สะท้อนพระบุญญาบารมีไพศาล สู่ดุลยภาพแห่งมิตรภาพอันยั่งยืนในเวทีโลก
ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน ถึง 3 กรกฎาคม พศ. 2569 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของนายแอมานุแอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเสด็จในการนี้ด้วย ถือเป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ที่จารึกความสง่างามของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในระดับสากลอีกครั้งหนึ่ง และเป็นสัญลักษณ์สูงสุดแห่งพระราชไมตรีอันพูนทวี ในวาระเฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฝรั่งเศส ครบ 170 ปี
ย้อนประวัติศาสตร์ พระราชไมตรีระหว่างไทยและฝรั่งเศสได้หยั่งรากลึกเป็นปึกแผ่นมานานกว่าสามศตวรรษ นับแต่รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา เมื่อครั้งส่งคณะราชทูตนำโดยเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรี ณ พระราชวังแวร์ซายส์ ในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 จนสยามเป็นที่โจษขานไปทั่วทวีปยุโรป
ต่อมาในยุครัตนโกสินทร์ ความสัมพันธ์ทางการทูตยุคใหม่ได้ลงหลักปักฐานอย่างมั่นคง ผ่านการลงนามในสนธิสัญญาทางไมตรี พาณิชย์และการเดินเรือ เมื่อปี พศ. 2399 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 นับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งช่วงเวลาที่สองประเทศได้ร่วมแบ่งปันวัฒนธรรม นวัตกรรม และความร่วมมือบนพื้นฐานแห่งความเคารพในเกียรติภูมิของกันและกัน
สายใยแห่งพระราชไมตรีได้สืบทอดอย่างต่อเนื่องผ่านพระราชกรณียกิจของบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนตุลาคม พศ. 2503 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นภาพลักษณ์แห่งความสง่างามที่ตราตรึงใจชาติตะวันตกอย่างมิรู้ลืม การที่จอมพลชาร์ล เดอ โกล ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสในขณะนั้น ได้น้อมถวายการต้อนรับด้วยพระเกียรติยศของกษัตริย์ไทยอย่างยิ่งใหญ่ ณ พระราชวังเอลิเซ คือรากฐานสำคัญที่ส่งต่อดุลยภาพแห่งมิตรไมตรีมาถึงรัชสมัยปัจจุบัน
การเสด็จพระราชดำเนินเยือนในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” พระราชปณิธานของพระบรมชนกนาถและสมเด็จพระอัยกาธิราช โดยได้รับการถวายพระเกียรติยศสูงสุดจากรัฐบาลสาธารณรัฐฝรั่งเศส ที่จัดกองทหารม้าเกียรติยศถวายการรับเสด็จอย่างตระการตา พร้อมพิธีถวายกุญแจเมืองประจำนครปารีส ซึ่งถือเป็นเกียรติยศขั้นสูงสุดล้ำค่าทางการทูตที่มอบให้แด่พระประมุขผู้ทรงพระบุญญาบารมี และนับเป็นการถวายพระเกียรติยศระดับสูงสุดแก่พระประมุขจากราชอาณาจักรไทยในรอบกว่า 6 ทศวรรษ สะท้อนถึงพระบุญญาบารมีของพระมหากษัตริย์ไทยในเวทีโลกยุคใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ
นัยสำคัญของการเสด็จฯ ครั้งนี้ยังโดดเด่นด้วยพระราชกรณียกิจที่สอดประสานระหว่าง “จารีตประเพณี” และ “นวัตกรรมแห่งอนาคต” การเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง กรุงปารีส ภายใต้พระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา คือการสืบสานพระราชปณิธานด้านศิลปวัฒนธรรมชั้นสูงของผ้าไทยสู่สากล ขณะเดียวกัน การเสด็จพระราชดำเนินสู่เมืองตูลูส เพื่อทอดพระเนตรกิจการของบริษัทแอร์บัส ก็แสดงให้เห็นถึงสายพระเนตรที่ยาวไกลในการนำความเจริญรุดหน้าทางเทคโนโลยีการบินมาสู่ประเทศชาติ โดยทรงคำนึงถึงประโยชน์สุขและความมั่นคงของราษฎรเป็นที่ตั้ง ในทุกย่างก้าวแห่งการเสด็จพระราชดำเนิน
การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสในครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงงานด้านการทูตทั่วไป แต่คือการจารึกบทใหม่แห่งศตวรรษของพระราชไมตรีอันยั่งยืนและมั่นคง การได้รับการยกย่องสูงสุดในระดับสากลภูมิเช่นนี้ จะช่วยเพิ่มน้ำหนักและเกียรติภูมิทางการทูตของไทยในเวทีโลก เป็นการถวายพระเกียรติยศที่โลกต้องจดจำ
พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างร้อยรวมใจเป็นหนึ่งเดียว น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล ขออานุภาพแห่งพระบุญญาบารมีอันไพศาล จงอภิบาลรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ให้ทรงมีพระอนามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงพระเจริญ ขอให้พระบารมีขจรขจายแผ่ไพศาลไปทั่วทุกทิศานุทิศ เฉลิมพระเกียรติยศให้ปรากฏเกริกไกรตราบนานเท่านาน
2569-06-28 “ชัยทัศน์”



