วันศุกร์, พฤษภาคม 1, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกสหรัฐฯ 'โปรยทุ่นระเบิด' รอบหมู่บ้านใกล้คลังมิสไซล์อิหร่าน นับเป็นการใช้กับระเบิดครั้งแรกนับแต่สงครามอ่าวเปอร์เซีย

สหรัฐฯ ‘โปรยทุ่นระเบิด’ รอบหมู่บ้านใกล้คลังมิสไซล์อิหร่าน นับเป็นการใช้กับระเบิดครั้งแรกนับแต่สงครามอ่าวเปอร์เซีย

เผยแพร่

spot_img

The Telegraph รายงานว่า มีรายงานปรากฏว่าสหรัฐอเมริกา (US) ได้โปรยทุ่นระเบิดในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของประเทศอิหร่าน (Iran) ถือเป็นการใช้งานอาวุธที่มีข้อพิพาทร้ายแรงชนิดนี้เป็นครั้งแรกของกองทัพอเมริกันในรอบหลายทศวรรษภาพถ่ายจากหมู่บ้านคาฟารี (Kafari) นิคมที่ตั้งอยู่ห่างจากเมืองชีราซ (Shiraz) ทางตอนใต้ประมาณ 12 ไมล์ และอยู่ใกล้กับคลังเก็บขีปนาวุธหลายแห่งของอิหร่าน เผยให้เห็นทุ่นระเบิดแบบโปรย “Gator” กระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ 

ผู้เชี่ยวชาญยืนยันกับสำนักข่าว เดอะ เทเลกราฟ ว่าภาพดังกล่าวคือทุ่นระเบิดรุ่น BLU-91 ผลิตโดยสหรัฐฯ เท่านั้น และตามบันทึกสาธารณะระบุว่าอาวุธชนิดนี้ไม่ได้ถูกส่งมอบให้กับกองทัพอิสราเอลแต่อย่างใด ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวถูกเผยแพร่ครั้งแรกโดยสำนักข่าวเบลลิงแคต (Bellingcat)

ทุ่นระเบิด BLU-91 ถูกออกแบบมาเพื่อทิ้งลงจากอากาศยานและจะเกิดการระเบิดเมื่อตรวจพบสัญญาณแม่เหล็ก เช่น สัญญาณจากยานพาหนะขนาดใหญ่ โดยคาดว่าอาวุธดังกล่าวอาจถูกนำมาใช้เพื่อปิดกั้นไม่ให้รถบรรทุกฐานยิงขีปนาวุธเคลื่อนที่ (Mobile launchers) เดินทางเข้าสู่ตำแหน่งยิงได้ แม้ว่าโดยปกติอาวุธชนิดนี้มักจะถูกวางกำลังร่วมกับทุ่นระเบิดสังหารบุคคลรุ่น BLU-92 แต่ในขณะนี้ยังไม่มีภาพหลักฐานที่ยืนยันการใช้ทุ่นระเบิดชนิดหลัง

ริชาร์ด สตีเวนส์ (Richard Stevens) จาก Cat-UXO บริษัทที่ปรึกษาด้านวัตถุระเบิดอันตรายในสหราชอาณาจักร (UK) ระบุว่า “ภาพถ่ายบ่งชี้ถึงการใช้ BLU-91 ของอเมริกาจริง” พร้อมเสริมว่าทุ่นระเบิดต่อต้านยานพาหนะนี้ “ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความเสียหายหรือทำลายยานพาหนะด้วยเอฟเฟกต์แรงอัดระเบิด (Shaped-charge)” ซึ่งสามารถเจาะทะลุเกราะได้

โรเบิร์ต ทอลลาสท์ (Robert Tollast) นักวิจัยด้านสงครามทางบกจากสถาบัน Royal United Services Institute (Rusi) กล่าวว่า “เมืองชีราซถูกทิ้งระเบิดอย่างหนักนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ และเป็นที่ตั้งของฐานยิงรวมถึงคลังเก็บขีปนาวุธใต้ดินจำนวนมาก การวางทุ่นระเบิดระยะไกลเพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายขีปนาวุธจึงเป็นยุทธวิธีที่ชัดเจนที่สุด” 

