วันจันทร์, มกราคม 19, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลก"อนุทิน" ออกเดินทางไปเกาหลี ร่วมประชุมเอกเปก พบปะผู้นำ-ผู้แทน 21 เขตเศรษฐกิจ

“อนุทิน” ออกเดินทางไปเกาหลี ร่วมประชุมเอกเปก พบปะผู้นำ-ผู้แทน 21 เขตเศรษฐกิจ

เผยแพร่

spot_img

นายกรัฐมนตรีออกเดินทางเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 32 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี (APEC 2025 Korea) พร้อมพบปะผู้นำและผู้แทนใน 21 เขตเศรษฐกิจ ผลักดันความร่วมมือเศรษฐกิจภูมิภาค สร้างโอกาสการค้า–ลงทุน เตรียมภูมิภาคให้พร้อมรับอนาคต

เมื่อวันพุธที่ 29 ตุลาคม 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะออกเดินทางเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 32 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (APEC Economic Leaders’ Week – AELW) ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี ภายใต้หัวข้อหลัก “Building a Sustainable Tomorrow” หรือ “เสริมสร้างวันพรุ่งนี้ที่ยั่งยืน” ซึ่งมุ่งเชื่อมโยงภูมิภาคด้วยนวัตกรรมและความร่วมมือเพื่อความรุ่งเรืองร่วมกัน

 โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยในฐานะหนึ่งในประเทศสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งเอเปค มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่อง ไทยเคยเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคแล้ว 3 ครั้ง ได้แก่ ปี 2535 ปี 2546 และปี 2565 ซึ่งในปี 2565 ไทยได้ผลักดัน “เป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG” (Bangkok Goals on BCG Economy) ให้เป็นกรอบบูรณาการด้านความยั่งยืนฉบับแรกของเอเปคที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

ในการประชุมครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะใช้เวทีเอเปค เพื่อแสดงบทบาทของรัฐบาลใหม่ในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นถึงศักยภาพเศรษฐกิจไทยต่อประชาคมโลก พร้อมย้ำการสนับสนุนระบบพหุภาคีนิยม (Multilateralism) ที่มีองค์การการค้าโลก (WTO) เป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการผลักดันสาขาความร่วมมือใหม่ที่เป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของภูมิภาค เช่น การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การปรับตัวต่อโครงสร้างประชากร และการพัฒนาเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทุกภาคส่วน

สำหรับภารกิจสำคัญของนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 32 ทั้ง 2 ช่วง ได้แก่

– Session I (วันที่ 31 ตุลาคม 2568) หัวข้อ “Towards a More Connected, Resilient Region and Beyond” ซึ่งไทยจะเน้นการเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือภาครัฐ–เอกชน เพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลก

– Session II (วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568) หัวข้อ “Preparing a Future–Ready Asia–Pacific” ที่ไทยจะเสนอแนวทางเตรียมภูมิภาคให้พร้อมต่ออนาคตผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI นวัตกรรม และการสร้างการเติบโตที่ครอบคลุมและยั่งยืน

 นอกจากนี้การประชุมหลัก นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญของภาคธุรกิจ ได้แก่

 – การประชุมสุดยอดผู้นำภาคธุรกิจของเอเปค ประจำปี 2568 (2025 APEC CEO Summit) โดยนายกรัฐมนตรีจะกล่าวปาฐกถาพิเศษ ภายใต้หัวข้อ “Bridge. Business. Beyond.”

– การหารือระหว่างผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคกับสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (ABAC Dialogue with APEC Economic Leaders) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและผลักดันแนวทางความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน นวัตกรรม และการพัฒนาที่ยั่งยืน

– การพบหารือกับ US – APEC Business Coalition ซึ่งเป็นสมาคมธุรกิจขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ที่เป็นสมาชิกที่มีบทบาทในเอเปค

– การหารือทวิภาคีกับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและภาคธุรกิจสำคัญ รวมถึงเข้าร่วมงานเลี้ยงแก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders’ Gala Dinner) เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ฉันท์มิตรกับผู้นำและผู้แทนภาคเอกชนสำคัญในภูมิภาค และส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยบนเวทีเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ การประชุมผู้นำเอเปคในปีนี้ ที่สาธารณรัฐเกาหลีเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ณ เมืองคยองจู เมืองมรดกโลกของยูเนสโก ภายใต้ 3 แนวคิดหลัก Connect – Innovate – Prosper เพื่อมุ่งเชื่อมโยงภูมิภาคด้วยนวัตกรรมและขับเคลื่อนความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน โดยคาดว่าจะมีเอกสารผลลัพธ์สำคัญจำนวน 5 ฉบับ ได้แก่ 

