หน้าแรกข่าวหน้าหนึ่งเปิดห้องลับ เรือนจำพิเศษกรุงเทพ บำเรอกาม นักโทษจีนเทา

เปิดห้องลับ เรือนจำพิเศษกรุงเทพ บำเรอกาม นักโทษจีนเทา

เผยแพร่

spot_img

ผบ.คุก อยู่ในเหตุการณ์พบเจ้าหน้าที่เอี่ยวกว่า 20 คน

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 68 เวลา 10.20 น. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ท. ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยหลังเข้าไปตรวจสอบภายใน เรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานคร กรณีเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ มีพฤติกรรมเอื้อ “นักโทษจีนเทา VIP” หลังใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ตนเองเข้ารับราชการเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 68 ที่ผ่านมา จากนั้นอีก 1 เดือน ตนได้รับข้อมูลการประพฤติอันมิชอบของเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหารของเรือนจำฯ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กำชับให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนก่อน เพราะข้อมูลที่ได้มาเบื้องต้นเป็นเพียงการข่าว

ทั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ ในการเก็บข้อมูล และทำการสืบสวนเรื่องนี้ ได้ข้อมูลมากพอสมควรจนแน่ชัดว่า เจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการกระทำอันมิชอบ ผิดระเบียบและกฎหมายของกรมราชทัณฑ์ จึงได้วางแผนจู่โจมเข้าตรวจสอบ ในวันที่ 16 พ.ย.  โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงาน ของกรมราชทัณฑ์ ที่ไว้ใจได้

อย่างไรก็ตาม หญิงชาวจีนทั้งสองคนปฏิเสธไม่ได้เข้ามาขายบริการ แต่จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า มีความเป็นไปได้และมีส่วนมาขายบริการ พบถุงยางอนามัย กางเกงใน ติดตัวมา กล่องถุงยางอนามัย และกระดาษทิชชูตกอยู่ที่พื้นและได้ส่งตรวจที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์

จากนั้น ได้ตรวจค้นในพื้นที่เรือนจำฯ พบสิ่งของต้องห้ามหลายอย่าง เช่น ยาเส้น สุรา ที่ไม่อนุญาตให้นำเข้าไปในเรือนจำ จากนั้นได้ทำการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานทำการสืบสวนเบื้องต้น และย้ายบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ เพื่อให้คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียด

“ยืนยัน การที่ตนมาเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์หัวหน้าหน่วยงานนี้ มุ่งหวังจะเคลียร์บ้านของผมให้สะอาด สิ่งใดที่ไม่ถูกต้องจะจัดการด้วยตนเอง ข้าราชการส่วนใหญ่ของกรมราชทัณฑ์ เป็นบุคคลที่มีระเบียบวินัย รักษากฎหมายและระเบียบ มีเพียงบางส่วนที่มีพฤติกรรมแบบนี้“ อธิบดีกรมราชทัณฑ์  กล่าว

 อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า ที่ไม่ได้นำเสนอต่อสื่อมวลชนในช่วงแรก ๆ เพราะต้องการจัดการปัญหาในบ้านของตัวเองก่อน เมื่อสื่อมวลชนมีการนำเสนอข่าวจึงต้องออกมาชี้แจง ยืนยันไม่ได้นิ่งนอนใจ

ส่วนไทม์ไลน์วันเกิดเหตุ พบว่าเกิดขึ้นเวลา 11 โมงกว่า ของวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย. กลุ่มแรกที่เข้ามา เป็นญาติของผู้ต้องขัง ปกติวันอาทิตย์จะไม่เปิดโอกาสให้มีการเยี่ยมญาติ แต่ได้มีญาติของผู้ต้องขังชาวจีนเข้ามาเยี่ยม จากนั้นได้มีหญิงสาว 2 คน เข้ามาภายในเรือนจำ เชื่อว่าเป็นหญิงสาวที่มาค้าประเวณี การที่จะยืนยันแบบนั้นได้ต้องมีหลักฐานชัดเจน เมื่อหญิงสาวทั้งสองปฏิเสธจึงต้องหาพยานหลักฐานมายืนยันต่อไป