ทอลลาสท์ ยังระบุถึงความเป็นไปได้อีกทางหนึ่งว่านี่อาจเป็น “ปฏิบัติการจัดรูปแบบ” (Shaping operation) หากนาวิกโยธิน (Marines) บุกเข้าไปยังเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งอยู่ห่างออกไปราวสองร้อยกิโลเมตร สหรัฐฯ อาจวางทุ่นระเบิดใกล้ชีราซเพื่อเป็น “ยุทธวิธีลวง” (Feint) หากเป้าหมายที่แท้จริงคือเกาะต่าง ๆ รอบช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ที่อยู่ลงไปทางใต้ อย่างไรก็ตาม การใช้ทุ่นระเบิดนี้แสดงให้เห็นว่าปฏิบัติการกำลังขยายตัวในรูปแบบที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์  อาจไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า

สื่อของรัฐบาลอิหร่านได้ประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ไม่ให้เข้าใกล้หรือสัมผัสกับ “หีบห่อระเบิด” ซึ่งอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็น “อาหารกระป๋องพร้อมทาน” ขณะที่สำนักข่าวทัสนิม (Tasnim) อ้างว่ามีผู้เสียชีวิตจากอุปกรณ์ดังกล่าวแล้วหลายราย

ดิมิทรี ลาสคาริส (Dimitri Lascaris) นักข่าวชาวแคนาดาซึ่งเป็นที่รู้จักในทัศนะ “ต่อต้านไซโอนิสต์” เดินทางเยือนหมู่บ้านคาฟารีร่วมกับคณะผู้แทนสื่อมวลชนภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่อิหร่าน ในรายงานวิดีโอของเขา เจ้าหน้าที่ที่ไม่เปิดเผยนามรายหนึ่งระบุว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบทุ่นระเบิดประมาณ “70-72 ลูก” ในพื้นที่ดังกล่าว 

ทั้งนี้ รายงานของกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าโดยเฉลี่ยแล้วสนามทุ่นระเบิด Gator จะครอบคลุมพื้นที่ขนาด 600 เมตรคูณ 250 เมตร ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าทิวเขาทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านคาฟารีเป็นที่ตั้งของคลังเก็บขีปนาวุธนำวิถี (Ballistic missiles) หลายแห่งของอิหร่าน

ตามประวัติการรบ สหรัฐฯ มีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารรถถังแบบโปรยครั้งล่าสุดในสงครามอ่าว (Gulf War) ปี 1991 ส่วนการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปี 2002 ตามรายงานของเพนตากอน  เมื่อหน่วยรบพิเศษได้ขว้างอุปกรณ์ชนิดนี้หนึ่งลูกในขณะรอการอพยพด้วยเฮลิคอปเตอร์ในประเทศอัฟกานิสถาน 

กลุ่มสิทธิมนุษยชนได้วิพากษ์วิจารณ์การใช้ทุ่นระเบิดมาอย่างยาวนาน เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะทำให้พลเรือนบาดเจ็บและเสียชีวิต แม้ว่าทุ่นระเบิด BLU-91 จะสามารถตั้งโปรแกรมทำลายตัวเองได้ภายใน 4 ชั่วโมง, 48 ชั่วโมง หรือ 15 วัน แต่ อะแมล ค็อตลาร์สกี (Amael Kotlarski) จาก Janes บริษัทข่าวกรองด้านความมั่นคง ระบุกับเบลลิงแคตว่าพวกมันอาจเกิดระเบิดขึ้นได้หาก “ถูกกระแทกหรือเคลื่อนย้ายอย่างรุนแรง”