1) ปฏิญญาคยองจูของผู้นำเอเปค ครั้งที่ 32 2) ข้อริเริ่มเอเปคด้านปัญญาประดิษฐ์ (APEC AI Initiative) 3) กรอบความร่วมมือรองรับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรในภูมิภาค 4) ถ้อยแถลงผู้นำว่าด้วยความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ และ 5) ถ้อยแถลงร่วมรัฐมนตรีเอเปค ครั้งที่ 36

“การประชุมเอเปคครั้งนี้ ถือเป็นเวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศครั้งสำคัญที่นายกรัฐมนตรีจะได้แสดงวิสัยทัศน์และศักยภาพของเศรษฐกิจไทยสู่สายตาประชาคมโลก โดยมุ่งสร้างความเชื่อมั่น ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน และยกระดับบทบาทของไทยให้โดดเด่นในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกอย่างยั่งยืน” นายสิริพงศ์กล่าว

ข่าวล่าสุด

ประชาธิปไตย “แพงขึ้น” ทุกครั้งที่เข้าคูหา “เลือกตั้ง” “ประชามติ” ใช้งบภาษีเกือบ 9,000 ล้าน 

การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควบคู่กับการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการทางการเมืองตามปกติ หากแต่เป็น “การลงทุนของรัฐ” ที่ใช้เงินภาษีประชาชนในระดับสูงถึง 8,978,267,690 บาท

เหนือฟ้ายังมีฟ้า: เมื่อ Starlink เจอ “ของจริง” จากรัสเซีย-จีน ในสมรภูมิ อิหร่าน!

สงครามปี 2026 ไม่ได้สู้กันด้วยจำนวนรถถัง แต่สู้กันด้วย "คลื่นล่องหน" บนชั้นบรรยากาศ เมื่ออเมริกาพยายามใช้ Starlink เป็นไพ่ตายส่งเน็ตทะลวงการปิดกั้นสื่อในอิหร่าน เพื่อหนุนการประท้วงใหญ่หวังเดินเกมรุกแบบ Soft Power

โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมตั้งองค์กรนานาชาติใหม่ชื่อ “บอร์ดสันติภาพ”

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตั้งองค์กรนานาชาติใหม่ ประเทศต่างๆที่อยากมีสถานะถาวรใน "บอร์ดสันติภาพ" ต้องจ่ายเงินอุดหนุนอย่างน้อย 1,000 ล้านดอลลาร์ เชื่อตั้งขึ้นมาเพื่อทดแทนสหประชาชาติ

ในย่านเก่าแก่ของสิงคโปร์ กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ ๆ

การเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ ๆ ด้านความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืน ผ่านตู้ล็อกเกอร์อาหารเคลื่อนที่ที่บรรจุอาหาร และเป็นตู้ที่ควบคุมอุณหภูมิ โดยถูกติดตั้งไว้ตามจุดสาธารณะที่เข้าถึงได้ง่าย

ข่าวอื่นๆ

ในย่านเก่าแก่ของสิงคโปร์ กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ ๆ

การเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ ๆ ด้านความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืน ผ่านตู้ล็อกเกอร์อาหารเคลื่อนที่ที่บรรจุอาหาร และเป็นตู้ที่ควบคุมอุณหภูมิ โดยถูกติดตั้งไว้ตามจุดสาธารณะที่เข้าถึงได้ง่าย

ยอดดับประท้วงอิหร่านทะลุ 3,000 คน กรุงเตหะรานเริ่มสงบ

 มีรายงานว่า ผู้เสียชีวิตจากการประท้วงทั่วประเทศในอิหร่านมีจำนวนมากกว่า 3,000 คน ตามการเปิดเผยของนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในวันที่ 17 ม.ค. 2569 ขณะที่สัญญาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตภายในประเทศเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย หลังถูกตัดการเชื่อมต่อยาวนาน 8 วัน กลุ่ม HRANA  ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ...

ลุ้นศาลฎีกาสหรัฐฯ นัดอ่านคำตัดสินมาตรการภาษีทรัมป์อังคารนี้

ถ้า'ใช้อำนาจเกินขอบเขต' ต้องคืนเงินแสนล้านดอลลาร์ Bloomberg รายงานว่า ศาลฎีกาสหรัฐฯ (US Supreme Court) กำหนดให้วันอังคารที่ 20 มกราคมเป็นวันอ่านคำวินิจฉัยนัดถัดไป ท่ามกลางการรอคอยทั่วโลกต่อคำตัดสินเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรที่เป็นนโยบายหลักของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์   ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ศาลไม่ได้ระบุว่าคำวินิจฉัยในคดีใดที่พร้อมจะเผยแพร่ โดยระบุเพียงว่าจะมีการอ่านคำตัดสินเมื่อคณะตุลาการขึ้นนั่งบัลลังก์ในเวลา...