หน้าแรกINSIDE - INSIGHTLINE ถือธง..ซ้อมเตือนภัยวิกฤต !  บทเรียนสูญ 2 ล้านล้าน เมื่อ “ความเงียบ” บดบังทางรอดคนไทย

LINE ถือธง..ซ้อมเตือนภัยวิกฤต !  บทเรียนสูญ 2 ล้านล้าน เมื่อ “ความเงียบ” บดบังทางรอดคนไทย

เผยแพร่

spot_img

ถอดรหัส จับมือ 15 องค์กร ดีเดย์ 26 มิย.นี้

พลิกโฉมการสื่อสารชาติก้าวข้ามหลุมดำภัยพิบัติ

                                 บทเรียนราคาแพงลิ่วตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา บ่งชี้ชัดเจนว่าประเทศไทยต้องกลืนเลือดจากมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาลกว่า 2 ล้านล้านบาท และกระทบต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชนกว่า 68 ล้านคน เพียงเพราะ “ช่องโหว่ของการสื่อสารในยามฉุกเฉิน”  ที่มักล่าช้าและขาดเอกภาพ   ล่าสุด บิ๊กเทคอย่าง LINE ประเทศไทย จึงขยับตัวครั้งใหญ่จับมือ 15 องค์กรภาครัฐและเอกชน ประกาศดีเดย์ซ้อมใหญ่ระบบแจ้งเตือนภัยและยืนยันสถานะความปลอดภัย (LINE ALERT & Safety Check) ทั่วประเทศในวันที่ 26 มิถุนายนนี้ ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป 

                                 นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการทดสอบระบบแอปพลิเคชันธรรมดา แต่คือมาตรการเชิงโครงสร้างที่กำลังท้าทายระบบการจัดการภัยพิบัติของไทย ว่าจะสามารถเปลี่ยนผ่านสถิติตัวเลขความสูญเสียอันน่าเจ็บปวด ให้กลายเป็นความปลอดภัยที่จับต้องได้จริงตามมาตรฐานสากลได้แล้วหรือยัง

                                ปรากฏการณ์ในครั้งนี้กำลังสะท้อนภาพพจน์อันน่าสนใจยิ่งในลักษณะของ “LINE ถือธงนำหน้า” นำร่องระบบความปลอดภัยสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม แม้ว่าก่อนหน้านี้เพียงสองเดือน ภาครัฐโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จะเพิ่งประกาศความสำเร็จในการทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยผ่านหน้าจอมือถือโดยตรงหรือ Cell Broadcast ไปก็ตาม แต่ทว่าในภาคปฏิบัติการที่ต้องเข้าถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างแท้จริง กลไกของรัฐกลับยังคงเผชิญกับข้อจำกัดด้านความเร็วตามวงรอบของระบบราชการ ส่งผลให้ภาคเอกชนผู้กุมฐานผู้ใช้งานกว่า 56 ล้านบัญชี ต้องลุกขึ้นมาสวมบทบาทหัวขบวนในการขับเคลื่อนและสร้าง “วัฒนธรรมการตื่นตัว” ให้เกิดขึ้นจริงในสังคม

                             การขยับตัวของ LINE    ที่คนไทยรู้จักดีในครั้งนี้ มิใช่การกระทำที่โดดเดี่ยวหรือเป็นการข้ามหน้าข้ามตาภาครัฐ แต่เป็นลักษณะการดำเนินงานที่ได้รับ “ไฟเขียว” และการรับรู้ในระดับนโยบายอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีหน่วยงานหลักระดับเสาเข็มของชาติ ทั้งกระทรวงดีอี, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย รวมถึงกรมอุตุนิยมวิทยา ตบเท้าเข้าร่วมเป็นพันธมิตรในกลุ่ม 15 องค์กรอย่างพร้อมเพรียง

                            นี่คือภาพสะท้อนของโมเดลความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน (Public-Private Partnership) ที่น่าจับตา เมื่อรัฐบาลเป็นผู้ถือข้อมูลและข้อกฎหมาย แต่ยอมเปิดทางให้เอกชนเป็นผู้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้เพื่ออุดรอยรั่วในนาทีวิกฤต

                           ในอดีตที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากความไร้ประสิทธิภาพของระบบเตือนภัยสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัยครั้งใหญ่, ภัยพิบัติสึนามิที่หอเตือนภัยเงียบสนิท หรือแม้กระทั่งอุบัติภัยอาคาร สตง.ถล่มในเมืองหลวงที่พรากชีวิตเจ้าหน้าที่และประชาชนไปอย่างน่าอนาถ ซึ่งในหลายกรณี ผลการตรวจสอบชี้ชัดว่าความสูญเสียจะไม่รุนแรงขนาดนี้ หากระบบราชการมีการแจ้งเตือนภัยที่ฉับไวและแม่นยำ บทเรียนราคาแพงเหล่านี้ตอกย้ำว่า “ความเงียบและความล่าช้า” ของหน่วยงานรัฐ ไม่ต่างอะไรกับการซ้ำเติมวิกฤตให้รุนแรงยิ่งขึ้น   การที่ระบบของ LINE เข้ามาเสริมฟีเจอร์ให้ประชาชนส่งสถานะความปลอดภัยได้ทันที จึงเป็นการอุดช่องว่างทางสังคมที่กลไกราชการละเลยมาโดยตลอด