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า กลุ่มผู้ต้องขังชาวจีน มีพฤติกรรมแบบนี้มานานเท่าไร ตนเองไม่ทราบ จากการทำการสืบสวนช่วงเดือน พ.ย. เชื่อว่ามีพฤติกรรมแบบนั้น ส่วนหญิงสาวที่เข้ามา มีคนจัดการให้ โดยพาเข้าไปภายในเรือนจำฯ และมี ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อยู่ในเหตุการณ์ด้วย

จากการสืบสวนพบว่า หญิงสาวค้าบริการ จะเข้าทุกวันอาทิตย์ โดยเข้ามาตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย. นอกจากนี้ พบว่ามีกลุ่มผู้ต้องขังชาวจีน ที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน ต้องขอเวลาตรวจสอบต่อไป ซึ่งเป็นนักโทษความผิดคดีทั้งในและต่างประเทศ

เบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่ของเรือนจำฯ ร่วมมีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวชาวจีน ซึ่งอายุอยู่ระหว่าง 20 ต้น ๆ ส่วนหญิงสาว ที่วนเข้ามาทุกอาทิตย์ จะทำการตรวจสอบว่ามีมากกว่า 2 คน หรือไม่

ส่วนประเด็นเส้นเงิน ของ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขอทำการตรวจสอบก่อน เพราะการตรวจสอบเส้นทางการเงินต้องใช้อำนาจทางกฎหมาย

ข่าวล่าสุด

รัฐบาลเปิดทำเนียบฯ ถก 38 กลุ่มธุรกิจชั้นนำ  ภาพสะท้อนนโยบายเศรษฐกิจที่พึ่งพิงทุนใหญ่

ครป. แถลงการณ์จี้เปิดเวทีฟังภาคประชาสังคม  ตีแผ่ปัญหาความเหลื่อมล้ำและผลประโยชน์ทับซ้อน เมื่อเสียงของกลุ่มทุนส่งผลต่อนโยบายรัฐมากกว่าเสียงของประชาชน และความท้าทายในการบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล                                เหตุการณ์ที่ผู้นำรัฐบาลเปิดห้องประชุมร่วมหารือแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจกับผู้แทนจาก 38 กลุ่มประเภทธุรกิจชั้นนำของประเทศ  กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ออกมาเคลื่อนไหวส่งสัญญาณเตือนอย่างจริงจัง ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่รัฐบาลมักเน้นการรับฟังกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ทว่ากลับละเลยเสียงสะท้อนจากภาคประชาชนและกลุ่มแรงงานอย่างเห็นได้ชัด นอกเหนือจากประเด็นความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงผู้กำหนดนโยบายแล้ว เหตุการณ์นี้ยังเชื่อมโยงไปถึงทัศนคติของคนในรัฐบาลต่อเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญว่า นโยบายสาธารณะของประเทศกำลังถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นธรรมและธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน                              ชนวนเหตุของประเด็นข่าวในครั้งนี้...

“นอมินีข้ามชาติ” มหันตภัยเศรษฐกิจอำพราง

จากกระแสข่าวที่หนาหูขึ้นทุกวันเกี่ยวกับการรุกคืบของกลุ่มทุนต่างชาติที่พยายามเข้าถือครองย่านเศรษฐกิจสำคัญ จนเป็นเหตุให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง

รำลึก 34 ปี เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม

รำลึก 34 ปี เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 ณ สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ

1,300 ล้าน “ลิขสิทธิ์บอลโลก” ?  “จอดำ” หรือได้สนุก..รอลุ้นบนทางแพร่งของความล้มเหลว  !

สถานการณ์ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "โหมดวิกฤต" อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อเข็มนาฬิกาถอยหลังสู่การเปิดสนามท่ามกลางความเงียบงันของหน่วยงานรัฐและ กสทช.

ข่าวอื่นๆ

ประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ

ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ฉบับที่ 5 (65/2569) (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2569) ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก...

ทรงพระเจริญ ยาเม็ดละแค่หลักบาท!

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานยา "อิมครานิบ 100" จำนวน 690,000 เม็ด ให้ สปสช. เพื่อกระจายถึงมือผู้ป่วยบัตรทองที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรัง (CML) และมะเร็ง GIST ทั่วประเทศ

สภาการสื่อมวลชนฯ เห็นชอบทำ MOU กับสภาการสื่อมวลชนมาเลเซีย

เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้และการทำงานร่วมกัน พร้อมคิกออฟโครงการ “สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์ และหนังสือพิมพ์ออนไลน์” เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2569...