หน้าแรกข่าวรอบโลกIRGC ระบุว่าอิหร่าน จะเป็นผู้กำหนดว่าสงครามจะสิ้นสุดเมื่อใดไม่ใช่สหรัฐฯ

IRGC ระบุว่าอิหร่าน จะเป็นผู้กำหนดว่าสงครามจะสิ้นสุดเมื่อใดไม่ใช่สหรัฐฯ

เผยแพร่

spot_img

 เผยทรัมป์ขู่โจมตี “รุนแรงกว่า 20 เท่า” หากการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกขัดขวาง

ปฏิบัติการ “Epic Fury”  10 วันผ่านไปแล้ว และรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีต เฮกเซธ ยืนยันว่า สหรัฐฯ กำลัง “ชนะ” ต่อชาวอิหร่านที่เขาเรียกว่า “ป่าเถื่อน” และกล่าวว่าเตหะรานกำลัง “เร่งรีบ” พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

 ในการแถลงข่าวที่เพนตากอนเมื่อเช้าวันอังคารที่ 10 มีนาคม เฮกเซธ ระบุว่า เป้าหมายของสงคราม คือการทำลายระบบขีปนาวุธและฐานอุตสาหกรรมทางทหารของอิหร่าน ทำลายกองทัพเรือของอิหร่าน และทำให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ 

เฮกเซธ ย้ำว่าเป้าหมายคือการ “ปฏิเสธไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์อย่างถาวรตลอดไป” และยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “เราจะไม่หยุดจนกว่าศัตรูจะพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงและสมบูรณ์”

ทรัมป์บอกว่าสงครามใกล้จะจบแล้ว

คำกล่าวนี้เกิดขึ้น 1 วันหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าตนเชื่อว่าสงครามอาจสิ้นสุดลงในไม่ช้า แม้เจ้าหน้าที่อิหร่านจะส่งสัญญาณว่าพวกเขากำลังเตรียมพร้อมสำหรับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ CBS News ว่า “ผมคิดว่าสงครามเกือบจะจบแล้ว แทบจะสมบูรณ์แบบแล้ว พวกเขาไม่มีกองทัพเรือ ไม่มีระบบสื่อสาร และไม่มีกองทัพอากาศ” ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในรัฐฟลอริดา ทรัมป์เตือนว่า อิหร่านจะเผชิญการตอบโต้ครั้งใหญ่ หากพยายามรบกวนการขนส่งน้ำมันของโลก โดยระบุว่าสหรัฐฯ จะโจมตีเตหะราน “รุนแรงกว่า 20 เท่า” หากพยายามปิดกั้นเรือบรรทุกน้ำมันใน ช่องแคบฮอร์มุซปฏิเสธ 

IRGCบอกว่าจะส่งขีปนาวุธหัวรบขนาดหนักออกไปอีก  

การแถลงข่าวของเพนตากอนในเช้าวันอังคารที่ 10 มีนาคม เน้นย้ำถึง การทำลายฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบังเกอร์ยิงขีปนาวุธใต้ดิน โดยใช้ระเบิดเจาะบังเกอร์ขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของวอชิงตันว่าระบบขีปนาวุธของตนถูกทำลาย โดยระบุว่าพวกเขายังคงยิงขีปนาวุธเป็นชุดที่ใหญ่ขึ้น และใช้หัวรบที่มีน้ำหนักมากกว่าหนึ่งตัน

 อิหร่านยังคงดำเนินการ โจมตีตอบโต้ต่ออิสราเอลและพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงในบาห์เรน คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย โดยมีผู้เสียชีวิตหนึ่งคนในกรุงมานามา และอีกสองคนเสียชีวิตในตอนกลางของอิสราเอลระหว่างคืนวันจันทร์ถึงเช้าวันอังคาร

อิฐ,เอลเซ็นเซอร์ความเสียหายภาคพื้นดินอย่างหนัก

แม้ว่ากองทัพอิสราเอลจะเซ็นเซอร์ข้อมูลความเสียหายภาคพื้นดินอย่างเข้มงวด รวมถึงจำนวนการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน แต่รายงานออนไลน์จำนวนมากซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยัน ระบุว่าอิสราเอลยังคงถูกโจมตีอย่างหนักแทบทุกคืน

ขณะเดียวกัน กรุงเตหะราน เผชิญกับการทิ้งระเบิดที่หนักหน่วงที่สุดครั้งหนึ่งของสงครามในช่วงคืนที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 คน ใกล้จัตุรัสริซาลัต

ตั้งแต่เริ่มสงคราม มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 460 คน และบาดเจ็บ 4,309 คน ในกรุงเตหะรานเพียงแห่งเดียว ตามข้อมูลของ เมห์ร์ โซรูช รองหัวหน้ากรมสาธารณสุขฉุกเฉินของกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่านแห่งนี้มีความหนาแน่นของประชากรสูง และมีขนาดรวมถึงจำนวนประชากรใกล้เคียงกับ นครนิวยอร์ก