เมื่อปีที่แล้ว นายทรัมป์ได้ยกเลิกนโยบายในสมัยของ นายโจ ไบเดน ที่สั่งห้ามการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในทุกพื้นที่ยกเว้นคาบสมุทรเกาหลี และในปีเดียวกัน ประเทศฟินแลนด์ , โปแลนด์ , ลิทัวเนีย , เอสโตเนีย และลัตเวีย ได้ประกาศถอนตัวจากอนุสัญญาออตตาวา (Ottawa Treaty) สั่งห้ามการใช้ ผลิต หรือสะสมทุ่นระเบิดสังหารบุคคล โดยอ้างความกังวลจากการถูกโจมตีโดยรัสเซีย ขณะที่สหรัฐฯ ไม่ได้เป็นภาคีสมาชิกในอนุสัญญาปี 1997 นี้

IMCT NEWS  30-03–2026

ที่มา https://www.telegraph.co.uk/world-news/2026/03/27/us-scatters-landmines-around-iranian-village/?recomm_id=bb399c36-b267-4ebc-bacc-dacea3c15f34 

ข่าวล่าสุด

ไทยจูงมือ “สิงคโปร์ ลงเรือ  “แลนด์บริดจ์”   พลิกกระดานภูมิรัฐศาสตร์

มีการเปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับ นายชาง ชุน ชิง รัฐมนตรีจากสิงคโปร์ เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ในหลวง พระราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดน ระหว่างวันที่ 29 เม.ย. – 2 พ.ค. 2569

ในหลวง พระราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดน ระหว่างวันที่ 29 เม.ย. – 2 พ.ค. 2569 ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้น หลังจากทรัมป์สั่ง “ขยายการปิดล้อม” ช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ได้พบปะกับผู้บริหารบริษัทน้ำมันและก๊าซที่ทำเนียบขาวในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบด้านพลังงานจากสงครามกับอิหร่าน ตามรายงานล่าสุด การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความปั่นป่วนของอุปทานพลังงาน ซึ่งกำลังผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น และสร้างทั้ง “โอกาส” และ “ความเสี่ยง” ให้กับอุตสาหกรรมพลังงาน ผู้เข้าร่วมประชุมรวมถึง Mike Wirth...

GDP เวียดนามแซงหน้าไทยไปแล้วประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เศรษฐกิจของเวียดนามกำลังเข้าใกล้และได้แซงหน้าประเทศไทยไปประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์

ข่าวอื่นๆ

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้น หลังจากทรัมป์สั่ง “ขยายการปิดล้อม” ช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ได้พบปะกับผู้บริหารบริษัทน้ำมันและก๊าซที่ทำเนียบขาวในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบด้านพลังงานจากสงครามกับอิหร่าน ตามรายงานล่าสุด การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความปั่นป่วนของอุปทานพลังงาน ซึ่งกำลังผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น และสร้างทั้ง “โอกาส” และ “ความเสี่ยง” ให้กับอุตสาหกรรมพลังงาน ผู้เข้าร่วมประชุมรวมถึง Mike Wirth...

เพนตากอนเปิดตัวเลข ‘สงครามอิหร่าน’ ใช้งบไปแล้วกว่า $2.5 หมื่นล้าน 

สหรัฐอเมริกาได้ใช้จ่ายงบประมาณไปแล้วประมาณ 25,000 ล้านดอลลาร์ในสงครามกับอิหร่าน ซึ่งถือเป็นประมาณการต้นทุนความขัดแย้งที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยมีการเปิดเผยต่อสาธารณะ

กษัตริย์ชาร์ลส์ทรงหยอกล้อทรัมป์เรื่องการเผาทำเนียบขาว

กษัตริย์ชาร์ลส์แห่งอังกฤษทรงกล่าวติดตลกเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างห้องบอลรูมในทำเนียบขาวของประธานาธิบดีทรัมป์ทรงเปรียบเทียบกับเหตุการณ์เผาทำเนียบขาวโดยทหารอังกฤษในปี 1814