หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนปรากฏการณ์ “พลังบวก” ท่วมโซเชียล คนรุ่นใหม่แห่ขอโทษ–แสดงความจงรักภักดีต่อในหลวง ร.10

ปรากฏการณ์ “พลังบวก” ท่วมโซเชียล คนรุ่นใหม่แห่ขอโทษ–แสดงความจงรักภักดีต่อในหลวง ร.10

เผยแพร่

spot_img

โลกออนไลน์กำลังพูดถึงอย่างกว้างขวาง หลังคลิป พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ถูกเผยแพร่ออกมา และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของคอมเมนต์นับพัน ที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง น้ำตา และการ “เปิดใจ” ของเยาวชนไทยจำนวนมาก

การตื่นรู้ของคนรุ่นใหม่

มีเยาวชนจำนวนไม่น้อยออกมายอมรับตรงไปตรงมาว่า

ที่ผ่านมาเคยหลงเชื่อข้อมูลที่บิดเบือน หรือฟังเสียงคนอื่นมากเกินไป

แต่เมื่อได้ เปิดใจฟังพระราชดำรัส และมองดูสิ่งที่พระองค์ทรงทำอย่างต่อเนื่อง

ความโกรธ ความอคติ และความสับสนในใจก็ค่อย ๆ มลาย

แทนที่ด้วยความเข้าใจ ความรัก และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ศูนย์รวมใจของคนทุกศาสนา ทุกพื้นที่

กระแสนี้ไม่ได้เกิดแค่ในกลุ่มเยาวชนเท่านั้น

แต่ยังมีพี่น้อง ชาวมุสลิมไทย ที่เปรียบพระมหากษัตริย์ว่า “พ่อของบ้าน” ผู้รักลูกทุกคนอย่างเท่าเทียม

รวมถึงเสียงจากประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและชายแดน

ที่เคยได้รับพระราชทาน ทุนการศึกษาโดยไม่ต้องใช้คืน

หรือความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วในยามเกิดภัยพิบัติ

ยืนยันตรงกันว่า… พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน

พลังของการ “ปิดทองหลังพระ”

สิ่งที่ทำให้หัวใจคนไทยจำนวนมากกลับมา คือ

การทรงงานอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่แก้ตัว ไม่ตอบโต้คำกล่าวร้าย

แต่ปล่อยให้การกระทำ ความดี และความเมตตา เป็นคำตอบ

ความจริงอาจไม่ดัง…

แต่ไม่เคยหายไป

พลังนี้คือ Soft Power ของชาติ

ปรากฏการณ์ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็น พลังบวกที่สำคัญของประเทศ

ท่ามกลางโลกที่ผันผวนและแตกแยก

การที่คนไทยกลับมามองเห็นคุณค่าร่วมกัน

คือรากฐานของความมั่นคง และอนาคตของลูกหลานไทย

อุปมาให้เห็นภาพ

เหตุการณ์นี้เปรียบเหมือน

“เมฆหมอกที่เคยบังแสงอาทิตย์ไว้ชั่วคราว”

เมื่อสายลมแห่งความจริงพัดผ่าน

แสงนั้นก็กลับมาอบอุ่นเหมือนเดิม

เพราะแท้จริงแล้ว… ไม่เคยหายไปไหน

เงินอาจซื้อนักการเมืองได้

แต่ ซื้อพระเจ้าอยู่หัว และสถาบันไม่ได้

นี่คือเหตุผลที่มีความพยายามบ่อนเซาะอยู่เสมอ

และนี่คือเหตุผลที่ คนไทยต้องช่วยกันดูแล รักษา และปกป้อง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เพจมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม

#รักษาแผ่นดิน

#ทรงพระเจริญ

#เรารักสถาบันพระมหากษัตริย์

#ธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรม

#ThammasatPitakTham

ข่าวล่าสุด

รัฐบาลเจอ “ศึกหนัก” ทั้งใน-นอกสภา ปมทุจริต-ฮั้ว สว.-เขากระโดง-ชายแดนใต้

สถานการณ์การเมืองไทยในห้วงเวลานี้กำลังทวีความร้อนระอุขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังถูกทดสอบอย่างหนักจากสารพัดปัญหารุมเร้า

ปริญญาตรีล้นตลาด พ่ายสมรภูมิ…เทคโนโลยี  เมื่อ AI “กำลังสอบ” ระบบการศึกษาไทย

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังเปลี่ยนทั้งลักษณะงาน วิธีทำงาน และทักษะที่นายจ้างต้องการอย่างรวดเร็ว คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าเด็กไทยเรียนจบอะไร แต่คือ สิ่งที่เรียนมานั้นยังมีมูลค่าในตลาดแรงงานวันพรุ่งนี้หรือไม่

ด่านตรวจผู้นำรัฐบาล  บทเรียนความอับอายของรัฐราชการที่ไร้ความเข้าใจวิธีปฏิบัติ

เข้าตรวจค้นรถยนต์ของนายกรัฐมนตรีโดยขาดความเข้าใจวิธีปฏิบัติ ไม่เพียงแต่มอบภาพลักษณ์ชวนหัวในโลกออนไลน์ แต่ยังเปิดแผลความบกพร่องเชิงโครงสร้างของรัฐราชการ

วิกฤตน้ำท่วมปัว สะท้อน“จุดอ่อน” บริหารจัดการน้ำชาติ

รายงานในพื้นที่ระบุปริมาณฝนราว 108-110 มิลลิเมตร ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้เตือนล่วงหน้าถึงฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคเหนือช่วง 18-21 สิงหาคม และความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม

ข่าวอื่นๆ

ซามูไรส่องคันฉ่องไทย  ทำไม 2+5 = 7

หลายวันก่อน มีการส่งต่อข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าอดีตประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ประจำประเทศไทย เคยวิจารณ์ “จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ”

บทเรียน จาก คดีลุงวิศวะ ถึง คดี ตชด. ยิง วิน

ยังเป็นเรื่องถกเถียงในสังคม เกี่ยวกับคดี ทะเลาะวิวาท ระหว่าง ตชด. กับ วินมอเตอร์ไซค์ จนนำไปสู่ความสลด เมื่อ ตชด. ยิงกระหน่ำ วินมอเตอร์ไซค์ เป็นเหตุเสียชีวิต เรื่องราว แบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ที่เรียกกันติดปากว่า "คดีลุงวิศวะ"

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...