ทั่วทั้งอิหร่าน มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,200 คน และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 10,000 คน แม้แต่ผู้นำสูงสุดคนใหม่ อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ก็อาจได้รับบาดเจ็บเช่นกัน โดยมีรายงานว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่เขาจะถูกประกาศให้เป็นผู้นำประเทศ ตามที่สื่อของรัฐอิหร่านระบุ

 โมฮัมหมัด จามาเลียน สมาชิกคณะกรรมาธิการด้านสาธารณสุขของรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า ขณะนี้มี โรงพยาบาล 9 แห่งไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เนื่องจากการทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่อง เขาระบุผ่านรายงานของ Al Jazeera ว่า ยาและเวชภัณฑ์ยังคงมีเพียงพอสำหรับประมาณ 6 เดือน ขณะที่การผ่าตัดที่ไม่เร่งด่วนถูกระงับ เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถรองรับผู้ป่วยฉุกเฉินได้มากขึ้น

ความขัดแย้งยังคง ขยายตัวในระดับภูมิภาค โดยกองทัพบาห์เรนระบุว่าได้สกัดและทำลาย ขีปนาวุธ 105 ลูก และโดรน 176 ลำ นับตั้งแต่อิหร่านเริ่มโจมตีประเทศที่เป็นที่ตั้งของกองกำลังสหรัฐฯ ขณะเดียวกันยังมีคำถามสำคัญว่า ประเทศสมาชิกสภาความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) จะส่งกองทัพเข้าร่วมปฏิบัติการ Operation Epic Freedom อย่างเป็นทางการหรือไม่

วุฒิสมาชิกสายแข็งของสหรัฐฯ ลินด์ซีย์ เกรแฮม ได้เรียกร้องเรื่องนี้อย่างชัดเจน โดยกล่าวว่าประเทศในอ่าวอาหรับควรทำมากกว่านี้เพื่อปกป้องตนเอง แนวรบทางเหนือของอิสราเอลยังคงตึงเครียด โดยการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนได้ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 486 คน ขณะที่อิสราเอลและ ฮิซบอลเลาะห์ ยังคงยิงตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ผลกระทบทางการเมืองภายในประเทศกำลังปรากฏให้เห็น โดยเกิดปรากฏการณ์ “รวมพลังรอบธงชาติ” (Rally round the flag effect) หลังจากการโจมตีแบบ “ช็อกแอนด์อเว” (shock and awe) ของโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อกรุงเตหะรานและพื้นที่อื่น ๆ

สงครามยังห่างไกลจากจุดสิ้นสุด

 เจ้าหน้าที่อิสราเอลยังส่งสัญญาณว่า สงครามยังห่างไกลจากการสิ้นสุด โดยนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวระหว่างการเยี่ยมทหารของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ว่า

“ความปรารถนาของเราคือให้ประชาชนชาวอิหร่านลุกขึ้นปลดแอกจากแอกแห่งทรราชย์ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วขึ้นอยู่กับพวกเขาเอง แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า จากการกระทำของเราจนถึงตอนนี้ เรากำลัง ‘หักกระดูก’ ของพวกเขา และเรายังไม่จบเพียงเท่านี้”

 มุมมองจากเตหะราน ก็ยังคงแข็งกร้าว ผู้นำอิหร่านยังคงแสดงท่าทีท้าทาย ขณะที่มีหลักฐานบางส่วนของปรากฏการณ์ “รวมพลังรอบธงชาติ” (rally around the flag) โดยมีภาพชาวอิหร่านออกมาบนท้องถนน แสดงความจงรักภักดีต่อประเทศและผู้นำสูงสุดคนใหม่ เจ้าหน้าที่อิหร่านยังประกาศอย่างชัดเจนว่า วอชิงตันและเทลอาวีฟล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายสงครามในช่วงแรก

รัฐมนตรีต่างประเทศ อับบาส อารักชี กล่าวว่า การแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี เป็นผู้นำสูงสุดได้พิสูจน์แล้วว่า วามพยายามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง (regime change) ได้ล้มเหลว

 “พวกเขาคิดว่าในเวลาเพียงสองหรือสามวัน จะสามารถเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองได้ และจะได้รับชัยชนะอย่างรวดเร็วและสะอาด แต่พวกเขาล้มเหลว… พวกเขาไม่สามารถบรรลุเป้าหมายตั้งแต่ต้นได้ และตอนนี้หลังผ่านไป 10 วัน ผมคิดว่าพวกเขากำลังไร้ทิศทาง” อารักชีกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ PBS NewsHour

อารักชียังปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า อิหร่านเป็นผู้รับผิดชอบต่อราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและการหยุดชะงักของการขนส่งทางทะเลทั่วโลก โดยกล่าวว่า “นี่ไม่ใช่แผนของเรา” และเสริมว่า “การผลิตน้ำมันและการขนส่งน้ำมันที่ชะลอตัวลงหรือหยุดชะงักนั้น ไม่ได้เกิดจากเรา แต่เกิดจากการโจมตีและการรุกรานของอิสราเอลและสหรัฐฯ ต่อเรา”

