วันศุกร์, มีนาคม 13, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลก เตือน "วันสิ้นโลก" ใกล้เข้ามาแล้ว! เหลือแค่ ...

 เตือน “วันสิ้นโลก” ใกล้เข้ามาแล้ว! เหลือแค่ 85 วินาที จะถึงจุดจบของมวลมนุษยชาติ

เผยแพร่

spot_img

(28 มกราคม 2569) เรื่องนี้ไม่ใช่นิยายแนวไซไฟ หากแต่เป็นคำเตือนจริงจากวงการวิทยาศาสตร์ เมื่อคณะกรรมการด้านวิทยาศาสตร์และความมั่นคงจาก “Bulletin of the Atomic Scientists” ได้ประกาศปรับเข็ม “นาฬิกาวันสิ้นโลก” (Doomsday Clock) ประจำปี 2026 เข้าสู่จุดที่อันตรายที่สุดเท่าที่เคยปรากฏมาในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

เข็มวินาทีพุ่งไปหยุดอยู่ที่ 85 วินาทีก่อนเที่ยงคืน ซึ่งถือเป็นการเดินหน้าเร็วขึ้นถึง 4 วินาทีจากปีก่อนหน้าที่มีเวลาเหลือเพียง 89 วินาที ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงแค่การคำนวณสถิติ แต่คือสัญลักษณ์เชิงเปรียบเทียบที่บ่งบอกว่าอารยธรรมมนุษย์กำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งการทำลายล้างที่ตนเองเป็นผู้ก่อขึ้น ภายใต้ความล้มเหลวของภาวะผู้นำระดับโลกที่ปล่อยให้ความเสี่ยงระดับมหันตภัยพุ่งสูงขึ้น ในขณะที่ความร่วมมือระหว่างประเทศกลับลดต่ำลงอย่างน่าใจหาย

“อเล็กซานดรา เบลล์” ประธานและซีอีโอขององค์กร ย้ำเตือนด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดว่า “เส้นทางที่เรากำลังเดินอยู่นั้นคือหนทางที่ไม่ยั่งยืน และโลกกำลังจะหมดเวลาลงแล้ว หากมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และจีน ไม่ยอมถอยห่างจากความขัดแย้ง ประชาชนทั่วโลกจำเป็นต้องส่งเสียงกดดันอย่างอันตรายที่สุด

“Doomsday Clock” คืออะไร! เป็นระบบนาฬิกาเชิงสัญลักษณ์ ที่ถูกสร้างขึ้นโดยคณะนักวิทยาศาสตร์ที่ใช้ชื่อว่า “Bulletin of Atomic Scientists” จุดกำเนิดของนาฬิกาแห่งโชคชะตานี้ต้องย้อนกลับไปในปี 1947 ท่ามกลางซากปรักหักพังหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อกลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชิคาโก ผู้ที่เคยร่วมมือกันใน “โครงการแมนฮัตตัน” (Manhattan Project) เพื่อสร้างระเบิดปรมาณูลูกแรกของโลก ได้ตระหนักถึงพลังอำนาจทำลายล้างที่ตนเองปลดปล่อยออกมา พวกเขาไม่ได้เพียงสร้างอาวุธที่ทำให้ศัตรูสยบยอม แต่ได้สร้าง “เครื่องจักรสังหารโลก” ที่สามารถลบกวาดล้างสิ่งมีชีวิตทุกชนิดให้หายไปเพียงชั่วพริบตา

ด้วยความรู้สึกผิดและหน้าที่ความรับผิดชอบต่อเผ่าพันธุ์ พวกเขาจึงก่อตั้ง “Bulletin of the Atomic Scientists” ขึ้นมาเพื่อเป็นกระบอกเสียงเตือนภัย โดยกำหนดให้เวลาเที่ยงคืนตรง คือจุดจบที่ย่อยยับของโลก ในอดีตเข็มนี้เคยเดินถอยหลังไปไกลถึง 17 นาทีก่อนเที่ยงคืนในปี 1991 เมื่อสงครามเย็นสงบลง

แต่ในวันนี้โลกกลับหมุนวนกลับไปสู่จุดที่เลวร้ายยิ่งกว่ายุคสงครามเย็นหลายเท่าตัว ปัจจัยที่ผลักดันให้โลกเข้าสู่โซนสีแดงเข้มนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ความตึงเครียดของนิวเคลียร์ระหว่างรัสเซียและอเมริกาที่กลับมาคุกรุ่นอีกครั้ง แต่ยังมีภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ของจีน ความมั่นคงทางชีวภาพที่เปราะบาง และการผงาดขึ้นของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ถูกนำมาใช้ในกองทัพอย่างขาดการควบคุม

“แดเนียล โฮลซ์” ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก ชี้ให้เห็นถึงความจริงที่น่ากลัวว่า โลกกำลังแตกแยกเป็นฝักฝ่ายแบบ “พวกเราและพวกเขา”  ทำให้เกิดระบอบอำนาจนิยมแบบชาตินิยมรุนแรงในหลายประเทศ ความไว้วางใจที่เคยใช้เวลาสร้างมานานหลายทศวรรษกำลังพังทลายลงแทนที่ด้วยวาทกรรมที่แข็งกร้าวและการชิงชัยแบบผู้ชนะกินรวบ (Winner-take-all)

