หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนใคร???  แอบลักหลับไทยพีบีเอส….

ใคร???  แอบลักหลับไทยพีบีเอส….

เผยแพร่

spot_img

      เกิดอาการตกใจพอประมาณ กับข่าวการตั้งคณะกรรมการสรรหากรรมการนโยบาย ไทยพีบีเอส เพื่อทดแทนกรรมการที่ลาออกก่อนครบวาระ…ทำไปทำไม ในเมื่อมีบัญชีสำรองอยู่แล้ว?

      “สมโภชน์  โตรักษา” คือกรรมการนโยบายด้านส่งเสริมประชาธิปไตย ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งวันที่ ๑ ก.พ.๒๕๗๐ แต่ตัดสินใจยื่นใบลาออกต่อประธานคณะกรรมการนโยบาย และสำเนาแจ้งกรรมการนโยบายทุกคน โดยให้มีผลวันที่ ๙ มี.ค.๒๕๖๙ ก่อนครบวาระ ๑๐ เดือน ด้วยเหตุผล”ส่วนตัว”

      พลันที่การพ้นสภาพกรรมการนโยบายของสมโภชน์มีผลปุ๊บ ก็มีการตั้งคณะกรรมการสรรหากรรมการนโยบายแทนที่สมโภชน์ปั๊บ…รวดเร็วปานสายฟ้า!

       ประธานคณะกรรมการสรรหาฯ ชุดใหม่ที่ตั้งขึ้น กับประธานกรรมการสรรหากรรมการนโยบายเมื่อปี ๒๕๖๗ คือบุคคลท่านเดียวกัน และเป็นบุคคลที่เคย”ถูกหมายเหตุ”เอาไว้ในบันทึกรายงานการประชุมเมื่อปี ๒๕๖๗ ด้วยเหตุถูกร้องเรียนในประเด็นว่าด้วยความไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๕๕๑ (พระราชบัญญัติ ส.ส.ท.พ.ศ.๒๕๕๑) และที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาฯขณะนั้นเห็นพ้องกันว่า”ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ” มิได้ถูกบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ ส.ส.ท.พ.ศ.๒๕๕๑

        ตอนนั้นกรรมการสรรหาฯเสียงข้างน้อยจากกระทรวงการคลัง-สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เห็นพ้องกันให้นำประเด็นดังกล่าว ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกาตีความเพื่อให้เกิดความชัดเจน และเป็นบรรทัดฐาน ขณะที่กรรมการสรรหาฯเสียงข้างมาก เห็นควรให้ดำเนินการสรรหาฯต่อไป โดยวิลาสินี  พิพิธกุล ผู้อำนวยการ ส.ส.ท.ขณะนั้นอ้างเหตุผลสนับสนุนอย่างแข็งขันด้วยการระบุว่าการมีตัวแทนจากสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ แทนประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ร่วมเป็นหนึ่งในสิบห้าคน ทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการนโยบาย มิได้ทำให้เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติส.ส.ท.พ.ศ.๒๕๕๑ เปลี่ยนแปลงไป

        สาระรายละเอียดทั้งหมดต้องถูกบันทึกในรายงานการประชุมคณะกรรมการสรรหาฯ อย่างถูกต้อง-ครบถ้วน ปราศจากการ”แปลงสาร” และควรเปิดเผยต่อสาธารณะให้ทุกคนสามารถตรวจสอบได้เพื่อความโปร่งใส  อย่าได้ปล่อยให้อำนาจ-อิทธิพลมืดมาครอบงำบงการเสกให้รายงานการประชุมที่ควรเป็น”ข้อมูลสาธารณะ” ต้องกลายเป็น “ข้อมูลลับ”

        อย่างไรก็ตามทีคณะกรรมการสรรหาฯเมื่อปี ๒๕๖๗ ได้ทำบัญชีรายชื่อกรรมการนโยบายสำรองไว้ รองรับกรณีมีกรรมการนโยบายลาออกก่อนครบวาระไว้อย่างครบถ้วนเรียบร้อย เพื่อให้การทำหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายดำเนินไปอย่างเรียบร้อย ราบรื่นไร้จุดสะดุด 