 อิหร่านระบุว่ายังคง เตรียมพร้อมสำหรับสงครามที่ยืดเยื้อ และพร้อมจะต่อสู้จนถึงที่สุด ในประเด็นเรื่องการปิด ช่องแคบฮอร์มุซ นักการทูตระดับสูงของอิหร่านกล่าวว่า “เราไม่ได้ปิดช่องแคบดังกล่าว และเราไม่ได้ขัดขวางการเดินเรือในช่องแคบนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการรุกรานของอิสราเอลและสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ทั้งภูมิภาคตกอยู่ในภาวะไม่ปลอดภัยและไร้เสถียรภาพ”

IRGC ชี้คนที่จะบอกว่าสงครามจะหยุดหรือไม่คืออิหร่าน

นอกจากนี้  กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยังระบุว่า อิหร่าน ไม่ใช่สหรัฐฯ จะเป็นผู้กำหนดว่าสงครามจะสิ้นสุดเมื่อใด เมื่อถูกถามถึงการโจมตีของอิหร่านต่อ โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันในภูมิภาค อารักชียืนยันว่า เตหะรานกำลังดำเนินการเพื่อการป้องกันตนเอง

“เรากำลังเผชิญกับการกระทำที่เป็นการรุกราน ซึ่งผิดกฎหมายอย่างสิ้นเชิง และสิ่งที่เราทำคือการป้องกันตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายและชอบธรรม”

“เราได้เตือนทุกประเทศในภูมิภาคนี้ไปแล้วว่า หากสหรัฐฯ โจมตีเรา เนื่องจากเราไม่สามารถโจมตีแผ่นดินของอเมริกาได้โดยตรง เราจึงจำเป็นต้องโจมตี ฐานทัพของพวกเขาในภูมิภาคนี้ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก การติดตั้งทางทหาร และทรัพย์สินของพวกเขา”

 ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยังใช้โอกาสนี้ ตอบโต้คำกล่าวของประธานคณะกรรมาธิการยุโรป อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน หลังจากที่เธอกล่าวว่า “ประชาชนอิหร่านสมควรได้รับอิสรภาพ ศักดิ์ศรี และสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเอง”

 โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เอสมาอิล บาเกอี เขียนบนแพลตฟอร์ม X ว่า “โปรดเลิกเสแสร้งเสียที คุณสร้างอาชีพทางการเมืองจากการยืนอยู่ฝั่งที่ผิดของประวัติศาสตร์มาโดยตลอด — ให้ไฟเขียวต่อการยึดครอง การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และความโหดร้ายต่าง ๆ และตอนนี้ยังพยายามฟอกความผิดของสหรัฐฯ และอิสราเอลจากการรุกรานและอาชญากรรมสงครามต่อชาวอิหร่าน” เขายังตั้งคำถามว่า “เสียงของคุณอยู่ที่ไหน เมื่อเด็กชาวอิหร่านผู้บริสุทธิ์มากกว่า 165 คน ถูกสังหารในเมือง มีนาบ?”

  “ทำไมคุณถึงไม่พูดอะไรเลย เมื่อ โรงพยาบาล สถานที่ทางประวัติศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน สำนักงานตำรวจทางการทูต สถานีดับเพลิง และย่านที่อยู่อาศัย ถูกโจมตีอย่างโหดร้าย?” เขาสรุปว่า “การนิ่งเฉยต่อความไร้กฎหมายและความโหดร้าย ไม่ต่างอะไรกับการมีส่วนร่วมในสิ่งนั้น”

 11-03-2026

ที่มา https://www.zerohedge.com/geopolitical/irgc-says-iran-not-us-will-determine-wars-end-trump-threatens-strikes-20-times-harder

ข่าวล่าสุด

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย

ความสัมพันธ์ 170 ปี “ไทย-ฝรั่งเศส”   “การทูตเชิงรุก”ต้องดับฝัน กัมพูชา-ใช้ปารีสเคลมพรมแดน

ยุทธศาสตร์การทูตครั้งนี้คือ "ปฏิบัติการเชิงรุก" เพื่อนำข้อเท็จจริงปมพรมแดนและพื้นที่ทับซ้อน (OCA) ไปแสดงต่อประธานาธิบดี เอมานูเอล มาครง

ข่าวอื่นๆ

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

จีนปั้นโรงกลั่นขนาดใหญ่ ดันไนจีเรียขึ้นแท่นฮับพลังงานแอฟริกา 

พลังขับเคลื่อนด้านอุตสาหกรรมของประเทศจีน กำลังเปลี่ยนสถานะของประเทศไนจีเรีย ให้กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปสุทธิ (Net exporter)

OPEC+ เพิ่มผลิตน้ำมัน 188,000 บาร์เรล/วัน ประชุมแรกปราศจาก UAE

กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลัก 7 ประเทศ ประกาศว่าจะเพิ่มการผลิตในเดือนมิถุนายน โดยเพิ่มน้อยกว่าการเพิ่มผลิตในเดือนพฤษภาคมที่ 206,000 บาร์เรลต่อวัน