หน้าแรกข่าวหน้าหนึ่งสภาการสื่อมวลชนฯ เห็นชอบทำ MOU กับสภาการสื่อมวลชนมาเลเซีย

สภาการสื่อมวลชนฯ เห็นชอบทำ MOU กับสภาการสื่อมวลชนมาเลเซีย

เผยแพร่

spot_img

เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้และการทำงานร่วมกัน พร้อมคิกออฟโครงการ “สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์ และหนังสือพิมพ์ออนไลน์”

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2569 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบการจัดทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับสภาการสื่อมวลชนมาเลเซีย สืบเนื่องจาก ตนได้พบหารือกับประธานสภาการสื่อมวลชนมาเลเซีย ซึ่งสภาการสื่อมวลชนมาเลเซียจัดตั้งเมื่อปีที่ผ่านมา มีกฎหมายการจัดตั้งโดยเฉพาะ โดยมีกรรมการสภาการสื่อมวลชนมาเลเซียทั้งสิ้น 20 คนมาจากเจ้าของสื่อ ผู้ปฏิบัติงานสื่อ นักวิชาการสื่อ ภาคประชาสังคม ตัวแทนสื่อภาครัฐและผู้ทรงคุณวุฒิ มีการจัดตั้งคณะทำงานพิจารณาเรื่องร้องเรียน รูปแบบองค์กรคล้ายกับสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ โดยสมาชิกต้องสมัครมาเป็นสมาชิก นอกจากนี้ยังสนใจคล้ายกัน ทั้งการต่อรองกับแพลตฟอร์ม ผลกระทบจาก AI ในการทำหน้าที่สื่อมวลชน จึงเห็นควรทำ MOU เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้และการทำงานต่อกัน โดยสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติจะเชิญผู้แทนสภาการสื่อมวลชนมาเลเซียมาไทยก่อนในช่วงการจัดงานครบรอบ 29 ปี สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ วันที่ 4 กรกฎาคมนี้ด้วย  

ประธานสภาการสื่อมวลชนฯ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมรับทราบการร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่องการรับความช่วยเหลือด้านการดำเนินอรรถคดีและการส่งเสริมทางวิชาการ ระหว่างสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์และองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม รับทราบความคืบหน้าการจัดงานครบรอบ 29 ปี สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ วันที่ 4 กรกฎาคม และการจัดงานในส่วนภูมิภาค วันที่ 17 กรกฎาคม ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รับทราบความคืบหน้าโครงการ “สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์ และหนังสือพิมพ์ออนไลน์” โดยจะจัดคิกออฟโครงการวันที่ 12 มิถุนายนนี้

นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการฝ่ายกิจการระหว่างประเทศ ได้รายงานเรื่องการประชุม Track Two กับกัมพูชา ที่ปักกิ่ง เมื่อวันที่ 18-19 เมษายน และแผนการจัดอบรมให้ความรู้เรื่องกัมพูชาแก่สื่อมวลชนไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา รับทราบความคืบหน้าโครงการ “เพิ่มองค์ความรู้สื่อมวลชน : เรื่องกระบวนทัศน์ใหม่ของสื่อหลังโลกาภิวัตน์ รุ่นที่ 3 : สร้างเครือข่ายความรู้สู่วาระสาธารณะเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน” ซึ่งประกาศรายชื่อผู้เข้าอบรมเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม และจัดปฐมนิเทศ วันที่ 23-24 พฤษภาคมนี้.

ข่าวล่าสุด

ครม.ไฟเขึยว  คุ้มครองผู้บริโภค ซื้อออนไลน์คืนสินค้าได้

ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ยกระดับสิทธิผู้ซื้อ กำหนดมาตรฐานการรับผิดชอบผู้ขายชัดเจนขึ้น (16 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .......

เตือนภัย พลิกโลก  เอลนีโญมาแล้ว !

ปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" ได้ก่อตัวขึ้นแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยแบบจำลองสภาพภูมิอากาศชี้ชัดว่า มีแนวโน้มทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และอาจกลายเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย

จับตา “ทุนต่างชาติ”   เขย่าเกาะพะงันสะเทือน  ?

ชนวนเหตุความมั่นคง 3 มิติที่รัฐไทยห้ามกะพริบตา เมื่อการรวมตัวเฉพาะกลุ่ม ท้าทายกฎหมายและเอกราชทางเศรษฐกิจของท้องถิ่น ?

ข่าวอื่นๆ

เส้นทางเคลื่อนพระศพ “พระองค์ภา”

สำนักพระราชวังประกาศ หมายกำหนดการเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์

ประกาศสำนักพระราชวัง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์...

 วิกฤต “โลกเดือด” สภาพอากาศสุดขั้วทุบสถิติใหม่ เตือนไทยรับมือน้ำสองขั้ว “แล้งจัด-ท่วมฉับพลัน”

องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ยุคของ "โลกร้อน" (Global Warming) ได้สิ้นสุดลงแล้ว และมนุษยชาติกำลังก้าวเข้าสู่ยุค "โลกเดือด" (Global Boiling) อย่างเต็มตัว ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงแค่การที่อุณหภูมิสูงขึ้นทีละน้อย...