แม้แต่วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ควรเป็นจุดร่วมที่มนุษย์ต้องช่วยกันกลับถูกเมินเฉย โดยเฉพาะในฝั่งการเมืองสหรัฐฯ ที่ยังมีความพยายามต่อต้านนโยบายพลังงานหมุนเวียนและเดินหน้าสนับสนุนเชื้อเพลิงฟอสซิลต่อไป

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความมืดมิดที่ปกคลุมเข็มนาฬิกา นักวิทยาศาสตร์ยังคงให้แสงสว่างแห่งความหวังเพียงเล็กน้อยว่า เรายังสามารถดึงโลกกลับจากปากเหวได้ หากมหาอำนาจยอมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อจำกัดอาวุธนิวเคลียร์ เคารพข้อตกลงระงับการทดสอบอาวุธ และร่วมมือกันกำหนดกฎระเบียบสากลเพื่อป้องกันไม่ให้ AI กลายเป็นเพชฌฆาตไร้หัวใจในระบบสั่งการ

อาวุธร้ายแรง 85 วินาทีสุดท้ายนี้จึงไม่ใช่คำพยากรณ์ว่าเราต้องตาย แต่เป็นเสียงตะโกนสุดท้ายเพื่อให้มนุษยชาติหยุดทำลายตนเอง ก่อนที่เข็มยาวจะจรดเลขสิบสองและทุกอย่างจะกลายเป็นเถ้าถ่านตลอดกาล

ข่าวล่าสุด

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคำว่า “อาชญากรรมสงคราม”

ยืนยันสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ สหรัฐฯ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ทำลายโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในอิหร่าน ในช่วงเริ่มต้นของสงครามอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่

คดีของ Jeffrey Epstein คืออะไรและเกี่ยวอะไรกับประธานาธิบดี Donald Trump หรือไม่?

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Department of Justice) ได้เผยแพร่เอกสารเพิ่มเติมมากกว่า 3 ล้านหน้าในวันนั้น เพื่อตอบสนองต่อกฎหมาย Epstein Files Transparency Act

จีนได้ปฏิเสธคำเชิญอย่างเป็นทางการจาก โดนัลด์ ทรัมป์

ในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่  ปักกิ่งได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าต้องการหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมการต่อสู,ต้องการมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงและการทูต การตอบสนองนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนาของจีนในการหลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าไปในสงครามที่กว้างขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทั่วโลกสูงอยู่แล้ว  เจ้าหน้าที่จีนได้เน้นย้ำว่าลำดับความสำคัญของพวกเขาคือการป้องกันการเพิ่มขึ้นของความตึงเครียดและการปกป้องเส้นทางการค้าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  พวกเขายังย้ำว่าการเลือกข้างในความขัดแย้งครั้งใหญ่จะไม่สนับสนุนความมั่นคงในระยะยาวในภูมิภาค ตำแหน่งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของจีนในการรักษาระยะห่างจากการมีส่วนร่วมทางทหารโดยตรงในขณะที่ยังคงมีอิทธิพลต่อกิจการระดับโลกผ่านการทูตและอำนาจทางเศรษฐกิจ  การปฏิเสธนี้เน้นให้เห็นว่าชาติใหญ่ในโลกกำลังเลือกบทบาทของตนอย่างระมัดระวังเมื่อความขัดแย้งขยายตัว การตัดสินใจของจีนส่งสัญญาณว่าต้องการหลีกเลี่ยงการแบ่งแยกที่ลึกซึ้งและแทนที่จะผลักดันให้เกิดการลดความตึงเครียด  ขณะที่สถานการณ์ยังคงพัฒนา ผู้นำระดับโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าท่าทีของจีนจะมีผลต่อความพยายามทางการทูตในอนาคตอย่างไร

ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรน

เราได้ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรนและโอมาน และทำให้มัน เสียหายบางส่วน เราได้ยิงเครื่องบินอเมริกัน 10 ลำใน คูเวต

ข่าวอื่นๆ

ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรน

เราได้ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรนและโอมาน และทำให้มัน เสียหายบางส่วน เราได้ยิงเครื่องบินอเมริกัน 10 ลำใน คูเวต

IRGC ระบุว่าอิหร่าน จะเป็นผู้กำหนดว่าสงครามจะสิ้นสุดเมื่อใดไม่ใช่สหรัฐฯ

ปฏิบัติการ “Epic Fury” 10 วันผ่านไปแล้ว และรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีต เฮกเซธ ยืนยันว่า สหรัฐฯ กำลัง “ชนะ” ต่อชาวอิหร่านที่เขาเรียกว่า “ป่าเถื่อน” และกล่าวว่าเตหะรานกำลัง “เร่งรีบ” พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

เนทันยาฮู ปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรก

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ปรากฏตัวต่อสาธารณะเดินทางตรวจเยี่ยมท่าเรืออัชดอด 1 ใน 3 ท่าเรือพาณิชย์หลักของอิสราเอล