วันอังคาร, มีนาคม 10, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกการเมืองไทย-กัมพูชาลงนามหยุดยิง ตั้งแต่ 12.00 น. 27 ธันวาคม

ไทย-กัมพูชาลงนามหยุดยิง ตั้งแต่ 12.00 น. 27 ธันวาคม

เผยแพร่

spot_img

เผยถ้อยแถลงทั้ง 16 ข้อ

เปิดถ้อยแถลง Joint Statement การประชุม GBC ไทย-กัมพูชา พร้อมหยุดยิงทันที ตั้งแต่ 12.00 น.วันที่ 27 ธ.ค.2568 ไม่เคลื่อนย้ายกำลัง ร่วมกู้ทุ่นระเบิด-ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ หลังหยุดยิง 72 ชั่วโมง ไทยจะส่งตัวทหารกัมพูชา 18 นาย

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2568 กัมพูชาเปิดถ้อยแถลงผลการประชุม คณะกรรมการชายแดนทั่วไปกัมพูชา-ไทย (GBC) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.เตรียเซยฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมลงนามในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement ดังนี้

1. มาตรการลดความตึงเครียด

1. ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะหยุดยิงทันทีหลังจากลงนามในแถลงการณ์ร่วมฉบับนี้ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 12.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ของวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ครอบคลุมอาวุธทุกประเภท รวมถึงการโจมตีพลเรือน วัตถุพลเรือน และโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนเป้าหมายทางทหารของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ในทุกกรณีและทุกพื้นที่ ทั้งสองฝ่ายต้องหลีกเลี่ยงการยิงหรือการรุกคืบหรือการเคลื่อนกำลังทหารไปยังตำแหน่งหรือกองกำลังของอีกฝ่ายโดยไม่มีการยั่วยุ ข้อตกลงนี้จะต้องไม่ถูกละเมิดไม่ว่าในกรณีใดๆ

2. ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะคงกำลังทหารที่ประจำการอยู่ ณ ปัจจุบันโดยไม่มีการเคลื่อนย้ายเพิ่มเติมจะไม่มีการเคลื่อนกำลังทหารใดๆ รวมถึงการลาดตระเวนไปยังตำแหน่งของอีกฝ่าย

3. ทั้งสองฝ่ายตกลงว่าข้อตกลงทั้งหมดภายใต้แถลงการณ์ร่วมฉบับนี้ไม่กระทบต่อการกำหนดเขตแดนและพรมแดนระหว่างประเทศระหว่างสองประเทศ

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการเขตแดนร่วม เพื่อให้ดำเนินการสำรวจและปักธงเขตแดนอีกครั้งโดยเร็วที่สุด ตามข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่างสองประเทศเพื่อบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนตามแนวชายแดน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะใช้กลไกที่มีอยู่ของคณะกรรมการเขตแดนร่วม เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของทีมสำรวจร่วมในพื้นที่ รวมถึงความปลอดภัยจากทุ่นระเบิด ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าคณะกรรมการเขตแดนร่วมจะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการสำรวจและปักธงเขตแดนในพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบซึ่งมีพลเรือนอาศัยอยู่

4. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะอนุญาตให้พลเรือนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบกลับไปยังบ้านและประกอบอาชีพตามปกติในพื้นที่ภายในฝั่งของตนเองโดยเร็วที่สุด โดยปราศจากการขัดขวาง ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี

5. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะไม่เพิ่มกำลังทหารตลอดแนวชายแดนกัมพูชา-ไทยการเสริมกำลังใดๆ จะยิ่งเพิ่มความตึงเครียดและส่งผลเสียต่อความพยายามในระยะยาวในการแก้ไขสถานการณ์

6. ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะไม่กระทำการยั่วยุใดๆ ที่อาจทำให้ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งรวมถึงกิจกรรมทางทหารในการรุกล้ำน่านฟ้าและดินแดนของอีกฝ่าย หรือตำแหน่งที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะงดเว้นจากการก่อสร้างหรือปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางทหารหรือป้อมปราการใดๆ นอกเหนือเขตแดนของตนเอง

7. ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะไม่ใช้กำลังใดๆ ต่อพลเรือนและสิ่งของพลเรือนในทุกกรณี การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่จะทำให้ชุมชนในพื้นที่ชายแดนตกอยู่ในอันตรายเท่านั้น แต่ยังเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและทำให้ภาพลักษณ์ของฝ่ายที่ไม่ปฏิบัติตามเสื่อมเสียในระดับโลก

8. ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะงดเว้นจากการเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือข่าวปลอม เพื่อลดความตึงเครียด บรรเทาความรู้สึกเชิงลบของสาธารณชน และส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจรจาอย่างสันติ

9. ทั้งสองฝ่ายยืนยันพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ การสะสม การผลิต และการถ่ายโอนทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคล และการทำลายทุ่นระเบิดดังกล่าว (อนุสัญญาออตตาวา) ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันผ่านคณะทำงานประสานงานร่วม (JCTF) ด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม โดยสอดคล้องกับขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOP) ที่ตกลงกันไว้ เพื่อให้การเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนมีความคืบหน้าทันท่วงที

10. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการเพื่อความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการหลอกลวงทางไซเบอร์และการค้ามนุษย์ ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชาและสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย และยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อป้องกันการหลอกลวงทางออนไลน์ แก้ไขปัญหาการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในทางที่ผิด และส่งเสริมข้อมูลที่รับผิดชอบและถูกต้องในลักษณะที่เอื้อต่อความไว้วางใจ ความมั่นคง และความสัมพันธ์ฉันมิตรที่ดี

11. ด้วยเจตนารมณ์ของปฏิญญาร่วมกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ทหารกัมพูชา 18 นายจะถูกส่งตัวกลับกัมพูชาหลังจากที่การหยุดยิงได้รับการรักษาไว้อย่างสมบูรณ์เป็นเวลา 72 ชั่วโมง

สำหรับ กลไกสำหรับการดำเนินการและการตรวจสอบมาตรการลดความตึงเครียด

12. ทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงบทบาทสำคัญของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) และเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างบทบาทของ AOT โดยปรึกษาหารือกับทั้งประธานอาเซียนและ AOT ในการตรวจสอบและรับรองการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพของมาตรการทั้งหมดในแถลงการณ์ร่วมนี้

13. เพื่อให้การดำเนินการมีประสิทธิผล ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะใช้หน่วยประสานงานชายแดนกัมพูชา-ไทย และไทย-กัมพูชา เพื่อให้มั่นใจว่าการหยุดยิงจะคงอยู่ จัดการสถานการณ์ในพื้นที่ แก้ไขเหตุการณ์อย่างทันท่วงที และป้องกันการคำนวณผิดพลาด ภายใต้การสังเกตและการตรวจสอบของทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียน

14. ทั้งสองฝ่ายจะรักษาช่องทางการสื่อสารโดยตรงและสม่ำเสมอระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์เร่งด่วนที่ไม่สามารถแก้ไขได้ในระดับท้องถิ่น หากจำเป็น ผู้แทนระดับสูงจากทั้งสองฝ่ายจะพบปะกันเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

15. กองกำลังร่วมเฉพาะกิจ (JCTF) จะแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องของฝ่ายตนเอง รวมถึง JCTF ของอีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้รับทราบและอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมในพื้นที่ชายแดนที่มีความสำคัญตามแผนปฏิบัติการที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ เพื่อการดำเนินงานที่ราบรื่นโดยปราศจากอุปสรรคหรือความเข้าใจผิดใดๆ

16. ทีมสื่ออย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่ายจะรักษาการสื่อสารโดยตรงและสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการป้องกันและจัดการข้อมูลเท็จและข้อมูลบิดเบือนจะมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ พวกเขาจะรับประกันความโปร่งใสและความถูกต้องของข่าวสารและรายงานต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

ข่าวล่าสุด

ในที่สุด! ยุติธรรมสหรัฐฯยอมปล่อยเอกสารลับเกือบ 50,000 ไฟล์

เปิดเผยเอกสารลับเกี่ยวข้องกับคดีทางเพศอื้อฉาวเด็กอายุ 13 ปีที่มีประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ามาเกี่ยวข้องหลังก่อนหน้าแอบปกปิด

“IRGC” เสนอ “ยุโรป-อาหรับ” ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) เสนอเงื่อนไขการผ่านเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซ เริ่มตั้งแต่วันอังคารที่ 10 มี.ค.2569 ให้แก่ประเทศอาหรับหรือยุโรป

วิกฤตฮอมุสพ่นพิษ!สหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน !

โลกเผชิญวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากถล่มอิหร่าน จนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอมุส เส้นเลือดใหญ่ที่ลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก

ซาอุฯ รวบ “สายลับอิสราเอล” จัดฉากป่วน

ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์เพิ่งรวบตัว "สายลับมอสสาด" ของอิสราเอลได้คาหนังคาเขา ขณะกำลังพยายามเข้าไปจัดฉากวางบึ้มป่วนเมือง

ข่าวอื่นๆ

เลือกเพื่อไทย ทิ้งกล้าธรรม : เวรกรรมของอนุทิน

มีข่าวแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางว่า การจัดตั้งรัฐบาลลงตัวแล้ว 300 เสียง โดยมีพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง และพรรคเล็กหลายพรรครวมกัน 33 เสียง ด้วยจำนวนเสียง 300 ถือได้ว่าเพียงพอแล้ว

ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2566

ข้อ 129 เป็นข้อกำหนดที่ให้อำนาจ กกต. เพิ่มรหัส, บาร์โค้ด หรือ QR Code ลงบนบัตรเลือกตั้งเพื่อป้องกันการปลอมแปลง

มติ กกต.ให้นับคะแนนใหม่ 8 แห่ง ...

วันที่ 17 ก.พ.2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้นับคะแนนใหม่ 8 แห่ง และออกเสียงลงคะแนนใหม่ 1 แห่ง