                               ในมิติสากล โมเดลการใช้แอปพลิเคชันแชทมาเป็นเครื่องมือช่วยชีวิต ถือเป็นมาตรฐานที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในกลุ่มประเทศผู้ใช้งานหลัก ไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น ต้นกำเนิดเทคโนโลยีนี้ที่พัฒนา LINE ขึ้นมาหลังเหตุการณ์สึนามิครั้งใหญ่ปี 2011 หรือในไต้หวัน ที่รัฐบาลท้องถิ่นผูกระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติเข้ากับระบบดิจิทัลอย่างเหนียวแน่น 

                             สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ตลาดหลักของโลก การที่ นายนรสิทธิ์  สิทธิเวชวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ LINE ประเทศไทย ได้นำทัพองค์กรก้าวออกมารับหน้าที่ “ถือธงนำหน้า” ผนึกกำลัง 15 องค์กรเพื่อซ้อมระบบเตือนภัยร่วมกันในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวย่างที่ควรแก่การยกย่อง เพราะเป็นการนำศักยภาพของแพลตฟอร์มระดับสากลมาปรับใช้เพื่อความปลอดภัยของพลเมือง ยกระดับการรับมือวิกฤตของไทยให้ก้าวทันมาตรฐานโลก

                             นักวิเคราะห์มองว่า สิ่งที่สังคมตั้งคำถามตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ความย้อนแย้งในศักยภาพของกลไกภาครัฐ เหตุใดหน่วยงานราชการที่มีทั้งเม็ดเงินงบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาล มีกำลังพลกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ และมีแผนยุทธศาสตร์ชาติรองรับมากมาย กลับต้องรอให้ภาคเอกชนเป็นผู้จุดพลุนัดหมายคนทั้งประเทศเพื่อ “ซ้อมใหญ่” ในระดับปฏิบัติการเช่นนี้ หรือนี่คือภาพตอกย้ำว่า ระบบราชการไทยยังคงถนัดเพียงการลงนามความร่วมมือ MOU  เท่านั้น แต่ในเรื่องความฉับไวและการเข้าถึงหัวใจของมวลชน   ก็ต้องให้เอกชนยังเดินนำหน้าและแบกรับภาระนี้แทนอยู่ร่ำไป   เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงอันโหดร้าย   วิกฤตการณ์ไม่เคยรอการอนุมัติตามลำดับขั้นชั้นยศ  และความล้มเหลวของการสื่อสารเพียงเสี้ยววินาที อาจหมายถึงชีวิตของประชาชนที่ประเมินค่าไม่ได้อีกต่อไปฃ

                         สุดท้ายแล้ว…เราอาจต้องยอมรับความจริงว่า ในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน ฟังก์ชันแจ้งเตือนบนหน้าจอมือถือเพียงปุ่มเดียว อาจช่วยชีวิตคนไทยได้ทันท่วงทีมากกว่าขั้นตอนกลไกเอกสารอันสลับซับซ้อนของระบบราชการไทยเสียอีก

2569-06-25    “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

PDPC จับมือ CIB ขยายผลทลายเครือข่ายค้าข้อมูลส่วนบุคคล

แถลงข่าวขยายผลล้างเครือข่ายค้าข้อมูลทั่วประเทศ หลังพบข้อมูลส่วนบุคคลถูกใช้เป็นต้นตอสำคัญของอาชญากรรมไซเบอร์ ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์ การหลอกลวงทางการเงิน และการสวมรอยทำธุรกรรม

เที่ยวญี่ปุ่นจ่ายแพงขึ้น มาตรการ “สองราคา”

"ระบบสองราคา" (Dual Pricing) ในประเทศญี่ปุ่น เป็นมาตรการที่กำลังถูกนำมาใช้และขยายผลอย่างจริงจังในปี 2026 นี้ เพื่อแก้ปัญหา "นักท่องเที่ยวล้นเมือง" (Overtourism)

ยุโรป เผชิญ  ร้อนสูง  40+  ดับแล้ว กว่าสิบราย

ทวีปยุโรปกำลังเผชิญกับสถานการณ์ "อากาศสุดขั้ว" (Extreme Weather) จากอิทธิพลของคลื่นความร้อน (Heatwave) และปรากฏการณ์โดมความร้อน (Heat Dome) อย่างรุนแรง

ยุโรปป่วน  ร้อน เกินขีด

คลื่นความร้อนรุนแรงเฉียบพลันในยุโรป ณ ช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2569 นี้ กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างหนัก

ข่าวอื่นๆ

ไฟถนน.. “ไม่ฟรีอย่างที่คิด  ”สอดไส้บิลบ้านให้คนไทย “เฉลี่ยจ่าย”

หลักการจัดทำบริการสาธารณะ (Public Services) เพื่อความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตของพลเมือง ถือเป็นพันธกิจพื้นฐานที่สุดที่รัฐบาลต้องพึงปฏิบัติและหล่อเลี้ยงด้วยเงินงบประมาณแผ่นดินอันมาจากภาษี

ปปช. ชู…”ไม่รับ ไม่ให้ ไม่สน” 

แคมเปญประชาสัมพันธ์และกองทุนล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ภายใต้คำขวัญอันเฉียบคมว่า “ไม่รับ ไม่ให้ ไม่สน”

มายาคติ.. “มหาดไทย ใสสะอาด” จริงหรือ ?  ยุทธจักรใต้เงาตั๋วการเมืองและทุนข้ามชาติ

ปรากฏการณ์เหมือนแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ไล่เรียงตั้งแต่วิกฤตการณ์ “ปีนเกลียวข้ามหัว” ของข้าราชการปกครองในภูเก็ต สู่เหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองและผลประโยชน์ในสุราษฎร์ธานี