หน้าแรกการเมืองเลือกเพื่อไทย ทิ้งกล้าธรรม : เวรกรรมของอนุทิน

เลือกเพื่อไทย ทิ้งกล้าธรรม : เวรกรรมของอนุทิน

เผยแพร่

spot_img

ในขณะนี้ได้มีข่าวแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางว่า การจัดตั้งรัฐบาลลงตัวแล้ว 300 เสียง โดยมีพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง และพรรคเล็กหลายพรรครวมกัน 33 เสียง ด้วยจำนวนเสียง 300 ถือได้ว่าเพียงพอแล้ว

ส่วนที่เหลือ 200 เสียงเป็นฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคประชาชน 118 เสียง พรรคกล้าธรรม 58 เสียง และพรรคประชาธิปัตย์ 22 เสียง ซึ่งก็มากพอที่จะถ่วงดุลกับฝ่ายรัฐบาล

แต่ถ้ามองในแง่ความสามารถและประสบการณ์ทางด้านการเมืองแล้ว ฝ่ายรัฐบาลค่อนข้างเปราะบางเมื่อเทียบกับฝ่ายค้าน ทั้งนี้อนุมานจากเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

1. ฝ่ายรัฐบาลทั้งพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทยมีจุดด่างพร้อยในด้านสังคม และในด้านกฎหมาย โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับจริยธรรม

เริ่มด้วยพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคมีปัญหาเกี่ยวกับที่ดินเขากระโดง การโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยก่อนการเลือกตั้ง และในฐานะรัฐบาลรักษาการควบคุมดูแลการเลือกตั้งร่วมกับ กกต.แต่ผลการเลือกตั้งออกมาไม่โปร่งใส และไม่เป็นที่ยอมรับของผู้คนส่วนหนึ่งของสังคม

ส่วนพรรคเพื่อไทยก็มีปัญหาที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ ในทำนองเดียวกับพรรคภูมิใจไทย และที่สำคัญพรรคนี้ยังมีพฤติกรรมโยงใยกับปัญหาขัดแย้งกับเขมร

ดังนั้น ทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยจึงมีจุดด้อยให้ทางฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นโจมตีได้

2. ในด้านของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์เป็นที่รู้และยอมรับว่าเป็นฝ่ายค้านที่มีศักยภาพในการจับประเด็นทางกฎหมายมาอภิปรายแล้วดำเนินการต่อตามกระบวนการยุติธรรม และที่สำคัญพรรคนี้สามารถทำงานประสานกับการเมืองภาคประชาชนเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากผลงานในอดีตที่ผ่านมาในยุคของ กปปส.

สำหรับพรรคประชาชนถึงแม้จะเทียบชั้นกับพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ในการเป็นฝ่ายค้าน แต่ก็มีบุคลากรเป็นคนรุ่นใหม่ซึ่งมีความถนัดในการหาข้อมูล ถ้าสามารถทำงานประสานกับพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างลงตัว เชื่อได้ว่ารัฐบาลอนุทินสะเทือนแน่นอน

ในด้านพรรคกล้าธรรมถึงแม้จะไม่มีผลงานในการเป็นฝ่ายค้าน แต่เป็นพรรคที่มีศักยภาพในการใช้กำลังภายใน และที่สำคัญรู้เท่าทันเกมการเมืองของพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทยเป็นอย่างดี เนื่องจากเคยเป็นพวกเดียวกันมาก่อน

ดังนั้น ถึงแม้ว่าจะทำงานประสานกับพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ หรือได้ไม่ดีเนื่องจากทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชนได้ประกาศไม่จับมือกับกล้าธรรมมาก่อนหน้านี้

แต่จะต้องไม่ลืมว่า การเมืองก็คือการเมือง ไม่มีมิตรแท้และไม่มีศัตรูถาวร ถ้ามีศัตรูร่วมกันก็คบกันได้ เข้าทำนองมิตรของศัตรูก็คือศัตรู แต่ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร

ดังนั้น อะไรก็เกิดขึ้นได้อย่าไปคิดว่าการผลักให้ไปอยู่กับผู้ที่เป็นศัตรูกันแล้วจะทำให้ศัตรูอ่อนแอ อาจผิดก็ได้ขอให้ดูต่อไป

โดย: สามารถ มังสัง

ข่าวล่าสุด

“เล่าต๋า” จาก “ตลอดชีวิต“   เหลือ..”8 ปี“  ระบบ…กำลังบอกอะไรเรา ?

เมื่อคำพิพากษาเริ่มต้นที่ “จำคุกตลอดชีวิต” แต่ผลลัพธ์ปลายทางกลายเป็นระยะเวลารับโทษประมาณ 8-9 ปี ระบบกำลังบอกอะไรกับสังคมเกี่ยวกับความหมายของคำว่า “ตลอดชีวิต”

คนไทย “คลั่งกาแฟ” ล้นเมือง  แต่ไทยผลิตเมล็ดกาแฟไม่พอ  ช่องว่าง 8 หมื่นตันกำลังบอกอะไร?

คนไทยบริโภคกาแฟเฉลี่ยมากกว่า 340 แก้วต่อคนต่อปี และมูลค่าตลาดกาแฟไทยในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 65,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.33% จากปีก่อน

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

เรื่องสั้น  “ตามล่า..มาเฟีย” |  “ชัยทัศน์”

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มเงียบในป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยกิเลส ภารกิจขุดรากถอนโคนแก๊งยาเสพติดข้ามชาติที่ชื่อว่า "โทนี่" ลากยาวมาหลายเดือน ข้อมูลเดียวที่เขามีคือมันร่อนเร่ไปตามแหล่งบันเทิง และมี "นกต่อ" เป็นสาวสวยคอยกรองลูกค้าชั้นดี มันคือ “มาเฟีย..” ที่เขาต้องขจัดให้ได้

ข่าวอื่นๆ

ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 

นายชัชชาติย้ำว่าพร้อมทำงานร่วมกับ ส.ก. จากทุกพรรคและทุกกลุ่ม ขอเพียงเป็นคนที่ทำงานด้วยความสะอาด สุจริต และให้เกียรติประชาชน

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 พิพากษาสั่งลงโทษจำคุก ‘วัชรพล’ อดีตปธ.ป.ปช.-

 'สุภา' กรรมการฯ คนละ 3 ปี คดีปกปิดเอกสารสำนวนสอบนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม ไม่เปิดเผยข้อมูลให้ 'วีระ สมความคิด'  ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาตัดสินคดีที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.)...

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569