        ไม่ต้องเสียเวลา…ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณในการดำเนินกระบวนการสรรหากรรมการนโยบาย

      หากสมโภชน์  โตรักษา กรรมการนโยบายด้านส่งเสริมประชาธิปไตย ลาออก ก็ขยับคำนูญ  สิทธิสมาน ในบัญชีรายชื่อกรรมการนโยบายสำรอง ด้านเดียวกันขึ้นมาทำหน้าที่ได้ทันที

      ทำไมต้องตั้งคณะกรรมการสรรหาฯ…แถมประธานกรรมการสรรหาฯที่ตั้งล่าสุดยังเป็นบุคคลที่ถูกผู้แทนกระทรวงการคลัง(คุณธิบดี  วัฒนกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง) และผู้แทนปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (คุณรุ่งรัตนา  บุญ-หลง รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี) ขึ้น”หมายเหตุ”เอาไว้ พร้อมกับกำชับอดีตผอ.ส.ส.ท.ไปดำเนินการให้ถูกต้องตามที่กฏหมายบัญญัติไว้

      หรือว่ามีไอ้โม่ง-อีโม่งที่ไหนดอดไปลักหลับไทยพีบีเอส ???

ศักดิ์ชัย  พฤฒิภัค

กรรมการสรรหาคณะกรรมการนโยบายไทยพีบีเอสปี ๒๕๖๗

๑๘ เม.ย. ๒๕๖๙

ข่าวล่าสุด

รัฐบาลเจอ “ศึกหนัก” ทั้งใน-นอกสภา ปมทุจริต-ฮั้ว สว.-เขากระโดง-ชายแดนใต้

สถานการณ์การเมืองไทยในห้วงเวลานี้กำลังทวีความร้อนระอุขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังถูกทดสอบอย่างหนักจากสารพัดปัญหารุมเร้า

ปริญญาตรีล้นตลาด พ่ายสมรภูมิ…เทคโนโลยี  เมื่อ AI “กำลังสอบ” ระบบการศึกษาไทย

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังเปลี่ยนทั้งลักษณะงาน วิธีทำงาน และทักษะที่นายจ้างต้องการอย่างรวดเร็ว คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าเด็กไทยเรียนจบอะไร แต่คือ สิ่งที่เรียนมานั้นยังมีมูลค่าในตลาดแรงงานวันพรุ่งนี้หรือไม่

ด่านตรวจผู้นำรัฐบาล  บทเรียนความอับอายของรัฐราชการที่ไร้ความเข้าใจวิธีปฏิบัติ

เข้าตรวจค้นรถยนต์ของนายกรัฐมนตรีโดยขาดความเข้าใจวิธีปฏิบัติ ไม่เพียงแต่มอบภาพลักษณ์ชวนหัวในโลกออนไลน์ แต่ยังเปิดแผลความบกพร่องเชิงโครงสร้างของรัฐราชการ

วิกฤตน้ำท่วมปัว สะท้อน“จุดอ่อน” บริหารจัดการน้ำชาติ

รายงานในพื้นที่ระบุปริมาณฝนราว 108-110 มิลลิเมตร ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้เตือนล่วงหน้าถึงฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคเหนือช่วง 18-21 สิงหาคม และความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม

ข่าวอื่นๆ

ซามูไรส่องคันฉ่องไทย  ทำไม 2+5 = 7

หลายวันก่อน มีการส่งต่อข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าอดีตประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ประจำประเทศไทย เคยวิจารณ์ “จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ”

บทเรียน จาก คดีลุงวิศวะ ถึง คดี ตชด. ยิง วิน

ยังเป็นเรื่องถกเถียงในสังคม เกี่ยวกับคดี ทะเลาะวิวาท ระหว่าง ตชด. กับ วินมอเตอร์ไซค์ จนนำไปสู่ความสลด เมื่อ ตชด. ยิงกระหน่ำ วินมอเตอร์ไซค์ เป็นเหตุเสียชีวิต เรื่องราว แบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ที่เรียกกันติดปากว่า "คดีลุงวิศวะ"

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...