนในวันที่ 10 ธันวาคม อ้างอิงประกาศลงวันที่ 8 ตุลาคม ที่สำนักข่าว cambojanews ได้มาจากพนักงานรายหนึ่ง

ในประกาศแจ้งว่าจะมีการจ่ายค่าจ้าง ในนั้นรวมถึงเงินชดเชยตามอายุงาน และสิทธิประโยชน์ต่างๆ จนกว่าจะยุติสัญญา ในขณะที่พวกแรงงานที่ถูกปลดเปิดเผยว่าพวกเขาได้รับเงินชดเชย 7 วัน, เงินเดือนงวดสุดท้าย และค่าจ้าง 8 วัน ตามกรอบของกฎหมายแรงงานกัมพูชา

ก่อนหน้านี้มีแรงงานกว่า 800 คน บอกว่าพวกเขาถูกยกเลิกสัญญาจ้างอย่างไม่ยุติธรรมโดย LECROWN คำกล่าวหาที่ทางบริษัทปฏิเสธ ในขณะที่ LECROWN ประกาศแผนปลดคนงานราวๆ 1 ใน 10 ของพนักงานทั้งหมดเกือบ 10,000 คน เป็นครั้งแรกในเดือนกรกฏาคม สืบเนื่องจากคำสั่งซื้อที่ลดลง

อย่างไรก็ตามพวกพนักงานที่ถูกปลด เชื่อว่าคำกล่าวอ้าง “ไม่มีคำสั่งซื้อ” เป็นเพียงข้ออ้างในการปลดพนักงานที่ทำงานมานาน เพื่อเปลี่ยนไปจ้างพนักงานใหม่ที่มีค่าแรงถูกกว่าในภายหลัง

Cambojanews ระบุว่าแนวโน้มสำหรับภาคอุตสาหกรรมเสื้อผ้า รองเท้า และสินค้าสำหรับเดินทางของกัมพูชา(GFT) ยังคงมีความไม่แน่นอนเล็กน้อย หลังประเทศแห่งนี้เผชิญกับมาตรการรีดภาษีของสหรัฐฯ 49% และ 36% ตามลำดับ ในช่วงแรกเริ่มของสงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนในท้ายที่สุดจะได้รับการปรับลดเพดานภาษีลงมาอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ในภูมิภาค 19% นับตั้งแต่นั้นภาคอุตสากรรม GFT ฟื้นตัวขึ้นมา 

อย่างไรก็ตามทางเวิลด์แบงก์เตือนว่าในปีหน้าอาจเจองานสาหัสกว่านี้ ท่ามกลางความคาดหมายคำสั่งซื้อลดลง

สำหรับแรงงานเหล่านี้ ภาวะไร้เสถียรภาพในตลาดแรงงานของกัมพูชาก่อความเสี่ยงเพิ่มเติม เนื่องจากมีแรงงานอีกหลายแสนคนที่เดินทางกลับจากไทย ตามหลังเกิดความขัดแย้งนองเลือดตามแนวชายแดน ขณะเดียวกัน 88% ของแรงงานที่มีงานทำ ยังเป็นลูกจ้างในแรงงานนอกระบบ ที่ไม่มีสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์ใดๆ ขณะที่สถานการณ์การจ้างงานในภาค GFT ก็ดูเหมือนจะตกอยู่ในภาวะล่อแหลมไม่ต่างกัน

(ที่มา:cambojanews)

ข่าวล่าสุด

แผ่นดินไหวเมียนมา เขย่าขวัญคนกรุงเทพ…  แต่ระบบรัฐ “เงียบสนิท” 

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 5.3 ที่ประเทศเมียนมาเมื่อวันก่อน ได้กลายเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่อาจสะท้อนถึง “ความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง” ในการสื่อสารความเสี่ยงของรัฐไทย

โพลสินบนสะเทือน 10 หน่วยงาน ?  ภาพสะท้อนเงา คอร์รัปชันไทย  ขาลง

ปรากฏการณ์ “โพลสินบนสะเทือนภาครัฐ” ที่คณะทำงาน Zero Corruption ของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ

รัฐบาลเปิดทำเนียบฯ ถก 38 กลุ่มธุรกิจชั้นนำ  ภาพสะท้อนนโยบายเศรษฐกิจที่พึ่งพิงทุนใหญ่

ครป. แถลงการณ์จี้เปิดเวทีฟังภาคประชาสังคม  ตีแผ่ปัญหาความเหลื่อมล้ำและผลประโยชน์ทับซ้อน เมื่อเสียงของกลุ่มทุนส่งผลต่อนโยบายรัฐมากกว่าเสียงของประชาชน และความท้าทายในการบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล                                เหตุการณ์ที่ผู้นำรัฐบาลเปิดห้องประชุมร่วมหารือแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจกับผู้แทนจาก 38 กลุ่มประเภทธุรกิจชั้นนำของประเทศ  กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ออกมาเคลื่อนไหวส่งสัญญาณเตือนอย่างจริงจัง ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่รัฐบาลมักเน้นการรับฟังกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ทว่ากลับละเลยเสียงสะท้อนจากภาคประชาชนและกลุ่มแรงงานอย่างเห็นได้ชัด นอกเหนือจากประเด็นความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงผู้กำหนดนโยบายแล้ว เหตุการณ์นี้ยังเชื่อมโยงไปถึงทัศนคติของคนในรัฐบาลต่อเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญว่า นโยบายสาธารณะของประเทศกำลังถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นธรรมและธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน                              ชนวนเหตุของประเด็นข่าวในครั้งนี้...

“นอมินีข้ามชาติ” มหันตภัยเศรษฐกิจอำพราง

จากกระแสข่าวที่หนาหูขึ้นทุกวันเกี่ยวกับการรุกคืบของกลุ่มทุนต่างชาติที่พยายามเข้าถือครองย่านเศรษฐกิจสำคัญ จนเป็นเหตุให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง

ข่าวอื่นๆ

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

จีนปั้นโรงกลั่นขนาดใหญ่ ดันไนจีเรียขึ้นแท่นฮับพลังงานแอฟริกา 

พลังขับเคลื่อนด้านอุตสาหกรรมของประเทศจีน กำลังเปลี่ยนสถานะของประเทศไนจีเรีย ให้กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปสุทธิ (Net exporter)

OPEC+ เพิ่มผลิตน้ำมัน 188,000 บาร์เรล/วัน ประชุมแรกปราศจาก UAE

กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลัก 7 ประเทศ ประกาศว่าจะเพิ่มการผลิตในเดือนมิถุนายน โดยเพิ่มน้อยกว่าการเพิ่มผลิตในเดือนพฤษภาคมที่ 206,000 บาร์เรลต่อวัน