วันพฤหัสบดี, มกราคม 22, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลก'อาเซียน-อียู' ผนึกกำลังเร่งเจรจา FTA ลดพึ่งพาสหรัฐฯ อินโดนีเซียยกเลิกภาษีส่งออก 80% ปั้นร่วมมือเศรษฐกิจยุคใหม่!

‘อาเซียน-อียู’ ผนึกกำลังเร่งเจรจา FTA ลดพึ่งพาสหรัฐฯ อินโดนีเซียยกเลิกภาษีส่งออก 80% ปั้นร่วมมือเศรษฐกิจยุคใหม่!

เผยแพร่

spot_img

15 กรกฎาคม 2568
Nikkeit รายงานว่า กลาง #ความตึงเครียดทางการค้า และภัยคุกคามจากการใช้ #มาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา ในยุคทรัมป์ กลุ่มประเทศ #อาเซียน และ #สหภาพยุโรป (#EU) เร่งกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ล่าสุด #อินโดนีเซียและ #อียู บรรลุข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ครอบคลุม (Comprehensive Economic Partnership Agreement: CEPA) คาดจะเสร็จสิ้นในช่วงเดือนกันยายน 2568

ภายใต้ข้อตกลงนี้ อินโดนีเซียจะยกเลิกอัตราภาษีส่งออกสำหรับสินค้าไปยังสหภาพยุโรปถึง 80% ภายใน 1-2 ปีหลังจากข้อตกลงมีผลบังคับใช้ ซึ่งรัฐบาลอินโดนีเซียคาดว่า การส่งออกไปสหภาพยุโรปจะเพิ่มขึ้นประมาณ 58% ในสามปีถัดไป ส่งผลให้ GDP ของประเทศเพิ่มขึ้น 0.19% ขณะเดียวกัน การค้าขายกับอียูช่วยลดผลกระทบจากภาษีทรัมป์ที่อัตรา 32% สำหรับสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ อย่างไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ กำลังเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป โดยไทยเพิ่งเสร็จสิ้นการเจรจารอบที่ 6 เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2568 และตั้งเป้าหมายสรุปข้อตกลงให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้

สำหรับ #ไทย กับอียู เริ่มต้นเจรจา FTA ตั้งแต่ปี 2556 แต่หยุดชะงักหลังรัฐประหารในปี 2557 ก่อนฟื้นเจรจาอีกครั้งในปี 2566 ขณะที่ #มาเลเซีย ได้ประกาศกลับมาเจรจาใหม่ตั้งแต่ต้นปี 2568 และ #ฟิลิปปินส์ กำลังเร่งพูดคุยตั้งแต่ปลายปี 2567 โดยตั้งเป้าบรรลุข้อตกลงเฟสแรกภายในปี 2570

ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ปราโบโว ซูเบียนโต กล่าวว่า “เราต้องการเห็นการมีส่วนร่วมของยุโรปในเศรษฐกิจของเรามากขึ้น” ขณะที่ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ไลเอิน ระบุว่า “ในช่วงเวลาที่โลกปั่นป่วน การยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างพันธมิตรถือเป็นสิ่งจำเป็น”

สหภาพยุโรป เป็น #ตลาดส่งออก สำคัญอันดับ 3 ของอาเซียน รองจาก #จีน และ #สหรัฐฯ คิดเป็น 9% ของการส่งออกทั้งหมด ส่วนไทยเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 4 ของยุโรปใน #เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการค้ารวมกันทั้งสินค้าและบริการสูงถึง 50 พันล้านยูโรต่อปี

เป้าหมายของอาเซียนคือการเป็นกลุ่มเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลกภายในปี 2588 ขณะที่สหภาพยุโรปยืนยันพร้อมขยายความร่วมมือกับอาเซียน รวมถึงข้อตกลงกับประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น ผ่านโครงการ CPTPP เพื่อสร้างโครงข่ายเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

“ระเบิด“..เป็นสัญญาณเตือนรัฐก่อนเลือกตั้ง

เหตุระเบิดและลอบวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 11 แห่ง ใน จว.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ช่วงกลางดึกวันที่ 10 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 11 มกราคม 2569 กลายเป็นเหตุรุนแรงครั้งใหญ่รับศักราชใหม่

เปิด 7 แผนที่ยุทธศาสตร์กรีนแลนด์ ทำไมโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงต้องการเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นของสหรัฐฯ?

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ สร้างความสั่นสะเทือนในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum - WEF) ณ เมืองดาวอส โดยระบุว่าประเด็นเกาะกรีนแลนด์ (Greenland)

“ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา”

อ. พุทธทาสได้เคยวิพากษ์สภาและการเมืองไว้ในหนังสือ "ธรรมะกับการเมือง" โดยยกพุทธภาษิตที่ว่า "ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา" (น สา สภา ยตฺถ น สนฺติ สนฺโต) หมายความว่าต่อให้มีชื่อ มีโครงสร้าง และมีกฎหมายรองรับ หากที่ประชุมไม่มีสัตบุรุษ...

‘ภูมิธรรม-ทวี’ รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

คำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง

ข่าวอื่นๆ

เปิด 7 แผนที่ยุทธศาสตร์กรีนแลนด์ ทำไมโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงต้องการเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นของสหรัฐฯ?

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ สร้างความสั่นสะเทือนในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum - WEF) ณ เมืองดาวอส โดยระบุว่าประเด็นเกาะกรีนแลนด์ (Greenland)

ศาลอุทธรณ์แก้คำตัดสินศาลชั้นต้นสั่งจำคุกพวกพ้อง “เอกราช ช่างเหลา” 20 ปีคดียักยอกสหกรณ์ครู 431 ล้าน

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้ศาลชั้นต้นยกฟ้องพวกพ้องของนายเอกราช ช่างเหลา ในคดียักยอกทรัพย์และปลอมแปลงเอกสารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น 431ล้าน

จีนชูภาพลักษณ์ ‘พันธมิตรที่พึ่งได้’ ในเวที WEF Davos สวนกระแสสหรัฐฯ

นักวิเคราะห์ชี้ชัดว่า “ประเทศจีน” กำลังสบโอกาสสำคัญในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำโลกที่พึ่งพาได้ เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างกับสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ถูกมองว่ากำลังสร้างความสั่นคลอนให้กับนานาชาติ